วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 มี.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

ย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

สภาอังกฤษลงมติให้เลื่อนกำหนด Brexit ออกไป

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.

ทองคำมีแนวรับ 1,290 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญ 1,280 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,296.59 -12.76 1,290/1,280 1,300/1,310

คาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,550 +100 19,400/19,300 19,550/19,650
  • ทองคำ Spot เมื่อวานเริ่มมีแรงเทขายออกมา ทำให้ราคาทองคำหลุด 1,300 ดอลลาร์ หลังจากปรับขึ้นติดต่อกัน 2 วัน ราคาทองคำปิดตลาดที่ 1,296 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยออกมา หลังจากสภาอังกฤษลงมติต่อประเด็นให้สหภาพยุโรป (EU) เลื่อนกำหนด Brexit ออกไปจากที่กำหนดไว้เดิมในวันที่ 29 มี.ค. ซึ่งรัฐบาลอังกฤษจะต้องทำการเจรจากับ EU ต่อไป ซึ่งจะมีการประชุมผู้นำ EU ในวันที่ 21 มี.ค.และคาดว่าจะมีการพิจารณาในประเด็นนี้ ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น คาดว่าไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ทำให้คาดว่าจะไม่ได้มีผลต่อราคาทองคำมากนัก คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนมี.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10.1 จากระดับ 8.8 ในเดือนก.พ. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนม.ค.ลดลง 0.4% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 95.5 จากระดับ 93.8 ในเดือนก.พ.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot ระยะสั้นคาดเคลื่อนไหว Sideways down โดยมีแนวรับ 1,290 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญ 1,280 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,300 และ 1,310-1,315 ดอลลาร์

ลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,630 +10 19,520/19,420 19,650/19,760

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,280-1,285 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,270 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,296.90 -1.50 1,292/1,282 1,302/1,312

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคา GOH19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,282-1,287 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,272 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขณะตลาดจับตาสถานการณ์ Brexit

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยรายงานล่าสุดระบุว่ารัฐสภาอังกฤษลงมติเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค. นักลงทุนจับตาสถานการณ์ Brexit อย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดเมื่อวานนี้รัฐสภาอังกฤษได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 412-202 เสียง เรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค. อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทาง EU และการขยายกำหนดเส้นตายดังกล่าวต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่ารัฐสภาจะต้องให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลง Brexit ที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 20 มี.ค.

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดร่วง $14.20 เงินดอลล์แข็งกดดันตลาด,นักลงทุนขายทำกำไร

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นติดต่อกันสองวันทำการก่อนหน้านี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สัญญาทองคำปิดตลาดร่วงหลุดจากระดับ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 14.20 ดอลลาร์ หรือ 1.08% ปิดที่ 1,295.10 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 28.5 เซนต์ หรือ 1.84% ปิดที่ 15.171 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ: น้ำมัน WTI ปิดบวก 35 เซนต์รับสต็อกน้ำมันดิบร่วง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา (14 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดอ่อนแรงลง หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 35 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 58.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ย. 2561 สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 32 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 67.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 7.05 จุด วิตกเจรจาการค้าสหรัฐจีนไม่คืบหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 มี.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังไม่คืบหน้า โดยความกังวลในเรื่องดังกล่าวเป็นปัจจัยฉุดหุ้นบริษัทผลิตชิปซึ่งต้องพึ่งพารายได้จากจีน ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านร่วงลงหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐลดลงเกินคาดในเดือนม.ค. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,709.94 จุด เพิ่มขึ้น 7.05 จุด หรือ +0.03% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,808.48 จุด ลดลง 2.44 จุด หรือ -0.09% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,630.91 จุด ลดลง 12.50 จุด หรือ -0.16%


ข้ามไปยังทูลบาร์