วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ก.พ.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1302, 1287, 1276   แนวต้าน : 1319, 1326, 1334

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย  หลังดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนลบจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐรวมไปถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก  และความวิตกว่าอาจภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง  หลังจากเจรจาระหว่างสมาชิกพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับงบประมาณความมั่นคงตามแนวชายแดนในสภาคองเกรสประสบความล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  แต่เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นกลับมีแรงขายสลับออกมา  เนื่องจากความวิตกกังวลดังกล่าวได้กระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินปลอดภัยเช่นกัน  ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 สัปดาห์จนส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ  อย่างไรก็ดีราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ  เนื่องจากนักลงทุนรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ  ซึ่งนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐและนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐมีกำหนดจะเจรจาการค้ารอบต่อไปที่จีนในวันที่ 14-15 ก.พ.  รวมไปถึงการพิจารณางบประมาณของสหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ภายในวันที่ 15 ก.พ.นี้  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB และตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS Job Openings)

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุดแนวดังกล่าว)  และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดาวโจนส์พลิกร่วง หลังเปิดตลาดแดนบวก กังวลชัตดาวน์ ขณะใกล้เส้นตาย 15 ก.พ.  ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงในวันนี้ หลังเปิดตลาดในแดนบวก ขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ (ชัตดาวน์) ขณะใกล้เส้นตายวันที่ 15 ก.พ.  ณ เวลา 01.47 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,034.99 จุด ลบ 71.34 จุด หรือ 0.28%  การเจรจาระหว่างสมาชิกพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับงบประมาณความมั่นคงตามแนวชายแดนได้ประสบความล้มเหลวเมื่อวานนี้ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเห็นพ้องกันเกี่ยวกับประเด็นนโยบายกักกันผู้อพยพ  นายริชาร์ด เชลบี วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกัน เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต้องหยุดลงกลางคันเมื่อวานนี้ เนื่องจากพรรคเดโมแครตต้องการจำกัดจำนวนเตียงในสถานกักกันผู้อพยพที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ขณะที่การเจรจารอบใหม่จะมีขึ้นในวันนี้  หากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่งบประมาณชั่วคราวสำหรับหน่วยงานรัฐบาลจะหมดลง ปธน.ทรัมป์ก็อาจจะปล่อยให้เกิดภาวะชัตดาวน์อีกครั้งหนึ่ง หรือเขาอาจยอมลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณ พร้อมกับใช้อำนาจประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ และออกกฎหมายอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส
  • (+) ครุกแมนเตือนมีโอกาสสูงเศรษฐกิจอาจเกิดภาวะถดถอยในปีนี้  นายพอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐเจ้าของรางวัลโนเบลในปี 2551 กล่าวเตือนว่า มีโอกาสสูงมากที่เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับภาวะถดถอยในปีนี้ หรือปีหน้า  นายครุกแมนกล่าวว่า ปัจจัยหลากหลายประการจะส่งผลกระทบทำให้มีแนวโน้มเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว  นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่าเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลง แต่เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่ายังคงมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในทันที 
  • (-) เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยอาจมีการเลื่อนกำหนดเส้นตายการเจรจาการค้าในวันที่ 1 มี.ค. เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า อาจมีการเลื่อนกำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 มี.ค.  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนจะจัดการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้ โดยกระทรวงพาณิชย์จีนยืนยันว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) และสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ โดยการประชุมจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 ก.พ.นี้  ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้าในวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งหากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงก่อนวันดังกล่าว ปธน.ทรัมป์ก็จะเดินหน้าเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิม 10% ในขณะนี้ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาไม่มีแผนที่จะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนวันที่ 1 มี.ค.  อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า ถึงแม้ปธน.ทรัมป์ไม่มีแผนที่จะพบกับปธน.สี จิ้นผิงก่อนวันที่ 1 มี.ค. แต่ผู้นำทั้งสองก็อาจสนทนาทางโทรศัพท์ในช่วงก่อนที่จะมีการพบปะกัน และถ้าหากการเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีความคืบหน้าอย่างมากในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะมีการเลื่อนกำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้าจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 มี.ค
  • (-) ปอนด์อ่อนค่า หลังเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขยายตัวต่ำสุดรอบ 6 ปี  ปอนด์อ่อนค่าเทียบดอลลาร์และยูโร หลังมีการเปิดเผยว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรมีการขยายตัวต่ำสุดรอบ 6 ปีในปีที่แล้ว  ณ เวลา 17.52 น.ตามเวลาไทย ปอนด์อ่อนค่า 0.36% สู่ระดับ 1.2901 ดอลลาร์ และปรับตัวลง 0.16% สู่ระดับ 0.8759 เทียบยูโร  สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักรขยายตัว 1.4% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555 และลดลงจากระดับ 1.8% ในปี 2560  ONS คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะยังคงชะลอตัวต่อไปในปีนี้ ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของปัจจัยการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์