วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ม.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1276, 1265, 1256   แนวต้าน : 1299, 1309, 1318

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  8.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าในระหว่างราคาจะมีการอ่อนตัวลงมาจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลก  ขานรับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่เป็นไปได้ด้วยดี  นอกจากนี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ยังรายงานอีกว่า จีนได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะซื้อสินค้าจำนวนมากจากสหรัฐ  ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงและกดดันทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ก่อนที่ราคาทองคำจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ที่ระบุว่า  กรรมการเฟดส่วนใหญ่สามารถอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ขณะที่กรรมการเฟดหลายคนกังวลเกี่ยวกับภาวะผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงิน และรายงานที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก  อีกทั้งยังมีกรรมการเฟด  2-3 รายที่ไม่สนับสนุนต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธ.ค.  ทั้งนี้  สัญญาณในเชิงผ่อนคลายในรายงานการประชุมเฟดกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนจนเป็นปัจจัยหนุนทองคำ  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ +2.65 ตันสู่ระดับ 799.18 ตันซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.ปี 2018  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐและถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับอยู่ที่ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาอาจพยายามทรงตัวและดีดตัวขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน :

รอเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้นหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้อาจเปิดสถานะขายทำกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน 

  • (+) รายงานประชุมชี้เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย มุ่งพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจและความเสี่ยง  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 18-19 ธ.ค. 2561 โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สามารถอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยกรรมการเฟดหลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงิน และรายงานที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก  “กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นว่า กรรมการสามารถอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ” รายงานการประชุมระบุ  รายงานการประชุมเฟดยังระบุด้วยว่า “กรรมการหลายคนกล่าวว่า ก่อนที่เฟดจะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งนั้น เฟดจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา”  นอกจากนี้ กรรมการเฟดยังได้หารือกันในประเด็นที่ว่า เฟดควรเปลี่ยนแปลงการใช้ถ้อยคำในแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) โดยให้มุ่งเน้นการใช้ถ้อยคำที่จะสะท้อนให้เห็นว่า เฟดนำข้อมูลเศรษฐกิจมาพิจารณาในการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงิน
  • (+) เงินดอลล์อ่อน หลังรายงานประชุมเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดบ.  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณในรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ว่า เฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.26 เยน จากระดับ 108.63 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9750 ฟรังก์ จากระดับ 0.9812 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3221 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3282 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1544 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1442 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2794 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2719 ดอลลาร์
  • (+) ยูโรสแตทเผยอัตราว่างงานยูโรโซนแตะ 7.9% ในเดือนพ.ย. ต่ำสุดรอบ 10 ปี  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 7.9% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี จากระดับ 8.0% ในเดือนต.ค. หลังจากพุ่งแตะระดับ 12.1% ในปี 2556  อัตราการว่างงานของเยอรมนีอยู่ที่ระดับ 3.3% ขณะที่กรีซอยู่ที่ระดับ 18.6%  นอกจากนี้ ยูโรสแตทเปิดเผยว่า จำนวนผู้ว่างงานลดลง 90,000 รายในเดือนพ.ย. สู่ระดับ 13.04 ล้านราย
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 91.67 จุด ขานรับเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน,เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดบ.  ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่า การเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีความคืบหน้า โดยทั้งสองฝ่ายสามารถลดช่องว่างของความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นการค้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานการประชุมในเดือนธ.ค.ของ เฟด ซึ่งส่งสัญญาณว่า เฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,879.12 จุด เพิ่มขึ้น 91.67 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,957.08 จุด เพิ่มขึ้น 60.08 จุด หรือ +0.87% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,584.96 จุด เพิ่มขึ้น 10.55 จุด หรือ +0.41%
  • (+/-) USTR เผยจีนให้สัญญาซื้อสินค้าสหรัฐจำนวนมากในการเจรจาการค้า  สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ในการเจรจาการค้ากับจีนที่เพิ่งสิ้นสุดลง สหรัฐสามารถสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่เป็นธรรม และได้รับประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายกับจีน  USTR เปิดเผยว่า จีนได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะซื้อสินค้าจำนวนมากจากสหรัฐ โดยมีการหารือถึงคำมั่นสัญญาของจีนในการซื้อสินค้าจำนวนมากจากสหรัฐในด้านการเกษตร, พลังงาน รวมทั้งสินค้าในภาคการผลิตและบริการ  ส่วนในอนาคตอันใกล้ สหรัฐและจีนจะจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี โดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเข้าร่วมการประชุม  อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการประกาศกำหนดการเจรจาการค้าในรอบต่อไปแต่อย่างใด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์