วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ม.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

พิจารณาโซน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเสี่ยงเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

แนวรับ : 1276, 1265, 1256   แนวต้าน : 1299, 1309, 1318

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง  10.48  ดอลลาร์ต่ออออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน  ขณะที่บลูมเบิร์กรายงานว่า จีนเสนอที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าสหรัฐเป็นเวลา 6 ปี รวมมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์  และเสนอที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีต่อจีนให้เหลือศูนย์ภายในปี 2024 อีกด้วย  รายงานดังกล่าวผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐ-จีน  และช่วยกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง  ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 300 จุดซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจากการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  หลังจากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวจนกดดันให้เกิดแรงขายในพันธบัตรซึ่งดันอัตราผลตอบแทนให้ปรับตัวสูงขึ้น  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์บริเวณ 1,280.20  ดอลลาร์ต่อออนซ์   ด้านกองทุน  SPDR เพิ่มการถือครองทองคำในวันศุกร์ถึง +12.05 ตัน  สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายในฝั่งสหรัฐอาจะเบาบาง เนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดทองคำของสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ 

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงขายให้อ่อนตัวลงหลังจากที่ดีดตัวขึ้นมาใกล้  1,299  ดอลลาร์ต่อออนซ์   แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำยังสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจจะเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน แต่หากราคาหลุดแนวรับแรกจะทำให้ราคายังคงอ่อนตัวลง โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยขายทองคำออกมาเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณ 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะเข้าซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวอาจขยับจุดเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไปที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ประธานเฟดนิวยอร์กชี้ความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐส่งผลเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย  นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐกำลังเป็นสาเหตุที่ทำให้เฟดมีความระมัดระวังเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  “เราจำเป็นต้องมีการดำเนินการที่รอบคอบ อดทน และมีการตัดสินใจที่ดี โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ” นายวิลเลียมส์กล่าว  คำกล่าวของนายวิลเลียมส์สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายก่อนหน้านี้ที่ส่งสัญญาณการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากที่ปรับขึ้น 4 ครั้งในปีที่แล้ว  นายวิลเลียมส์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งในปีนี้ที่ระดับ 2.0-2.5% แม้ชะลอตัวลงจากปีที่แล้ว  ขณะเดียวกัน นายวิลเลียมส์กล่าวย้ำว่า หากแนวโน้มเศรษฐกิจย่ำแย่ลง เฟดก็พร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านนโยบายทุกอย่างในการสนับสนุนเศรษฐกิจ
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐทรุดหนักในเดือนม.ค.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ  ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 90.7 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 96.4 หลังจากแตะระดับ 98.3 ในเดือนธ.ค.
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 336.25 จุด รับความหวังสงครามการค้าใกล้ปิดฉาก  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันศุกร์ (18 ม.ค.) โดยภาวะการซื้อขายได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาที่จะการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่จีนเองก็ได้เสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจได้รับการแก้ไขในเร็ววัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยบดบังความกังวลเกี่ยวกับภาวะชัตดาวน์ในสหรัฐที่ยังคงยืดเยื้อ รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่น่าผิดหวัง  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,706.35 จุด เพิ่มขึ้น 336.25 จุด หรือ 1.38% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,670.71 จุด เพิ่มขึ้น 34.75 จุด หรือ 1.32% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,157.23 จุด เพิ่มขึ้น 72.76 จุด หรือ 1.03%
  • (-) ดอลลาร์แข็งค่า รับความหวังสหรัฐ-จีนคลี่คลายข้อพิพาทการค้า  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (18 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านการค้าที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน โดยมองว่าจะคลี่คลายลงได้ในอีกไม่นานนี้ หลังมีรายงานว่า สหรัฐกำลังพิจารณาที่จะผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่ทางฝั่งจีนเองก็ได้เสนอที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.78 เยน จากระดับ 109.26 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9952 ฟรังก์ จากระดับ 0.9937 ฟรังก์ และแข็งค่าแตะ 1.3269 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3266 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1369 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1390 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.2871 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2987 ดอลลาร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์