วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ม.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,276 1,265 1,256

แนวต้าน : 1,299 1,309 1,318

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป นายริชาร์ด คลาริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เฟดจะประเมินทิศทางการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกอย่างครอบคลุม แต่เฟดจะไม่ประเมินสถานการณ์นานเกินไป เพราะมิเช่นนั้นอาจทำให้ปรับนโยบายการเงินรองรับปัญหาดังกล่าวได้ช้าเกินแก้ การแสดงความเห็นดังกล่าว สนับสนุนการดำเนินนโยบายเชิงผ่อนคลายและเน้นย้ำให้เห็นถึงความเต็มใจของเฟดเพิ่มเติมในชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย ท่าทีดังกล่าวกดดันดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญต่างๆ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เฟด อาจระงับการคุมเข้มทางการเงินในปี 2019 อย่างไรก็ตามราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบโดยมีการแกว่งตัวในระดับสูง ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนแบ่งขายทองคำเพื่อทำกำไรบางส่วนเมื่อราคาขยับขึ้น ทดสอบแนวต้าน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้อาจโดนแรงขายออกมา นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรออกมาหากราคาไม่ผ่านโซนดังกล่าวแต่หากผ่านได้สามารถถือต่อ ในระยะสั้นหากราคามีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ สามารถเข้าซื้อเก็งกำไร โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot:ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยในระยะสั้นประเมินว่าราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบโดยมีการแกว่งตัวในระดับสูง

กลยุทธ์ Gold Futures:

LongPosition แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เล่นในกรอบ รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดทำกำไรและตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) รองปธ.เฟดไม่มั่นใจทิศทางเศรษฐกิจโลก หวั่นอาจช้าเกินแก้หากรอดูสถานการณ์นานเกินไป  นายริชาร์ด คลาริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เฟดจะประเมินทิศทางการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกอย่างครอบคลุม แต่เฟดจะไม่ประเมินสถานการณ์นานเกินไป เพราะมิเช่นนั้นอาจทำให้ปรับนโยบายการเงินรองรับปัญหาดังกล่าวได้ช้าเกินแก้  นายคลาริดา เปิดเผยว่า เฟดควรมีความเตรียมพร้อมในการปรับนโยบายการเงิน เพื่อจัดการกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนในตลาดเงิน  ถ้อยแถลงดังกล่าวสอดคล้องกับนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งกรุงวอชิงตันเมื่อวานนี้ว่า เฟดสามารถยืดหยุ่นและมีความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเฟดสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินตามขอบเขตที่สมควร หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มย่ำแย่ลง 
  • (+) ดอลลาร์อ่อนค่าจากความเห็นของประธานเฟด  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญต่างๆในวันนี้เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจระงับการคุมเข้มทางการเงินในปีนี้  นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เฟดสามารถใช้ความอดทนต่อนโยบายการเงินเมื่อพิจารณาจากเงินเฟ้อที่ยังทรงตัว ขณะนี้ตลาดประเมินว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากเฟดในปีนี้  นายริชาร์ด คลาริดา รองประธานเฟดก็แสดงความเห็นเชิงผ่อนคลายเช่นกัน เน้นย้ำให้เห็นถึงความเต็มใจของเฟดเพิ่มเติมในการอดทนต่อประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ย  เทรดเดอร์ยังคงมีทัศนะบวกว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะบรรลุผลในท้ายที่สุด โดยนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐระบุว่า รองนายกรัฐมนตรีหลิว แห่ง แห่งจีนมีแนวโน้มที่จะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในช่วงต่อไปในเดือนม.ค.เพื่อเจรจาการค้า  ดอลลาร์ร่วง 0.47% เมื่อเทียบกับหยวนออฟชอร์ สู่ 6.7602 หยวน โดยขณะนี้ หยวนอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.ของปีที่ผ่านมา  ดัชนีดอลลาร์ร่วง 0.17% สู่ 95.37 โดยดัชนีดังกล่าวร่วงประมาณ 2.2% นับตั้งแต่กลางเดือนธ.ค.จากการคาดการณ์ว่าการเติบโตชะลอตัวทั้งในสหรัฐและทั่วโลก จะจำกัดเฟดจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2019
  •  (+/-) “ทรัมป์” ยกเลิกการเข้าร่วมประชุมเศรษฐกิจโลก ณ เมืองดาวอสจากปัญหาชัตดาวน์รัฐบาล  เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐยกเลิกแผนเดินทางเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลก ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนนี้ ส่งสัญญาณว่าเขาเตรียมความพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าทางการเมืองเกี่ยวกับการปิดดำเนินการรัฐบาล (ชัตดาวน์) บางส่วน  ไม่ชัดเจนว่าการชัตดาวน์ ซึ่งขณะนี้เข้าสู่วันที่ 20 จะสิ้นสุดลงก่อนการเริ่มต้นการประชุมเศรษฐกิจโลกหรือไม่ ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ม.ค. ปธน.ทรัมป์และสมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรคเดโมแครตกำลังต่อสู้กับการจัดสรรงบประมาณสำหรับรัฐบาลและคำสัญญาของปธน.ทรัมป์ในการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก  ปธน.ทรัมป์กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า “เพราะการดื้อแพ่งต่อความมั่นคงพรมแดนและความสำคัญด้านความปลอดภัยของชาติเราของพรรคเดโมแครต ผมจึงต้องยกเลิกกำหนดการเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลกสำคัญ ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์”
  • (+/-) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพื่อเปิดกระทรวงเกษตร  เมื่อวานนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมาย 2 ฉบับเพื่อเปิดกระทรวงเกษตร, การขนส่งและหน่วยงานอื่นๆอีกครั้ง หลังถูกปิดเป็นส่วนใหญ่นานเกือบ 3 สัปดาห์  ในวันพุธ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำโดยพรรคเดโมแครต ได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับหนึ่งเพื่อกลับมาเปิดกระทรวงการคลังและสำนักงานสรรพากร แต่วุฒิสภา ซึ่งพรรคริพับลิกันครองเสียงข้างมาก ไม่แสดงความสนใจในการสนับสนุร่างดังกล่าว  หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐจำนวน 1 ใน 4 ถูกปิดทำการ โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจำนวน 800,000 คนต้องพักงานหรือทำงานโดยปราศจากค่าจ้าง กรณีดังกล่าวเกิดจากความขัดแย้งเรื่องข้อเสนอของบประมาณสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์