วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 มี.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

วันนี้สภาอังกฤษจะลงมติประเด็นให้ EU เลื่อนกำหนด Brexit ออกไป

ราคาทองคำคาดเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบ

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,309.16 +8.76 1,300/1,290 1,315/1,327

คาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,550 +100 19,500/19,400 19,650/19,800
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ปิดตลาดที่ 1,309 ดอลลาร์ นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยเมื่อวานสภาอังกฤษลงมติไม่เห็นชอบต่อประเด็นการออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีข้อตกลง ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน หลังจากซื้อทองคำติดต่อกัน 2 วัน
  • วันนี้ติดตามสมาชิกสภาอังกฤษจะลงมติต่อประเด็นให้สหภาพยุโรป (EU) เลื่อนกำหนด Brexit ออกไปจากที่กำหนดไว้เดิมในวันที่ 29 มี.ค.หรือไม่ ซึ่งหากรัฐสภามีมติให้ขยายกำหนดเวลาออกไป รัฐบาลก็จะต้องทำการเจรจากับ EU ต่อไป ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 225,000 ราย ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 622,000 ยูนิต
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบเพื่อรอดูประเด็น Brexit โดยมีแนวโน้มปรับขึ้นสู่แนวต้าน 1,315 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไป 1,327 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,300 ดอลลาร์ แลแนวรับถัดไป 1,285 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ:
เงินปอนด์พุ่งหลังรัฐสภาอังกฤษลงมติไม่เห็นชอบ Brexit ไร้ข้อตกลง เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 มี.ค.) หลังจากรัฐสภาอังกฤษลงมติไม่เห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป
(Brexit) โดยไร้ข้อตกลงขณะที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐขยายตัวเพียงเล็กน้อยในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นหลักฐานล่าสุดที่สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นหลังจากรัฐสภาอังกฤษมีมติด้วยคะแนนเสียง 321 ต่อ 278 เสียงเมื่อวานนี้ ไม่เห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไร้ข้อตกลง

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :

เงินดอลล์อ่อน หนุนทองปิดพุ่ง 11.20ดอลลาร์ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 มี.ค.) โดยสัญญาทองคำกลับมายืนเหนือระดับ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ได้อีกครั้ง เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนตลาด นอกจากนี้
นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 11.20 ดอลลาร์ หรือ 0.86% ปิดที่ 1,309.30 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.3 เซนต์ หรือ 0.28% ปิดที่ 15.456 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :

น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.39 ขานรับสต็อกน้ำมันดิบร่วงสวนทางคาดการณ์สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบร่วงลงในสัปดาห์ที่แล้วสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น ขณะที่การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงเช่นกัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 1.39 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่58.26 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ย. 2561สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 88 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 67.55 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:

ดาวโจนส์ปิดบวก 148.23 จุด รับข้อมูลศก.สดใส ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือน
ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ และการฟื้นตัวของหุ้นโบอิ้ง นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากรัฐสภาอังกฤษมีมติไม่เห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไร้ข้อตกลง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,702.89 จุด เพิ่มขึ้น 148.23 จุด หรือ +0.58% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ ,810.92 จุด เพิ่มขึ้น 19.40 จุด หรือ +0.69% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,643.41 จุด เพิ่มขึ้น 52.37 จุด หรือ +0.69%

ข้ามไปยังทูลบาร์