วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ม.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

รายงานการประชุมเฟดระบุเฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานฯ

ราคาทองคำคาดคาดแกว่งตัวในกรอบแคบ

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,293.10 +8.00 1,285/1,280 1,300/1,310

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,500 19,500/19,450 19,650/19,750
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นแรง จากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งมาจากการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมเมื่อวันที่ 18-19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สามารถอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ สะท้อนให้เห็นว่าเฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สำหรับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ได้ส่งสัญญาณในด้านบวกถือว่าเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 2.65 ตันเมื่อวาน
  • เมื่อวานช่วงเช้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แถลงการณ์ต่อชาวสหรัฐทั่วประเทศ โดยเป็นการชี้แจงเหตุผลที่จะสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก ส่วนวันนี้เตรียมเดินทางเยือนชายแดนทางใต้ของสหรัฐที่ติดกับเม็กซิโก
  • คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรป ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 226,000 ราย
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,300 ดอลลาร์ในระยะถัดไป ซึ่งอาจต้องระวังแรงเทขายทำกำไรออกมา ขณะที่มีแนวรับที่ 1,285 และ  1,280 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,620 +80 19,600/19,550 19,730/19,830

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรบางส่วนที่ราคาทอง Spot 1,300 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,280 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,270 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,292.10 +6.60 1,287/1,282 1,302/1,312

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรบางส่วนที่ราคา GOH19 1,302 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวเมื่อราคา GOH19 ปรับลงมาที่ 1,282 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,272 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ: เงินดอลล์อ่อน หลังรายงานประชุมเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดบ.

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณในรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ว่า เฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 18-19 ธ.ค. 2561 โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สามารถอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยกรรมการเฟดหลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงิน และรายงานที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : เงินดอลล์อ่อน หนุนทองปิดบวก 6.10 ดอลลาร์

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ม.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งการที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาส่งสัญญาณถึงการชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเฟดประจำเดือนธ.ค.ซึ่งจะมีการเปิดเผยหลังจากตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการแล้ว  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 6.10 ดอลลาร์ หรือ 0.47% ปิดที่ 1,292.00 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.20 เซนต์ หรือ 0.14% ปิดที่ 15.735 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $2.58 รับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 5% เมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ม.ค.) ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 8 เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ส่งสัญญาณคืบหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รวมทั้งสต็อกน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 2.58 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 52.36 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2561สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.72 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 61.44 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธ.ค. 2561

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 91.67 จุด ขานรับเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่า การเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีความคืบหน้า โดยทั้งสองฝ่ายสามารถลดช่องว่างของความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นการค้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานการประชุมในเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่า เฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,879.12 จุด เพิ่มขึ้น 91.67 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,957.08 จุด เพิ่มขึ้น 60.08 จุด หรือ +0.87% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,584.96 จุด เพิ่มขึ้น 10.55 จุด หรือ +0.41%

“ทร้มป์” ชี้ชาวอเมริกันเดือดร้อน ย้ำการสร้างกำแพงช่วยป้องกันลักลอบขนยาเสพติด

            ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้แถลงเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและสภาคองเกรสในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการอนุมัติงบประมาณสำหรับหน่วยงานรัฐบาล จนทำให้หน่วยงานหลายแห่งต้องปิดการดำเนินงาน หรือชัตดาวน์ ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า กำแพงกั้นพื้นที่ชายแดนตอนใต้ซึ่งมีพรมแดนติดกับเม็กซิโกนั้น จะช่วยป้องกันการลักลอบการขนยาเสพติดข้ามแดน พร้อมระบุว่า ชาวอเมริกันได้รับความเดือดร้อนจากการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายและไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ ทรัมป์เตือนว่า ชาวอเมริกันหลายพันคนได้ถูกสังหารโดยไม่มีการดำเนินการที่เฉียบขาดในพื้นที่ชายแดน

จนท.สหรัฐยืนยันเจรจาการค้าจีน-สหรัฐขยายเวลาต่อถึงวันนี้ แย้มการเจรจาดำเนินไปด้วยดี

