วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 มี.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

สามารถถือทองคำต่อได้หากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,284 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และไปรอลุ้นขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,303

แนวรับ : 1292, 1284, 1276   แนวต้าน : 1303, 1312, 1321

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 13.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 9 วัน หลังจากรัฐสภาอังกฤษลงมติเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.ออกไป 3 เดือนจริงดังคาด อย่างไรก็ดีเงินปอนด์แข็งค่ารับข่าวดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว จึงก่อให้เกิดแรงขายเงินปอนด์จนหนุนให้ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นกดดันราคาทองคำประกอบกับนักลงทุนเกิดความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอีกครั้งหลังบลูมเบิร์กรายงานว่าจีนและสหรัฐเตรียมเลื่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี
จิ้นผิงออกไปเป็นเดือนหน้า จากเดิมที่คาดว่าอาจมีขึ้นในเดือนนี้ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความล่าช้าของการเจรจาซึ่งส่ง

จจัยทางเทคนิค :

หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำยังสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อาจจะเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,303-1,312 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะทำให้ราคายังคงอ่อนตัวลง
โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,284 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวอาจถอยจุดเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไปที่ 1,284 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากรับความเสี่ยงได้ให้เปิดสถานะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านบริเวณ 1,312 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

 (+) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ลดลงเกินคาดในเดือนม.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่ลดลง 6.9% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 607,000 ยูนิต จากระดับ 652,000 ยูนิตในเดือนธ.ค. ยอดขายบ้านร่วงลงในทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคตะวันตก
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านใหม่จะลดลง 0.6% สู่ระดับ 620,000 ยูนิตในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่ร่วงลง 4.1% ในเดือนม.ค.
 (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 229,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะเพิ่มขึ้น สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
 (+) วุฒิสภาสหรัฐลงคะแนนเสียง 59-41 ค้านทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ
วุฒิสภาสหรัฐมีมติให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎหมายคัดค้านการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์
ทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเกี่ยวกับชายแดนทางตอนใต้ของประเทศ ทั้งนี้ วุฒิสภาลงมติดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 59-41 เสียงโดยมีสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกันให้ความเห็นชอบถึง 12 เสียง ก่อนหน้านี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎหมายคัดค้านการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติของปธน.ทรัมป์ ด้วยคะแนนเสียง 245 ต่อ 182 เสียงโดยในจำนวนนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันลงคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยถึง 13 เสียง อย่างไรก็ดี คาดว่าปธน.ทรัมป์จะใช้สิทธิ์วีโต้ร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการวีโต้ครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
 (+) รัฐสภาอังกฤษลงคะแนนเสียงท่วมท้น 412-202 เรียกร้องขยายเส้นตาย Brexit ออกไป 3 เดือน รัฐสภาอังกฤษลงคะแนนเสียงท่วมท้นในวันนี้ เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU)
ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค. ทั้งนี้สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 412-202 เสียง เรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเส้นตาย Brexit ออกไป 3 เดือน หรือจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. แต่ข้อเรียกร้องนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทาง EU อย่างไรก็ดีการขยายกำหนดเส้นตายดังกล่าวอยู่บนเงื่อนไขที่ว่ารัฐสภาจะต้องให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลง Brexit ที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 20 มี.ค. หากรัฐสภายังคงมีมติคว่ำข้อตกลง Brexit ในวันที่ 20 มี.ค.รัฐบาลอังกฤษก็จะต้องขอการอนุมัติจาก EU เพื่อให้มีการขยายเวลาเส้นตาย Brexit ที่ยาวนานขึ้น
 (-) สื่อเผยจีน-สหรัฐเลื่อนซัมมิตทรัมป์-สี จิ้นผิงเป็นเดือนหน้า จากเดิมคาดการณ์ในเดือนนี้
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนและสหรัฐเตรียมเลื่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงออกไปเป็นเดือนหน้าจากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าการประชุมดังกล่าวอาจมีขึ้นในเดือนนี้บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะทำงานของปธน.สี จิ้นผิงได้ยกเลิกการจัดเตรียมแผนการเดินทางของผู้นำจีนไปยังสหรัฐแล้ว หลังจากที่ปธน.สีจิ้นผิงมีกำหนดเดินทางไปยังยุโรปในเดือนนี้
 (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขณะตลาดจับตาสถานการณ์ Brexit ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยรายงานล่าสุดระบุว่ารัฐสภาอังกฤษลงมติเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.74 เยน จากระดับ 111.03 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0041 ฟรังก์ จากระดับ 1.0032 ฟรังก์ นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3323 ดอลลาร์แคนาดาจากระดับ 1.3303 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1300 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1329 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3236 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3217 ดอลลาร์

ข้ามไปยังทูลบาร์