วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ก.พ.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำลดลงจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

คืนนี้ติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,315 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,308.00 -5.97 1,300/1,290 1,315/1,320

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,500 -50 19,400/19,300 19,550/19,600
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบ 1,303-1,314 ดอลลาร์ และปิดตลาดลดลง ราคาทองคำได้รับปัจจัยลบจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเนื่องจากจีดีพีของสหราชอาณาจักรในปี 2561 ขยายตัว 1.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555 ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน หลังจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาขายทองคำ 15.28 ตัน
  • เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เปิดเผยว่า อาจมีการเลื่อนกำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 มี.ค. ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนจะมีการเจรจาการค้าในวันที่ 14-15 ก.พ. ซึ่งถ้าการเจรจาการค้ามีความคืบหน้าอย่างมากในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะเลื่อนกำหนดเส้นตายออกไป
  • คืนนี้ติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในหัวข้อ “การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทยากจน” นอกจากนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเดือนธ.ค. ตลาดคาดจะลดลงจาก 6.89 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย. สู่ระดับ 6.84 ล้านตำแหน่ง
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,315 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญ 1,300 ดอลลาร์ ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,290 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,315 ดอลลาร์ และ 1,320 ดอลลาร์ ตามลำดับ

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,580 +50 19,500/19,380 19,640/19,690

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,300-1,315 ดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้ แนะนำขายทำกำไรที่ 1,315-1,320  ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,313.00 +1.60 1,302/1,292 1,317/1,322

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOH19 ระหว่าง 1,302-1,317 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ:เงินปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ หลังศก.สหราชอาณาจักรขยายตัวต่ำสุดในรอบ 6 ปี

          เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.พ.) หลังจากมีรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักรขยายตัวที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ส่วนสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เงินปอนด์ร่วงลงหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า GDP ของสหราชอาณาจักรขยายตัว 1.4% ในปี 2561 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555 และลดลงจากระดับ 1.8% ในปี 2560 ทั้งนี้ ONS คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะยังคงชะลอตัวต่อไปในปีนี้ ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของปัจจัยการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ONS ยังระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับ Brexit ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายทางธุรกิจ

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $6.6 เหตุเงินดอลล์แข็งกดดันตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ นอกจากนี้ การที่ดัชนี Nasdaq และS&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกเมื่อคืนนี้ ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 6.6 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,311.90 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 11.9 เซนต์ หรือ 0.75% ปิดที่ 15.69 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 31 เซนต์ วิตกสหรัฐเพิ่มผลิตน้ำมัน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันจากการที่สหรัฐเพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันและผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น รวมทั้งความกังวลที่ว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลให้ความต้องการน้ำมันลดน้อยลง นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันด้วยเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 31 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 52.41 ดอลลาร์/บาร์เรล  ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 59 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 61.51 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดลบ 53.22 จุด เหตุวิตกชัตดาวน์,ตลาดจับตาเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.พ.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอาจถูกชัตดาวน์อีกครั้ง หลังจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตคว้าน้ำเหลวในการเจรจาประเด็นความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,053.11 จุด ลดลง 53.22 จุด หรือ -0.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,709.80 จุด เพิ่มขึ้น 1.92 จุด หรือ +0.07% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,307.90 จุด เพิ่มขึ้น 9.71 จุด หรือ +0.13%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์