วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ม.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,277 1,269 1,256

แนวต้าน : 1,296 1,309 1,318

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ร่วงลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจากดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค.ของจีนรายงานโดย Caixin/Markit ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 19 เดือน ขณะที่นักลงทุนวิตกเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐอาจชะลอตัวและการขยายตัวของผลประกอบการบริษัทที่อาจแตะจุดสูงสุดไปแล้ว ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่งการร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐอย่างหนักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากดดันให้ดัชนี Nasdaq เข้าสู่ช่วงตลาดขาลง และดัชนี S&P 500 ใกล้ที่จะเข้าสู่ภาวะเช่นนั้น แนวโน้มดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ ราคาทองคำแกว่งตัวในทิศทางค่อยๆขยับขึ้น แนะนำให้เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยราคาอาจมีการย่อตัวลงเพื่อสะสมกำลังบริเวณแนวรับ 1,277-1,269 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะเป็นจุดเข้าซื้อเก็งกำไรอีกครั้ง โดยคาดว่าราคาอาจจะเคลื่อนไหวในกรอบ ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 1,296 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot : หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,277-1,269 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นในทิศทางค่อยๆขยับขึ้น อย่างไรก็ตามหากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,296 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,296 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,269 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เก็งกำไรจากการแกว่งตัว โดยรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,277-1,269 ดอลลาร์ต่อออนซ์และขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,296 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความผันผวนของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 1.15% เหตุวิตกเศรษฐกิจ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ร่วงลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 28.61 จุด หรือ 1.15% ปิดที่ 2,465.29 จุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 49.7 ในเดือนธ.ค. ลดลงจากเดือนพ.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.2 โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนขยายตัวต่ำกว่า 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2560 ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะหดตัว ขณะที่ดัชนีที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวในภาคการผลิต
  • (+) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วง 232 จุด เหตุวิตกแนวโน้มศก.โลกหลัง PMI การผลิตจีนชะลอตัว ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าร่วงลงกว่า 200 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดวอลล์สตรีทจะดิ่งลงในคืนนี้ หลังจากมีรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 50 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2560  ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ณ เวลา 13.08 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าดิ่งลง 232 จุด หรือ 1% แตะที่ 23,036 จุด
  • (+) เยนบวก ขณะวิตกศก.บั่นทอนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง สกุลเงินปลอดภัย เช่น เยน ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในวันนี้ ในขณะที่ตลาดมีความระมัดระวังในการซื้อขายวันแรกของปีใหม่ จากความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก, การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในอัตราที่ชะลอลง  ทั้งนี้ เยนปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดต่อกันจากความต้องการเสี่ยงที่ลดลงของนักลงทุน “ยังเป็นการยากที่จะมีทัศนะแง่บวกอย่างมาก เมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนทั้งหมด เราหวังว่า จะมีความคืบหน้าในด้านการเจรจาการค้า แต่ตลาดมีความระมัดระวัง และนั่นเป็นประโยชน์ต่อสกุลเงินปลอดภัย เช่น เยน” นักวิเคราะห์ของ Bank of Singapore กล่าว  ความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกรุนแรงขึ้นในวันนี้ จากการสำรวจที่แสดงว่า กิจกรรมการผลิตของจีนหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 19 เดือนในเดือนธ.ค. ในขณะที่คำสั่งซื้อภายในประเทศและส่งออกยังคงอ่อนแอลงต่อไป ขณะที่ดอลลาร์ถูกกดดันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่นักลงทุนมีความวิตกเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและการขยายตัวของผลประกอบการบริษัทที่แตะจุดสูงสุดแล้ว
  • (+) ผู้ว่าฯธ.กลางอินโดฯคาดรูเปียห์มีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2019 วันนี้นายเพอร์รีย์ วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ระบุว่า เขาคาดการณ์ว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเปียห์จะมีเสถียรภาพมากขึ้นในปีนี้ เมื่อเทียบกับปี 2018 ในขณะที่เขามีทัศนะเชิงบวกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนจะดีขึ้น นายวาร์จิโยระบุว่า ข่าวเกี่ยวกับ “สัญญาณเชิงบวกของการเจรจาการค้า” อาจหมายความว่า ภาวะทั่วโลกจะไม่เลวร้ายลงและนั่นอาจสร้างเสถียรภาพแก่รูเปียห์ เขายังระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนของรูเปียห์เทียบกับดอลลาร์ มีมูลค่าต่ำเกินไป และนโยบายการเงินสำหรับปี 2019 ของ BI จะยังคง “สนับสนุนการสร้างเสถียรภาพ” ทั้งนี้ BI ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้งในปีที่ผ่านมา เพื่อปกป้องเงินรูเปียห์ ซึ่งแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1998 ก่อนฟื้นตัวในช่วงเข้าสู่สิ้นปี รูเปียห์ซื้อขายที่ 14,450 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ ณ เวลา 13.35 น. ลดลง 0.5% จากช่วงปิดตลาดปี 2018
  • (+/-) สภาคองเกรสสหรัฐเตรียมเปิดประชุมอีกครั้งโดยไร้สัญญาณยุติการชัตดาวน์รัฐบาล สภาคองเกรสของสหรัฐมีกำหนดเปิดประชุมในวันนี้ โดยปราศจากสัญญาณแผนที่เป็นไปได้ในการยุติการชัตดาวน์รัฐบาลประมาณ 1 ใน 4 ที่ดำเนินมาเป็นเวลา 12 วันและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐไม่เปลี่ยนแปลงข้อเรียกร้องของเขาสำหรับงบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ในการสนับสนุนการสร้างกำแพงพรมแดน ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์เชิญเหล่าผู้นำพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในสภาคองเกรสมายังทำเนียบขาววันนี้ ซึ่งแหล่งข่าวสภาคองเกรสอธิบายว่า เป็นการสรุปด้านความมั่นคงพรมแดน 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์