วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ม.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

การลงทุนอาจต้องเป็นไปในลักษณะรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อในโซน 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1276, 1265, 1256   แนวต้าน : 1299, 1309, 1318

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 6.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือนของสกุลเงินดอลลาร์  หลังการเปิดเผยจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงเกินคาดสู่ระดับ 216,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว  นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แม้จะระบุว่า  เฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มย่ำแย่ลง  แต่พาวเวลระบุเช่นกันว่า  เฟดจะยังคงปรับลดงบดุลลงจากระดับปัจจุบัน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดยังมีเป้าหมายที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป  ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นจนกดดันให้เกิดแรงขายทำไรในตลาดทองคำ  ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในแดนบวกเป็นวันทำการที่ 5 ติดต่อกันซึ่งกดดันราคาทองคำที่อยู่ฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติม  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้ -1.47 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรวัดเงินเฟ้อของเฟด  เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางการเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์และทองคำ

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังคงพยายามกลับขึ้นไปทดสอบ 1,299  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ มีแนวโน้มขึ้นทดสอบ 1,309  ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นได้ จะเกิดแรงขายออกมาเป็นระยะ โดยแนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่  1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นรอเปิดสถานะซื้อหากราคาทองคำยืนเหนือแนวรับในบริเวณ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากยังไม่สามารถผ่าน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุน และสำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรฝั่งขายระยะสั้น ยังคงต้องตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้าให้ชัดเจน

ข่าวสารประกอบการลงทุน 

  • (+) ทรัมป์พูดชัด พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉิน หวังออกกฎหมายพิเศษอนุมัติงบสร้างกำแพง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนในวันนี้ว่า เขาพร้อมที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หากการเจรจากับสภาคองเกรสไม่ประสบความคืบหน้าในการอนุมัติงบประมาณสำหรับการสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก  ทั้งนี้ การประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าว จะทำให้ปธน.ทรัมป์มีอำนาจออกกฎหมายพิเศษโดยไม่ต้องขอการอนุมัติจากสภาคองเกรสสำหรับการสร้างกำแพงโดยใช้งบประมาณที่มีการจัดสรรไว้แล้วสำหรับกองทัพ
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก หลังถ้อยแถลงพาวเวลหนุนนลท.แห่ซื้อเงินดอลล์  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาเตือนว่า ความยืดเยื้อของสถานการณ์ชัตดาวน์อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.42 เยน จากระดับ 108.26 เยน นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3227 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3221 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1499 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1544 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2744 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2794 ดอลลาร์
  • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 17,000 ราย สู่ระดับ 216,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 225,000 ราย
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 122.80 จุด ขานรับประธานเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดบ.  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ม.ค.) ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกัน 5 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนขานรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวสามารถสกัดปัจจัยลบจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มค้าปลีก หลังจากบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่างเมซี่ และโคห์ล เปิดเผยยอดขายที่ซบเซาในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,001.92 จุด เพิ่มขึ้น 122.80 จุด หรือ +0.51% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,986.07 จุด เพิ่มขึ้น 28.99 จุด หรือ +0.42% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,596.64 จุด เพิ่มขึ้น 11.68 จุด หรือ +0.45%
  • (+/-) พาวเวล ส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย เตือนชัตดาวน์ยืดเยื้อส่งผลเศรษฐกิจไร้ทิศทาง  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งกรุงวอชิงตันเมื่อวานนี้ว่า เฟดสามารถยืดหยุ่นและมีความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเฟดสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินตามขอบเขตที่สมควร หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มย่ำแย่ลง  นายพาวเวลยังกล่าวด้วยว่า “เมื่อพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันซึ่งอยู่ในระดับต่ำและสามารถควบคุมได้ เฟดก็สามารถอดทน และติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจด้วยความอดทนและระมัดระวัง”  นายพาวเวลยังได้กล่าวถึงกรณีที่กรรมการหลายคนของเฟดได้ออกมาคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยนายพาวเวลกล่าวว่า “เรายังไม่มีแผนที่ตายตัวในเรื่องนี้ แต่หากเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ก็จะตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2562 จะต้องแข็งแกร่งมาก และผมเชื่อว่าแนวโน้มดังกล่าวยังคงมีโอกาสที่จะเกิดขึ้น”  ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ นายพาวเวลได้กล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐถูกปิดการดำเนินงานชั่วคราวเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ ว่า หากสถานการณ์ชัตดาวน์ยืดเยื้อออกไป ผลกระทบก็จะปรากฏให้เห็นอย่างรวดเร็วและชัดเจนผ่านทางข้อมูลเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่า ความยืดเยื้อของภาวะชัตดาวน์จะส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจไร้ทิศทาง  นอกจากนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะยังคงปรับลดงบดุลลงจากระดับปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดมีปริมาณลดลง โดยถ้อยแถลงดังกล่าวนับเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดยังคงมีเป้าหมายที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์