วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 มี.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,312 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไรบางส่วนเพื่อรอการอ่อนตัวลงของราคา หากไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,296-1,292

แนวรับ : 1292, 1284, 1276   แนวต้าน : 1312, 1321, 1333

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐที่ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ.ซึ่งนอกจากจะน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์แล้วนั้น ยังเป็นการปรับขึ้นรายปีในระดับที่น้อยที่สุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อในระดับค้าส่งเติบโตอย่างเชื่อช้าและเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ประกอบกับเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นหลังจากรัฐสภาอังกฤษลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยปราศจากข้อตกลง จึงเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมที่ทำให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,312 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,296-1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,296-1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อทยอยขายทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,312 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือสามารถเสี่ยงเปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่านแนวต้านดังกล่าวราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐที่ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ.ซึ่งนอกจากจะน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์แล้วนั้น ยังเป็นการปรับขึ้นรายปีในระดับที่น้อยที่สุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อในระดับค้าส่งเติบโตอย่างเชื่องช้าและเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ประกอบกับเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นหลังจากรัฐสภาอังกฤษลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit)
โดยปราศจากข้อตกลง จึงเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมที่ทำให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าจนกระตุ้นแรงซื้อทองคำส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 1,311.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายวานนี้ สำหรับวันนี้นักลงทุนต้องติดตามประเด็น Brexit ต่อเนื่องโดยวันนี้ตามเวลาอังกฤษจะมีการลงมติว่าจะเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปอีก 3 เดือนจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.หรือไม่
คาดว่ารัฐสภาอังกฤษจะลงมติขยายกำหนดเวลาแยกตัวออกไปซึ่งอาจจะหนุนปอนด์ให้แข็งค่าได้นอกจากนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ของเยอรมนี รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์และยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

(+) สหรัฐเผยดัชนี PPI เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.พ. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 3
เดือนติดต่อกัน การปรับตัวขึ้นของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคา พลังงานเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนก.พ.ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 หลังจากดีดตัวขึ้น 2.0% ในเดือนม.ค.นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน และดีดตัวขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปี
(+) รัฐสภาอังกฤษมีมติ 321 ต่อ 278 ไม่เห็นชอบกรณี Brexit ไร้ข้อตกลงรัฐสภาอังกฤษมีมติด้วยคะแนนเสียง 321 ต่อ 278 เสียงในวันนี้ไม่เห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไร้ข้อตกลง สำหรับในขั้นตอนต่อไป รัฐสภาจะทำการลงมติในวันพรุ่งนี้(14 มี.ค.) ว่าจะเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.หรือไม่ ซึ่งหากรัฐสภามีมติเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาออกไปรัฐบาลก็จะต้องทำการเจรจากับ EU ในเรื่องดังกล่าว แต่หากรัฐสภามีมติไม่เรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาออกไป อังกฤษก็จะแยกตัวจาก EU อย่างเป็นทางการตามกำหนดเดิมในวันที่ 29 มี.ค. นอกจากนี้ หากพรุ่งนี้รัฐสภามีมติเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลา Brexit ออกไปอีก 3 เดือน ก็จะทำให้ต้องมีการขยายเวลาของการบังคับใช้มาตรา 50
ซึ่งเป็นบทบัญญัติควบคุมกระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวอย่างสิ้นเชิงต่อ EU
(+) เงินปอนด์พุ่งหลังรัฐสภาอังกฤษลงมติไม่เห็นชอบ Brexit ไร้ข้อตกลงเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.)
หลังจากรัฐสภาอังกฤษลงมติไม่เห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit)
โดยไร้ข้อตกลง ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐขยายตัวเพียงเล็กน้อยในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นหลักฐานล่าสุดที่สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3217 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3084 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1329 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1296 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7090 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7087 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 111.03 เยน จากระดับ 111.27 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0032 ฟรังก์ จากระดับ 1.0069 ฟรังก์
(-) ดาวโจนส์ปิดบวก 148.23 จุด รับข้อมูลศก.สดใส,รัฐสภาอังกฤษไม่เห็นชอบ

ข้ามไปยังทูลบาร์