          นายสตีเวน วินเบิร์ก เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานสหรัฐ ระบุว่า การเจรจาของทั้งฝ่ายดำเนินไปด้วยดี “การเจรจาตลอดระเวลา 2 วันที่ผ่านมา เป็นไปด้วยดี และผมยืนยันว่าการเจรจาจะดำเนินต่อไป” คำยืนยันของนายวินเบิร์กมีขึ้นหลังจากสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานข่าวเกี่ยวกับการยืดเวลาการเจราจา ขณะที่สำนักข่าวดาวโจนส์รายงานว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถลดช่องว่างบางส่วนของความคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยการเจรจามีความคืบหน้าจากการที่จีนเห็นพ้องที่จะเพิ่มการซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดาวโจนส์ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่พร้อมที่จะทำข้อตกลงการค้าในขณะนี้ และจะมีการหารือกันหลังจากนี้ของเจ้าหน้าที่ในระดับรัฐมนตรีภายในเดือนนี้ ทั้งนี้ นายเจฟฟรีย์ เกอร์ริช รองผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เป็นผู้นำคณะผู้แทนจากสหรัฐในการเจรจาการค้ากับจีนที่กรุงปักกิ่งในครั้งนี้

นักเศรษฐศาสตร์เวิลด์แบงก์เตือนผลกระทบ Brexit อาจเป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจทั่วโลก

          นางฟรานซิสกา ออห์นซอร์จ ผู้จัดการกลุ่มวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารโลก เตือนว่า ความวุ่นวายที่เกิดจากการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) นั้น เป็นหนึ่งปัจจัยทางการเมืองที่ถือเป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจโลกอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยคาดว่าไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอังกฤษเท่านั้น แต่จะรวมถึงเศรษฐกิจยูโรและเศรษฐกิจประเทศโดยรอบที่พึ่งพายูโรโซนด้วย นางออห์นซอร์จกล่าวว่า ขนาดของความเสียหายที่จะเกิดจาก Brexit นั้น ยังไม่สามารถวัดได้ในขณะนี้ “Brexit เป็นความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร แต่ความวุ่นวายของ Brexit นั้นเป็นภัยต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนและอีกหลายประเทศที่พึ่งพาการค้ากับยูโรโซนอย่างมาก กลุ่มที่พึ่งพาการค้ากับยูโรโซนมากที่สุดคือประเทศในแถบยุโรปตะวันออก เช่น บัลแกเรียและจอร์เจีย และยังมีประเทศในแอฟริกาเหนือด้วย ” นางออห์นซอร์จกล่าว นอกจากนี้ นางออห์นซอร์จกล่าวว่า ความเสี่ยงหลัก 2 อย่างที่มีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2562 คือ “ภาวะผันผวนในตลาดการเงิน และความไม่แน่นอนของนโยบายหรือการเมืองที่สามารถส่งผลให้ตลาดการเงินตกอยู่ในภาวะชะงักงัน” พร้อมเสริมว่า Brexit เป็นหนึ่งในสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ “หากมีปัจจัยใดที่ทำให้การขยายตัวของยูโรโซนหยุดชะงัก ปัจจัยนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มตลาดเกิดใหม่เกิดใหม่ ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นความเสี่ยงต่อตลาดเกิดใหม่และการขยายตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา”

รัฐบาลจีนคุมเข้มระบบความปลอดภัยระหว่าง “คิม จอง อึน” เดินทางเยือนจีน           รัฐบาลจีนได้วางระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดในกรุงปักกิ่ง ในช่วงเวลาที่นายคิม จอง อึน กำลังอยู่ในระหว่างการเยือนประเทศจีน ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายคิมได้เดินทางถึงกรุงปักกิ่งด้วยรถไฟขบวนพิเศษเมื่อวานนี้ ซึ่งตรงกับวันเกิดของเขา อีกทั้งยังถือเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งที่ 4 ของนายคิม นับตั้งเขาได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ หลังจากบิดาของเขาได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนธ.ค. 2554 สื่อทางการของทั้งสองประเทศยังคงรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางเยือนจีนของนายคิมขณะนี้ รายงานระบุว่า ในช่วงเช้าของวันพุธ ขบวนรถยนต์ได้นายคิมออกจากบ้านพักรับรองดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่พำนักของแขกต่างประเทศระดับสูงระหว่างการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง   แม้ในขณะนี้ข้อมูลดังกล่าวจะยังคงไม่ชัดเจนว่า ขบวนรถยนต์ดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังที่ใด แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่านายคิมอาจจะเดินทางไปยังเขตพื้นที่พัฒนาทางเศรษฐกิจในทางตอนใต้ของกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นแหล่งโรงงานของบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูงหลายแห่ง แหล่งข้อมูลที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวได้ระบุว่า จะมีการจัดอีเว้นท์ทางการทูตขึ้นที่นี่   ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น นายคิมพยายามกระชับความสัมพันธ์กับจีนอย่างชัดเจน เนื่องจากจีนถือเป็นผู้สนับสนุนหลักทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองของเกาหลีเหนือ ในขณะที่ปีนี้ก็เป็นปีแห่งการครบรอบ 70 ปี ของการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์