วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ม.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาไม่หลุด 1,269 ดอลลาร์ต่อออนซ์จำเป็นต้องชะลอการเปิดสถานะขายออกไปก่อน ทั้งนี้ควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด โดยหากราคาดีดตัวขึ้นจนสร้างระดับสูงสุดใหม่ได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

แนวรับ : 1269, 1256, 1244   แนวต้าน : 1287, 1296, 1309ปัจจัยพื้นฐาน :

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำในตลาดโลกในปี 2018 ปิดปรับตัวลดลง  -20.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ คิดเป็น  -1.6% จากระดับราคาเปิดต้นปี ณ วันที่ 2 ม.ค. 2018 ที่ 1,302.70  ดอลลาร์ต่อออนซ์สู่ระดับ 1,282.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ทำให้ปี 2018 ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงรายปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015  โดยภาพรวมส่วนใหญ่ของปี 2018 ทองคำได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น 4.6% จากความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลังสหรัฐและจีนเกิดความขัดแย้งทางการค้า  บวกรวมกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)เร่งขึ้นดอกเบี้ยในปีที่ผ่านมา  อย่างไรก็ดีดอลลาร์ลดช่วงบวกลงหลังจีนและสหรัฐกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้า ประกอบกับเฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019  อีกทั้งหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอยู่ในภาวะชัตดาวน์ในช่วงปลายปีจากความขัดแย้งในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก  นอกจากนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกยังปรับตัวลงแรงจากความวิตกเกี่ยวกับการชะลอทางเศรษฐกิจทั่วโลก  ทำให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 4 และปิดตลาดในเดือนธ.ค.ด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปี 2017  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐและความคืบหน้าเกี่ยวกับภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาอ่อนตัวลงค่อนข้างจำกัดในช่วงก่อนหน้า แม้จะมีแรงช้อนซื้อเข้าทำกำไรสลับเข้ามาเพิ่มขึ้นก็ไม่มากนัก ซึ่งหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 1,269 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีผลให้ราคาสร้างฐานเพื่อปรับตัวขึ้นต่อ  เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับไม่มากหรือไม่สามารถยืนเหนือ 1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสเกิดแรงขายสลับออกมาเช่นกัน โดยมีแนวรับโซน 1,269-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

พิจารณาบริเวณ 1,269 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้หลายชั่วโมงเสี่ยงเปิดสถานะซื้อ แต่หากหลุด 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์  การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องชะลอออกไปก่อน ขณะที่หากราคาไม่สามารถขึ้นมายืนเหนือแนวต้าน 1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แบ่งขายทำกำไรบางส่วนเพื่อรอซื้อใหม่

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สี จิ้นผิง ต่อสายตรงถึง ทรัมป์ หวังบรรลุข้อตกลงทางการค้าในการประชุม G20 ที่อาร์เจนตินา  ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐไ ด้สนทนากันทางโทรศัพท์เมื่อวานนี้(29 ธ.ค.) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะใช้ความพยายามในการบรรลุข้อตกลงการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการค้า ในการประชุม G20 ที่อาร์เจนตินา  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ส่งสารสวัสดีปีใหม่แก่นายสีและชาวจีนทุกคน โดยกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนถือเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นที่จับตาของประชาคมโลก
  • (+) จับตาส.ส.เดโมแครตเล็งผ่านกม.งบประมาณยุติชัตดาวน์วันพรุ่งนี้โดยไม่รวมงบสร้างกำแพงตามคำขอทรัมป์  สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้วางแผนที่จะยุติภาวะที่หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลต้องปิดทำการ หรือชัตดาวน์ ด้วยการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวโดยไม่รวมงบประมาณการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้อง  ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐวางแผนที่จะผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในวันพฤหัสบดีที่ 3 ม.ค.ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งเป็นวันที่พรรคเดโมแครตครองจะเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ โดยการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวในครั้งนี้จะทำให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิมีงบประมาณในการดำเนินงานไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. นอกจากนี้ ร่างงบประมาณฉบับดังกล่าวยังรวมถึงการให้งบประมาณแก่หน่วยงานอื่นๆอีก 6 แห่งที่ถูกชัตดาวน์
  • (+) ทรัมป์ ย้ำภาวะชัตดาวน์อาจยืดเยื้อ จากกว่าสภาคองเกรสไฟเขียวงบสร้างกำแพง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ กล่าวให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อมวลชนว่า ภาวะที่หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลต้องปิดทำการ หรือชัตดาวน์ อาจจะยืดเยื้อต่อไป จนกว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก  สื่อต่างประเทศรายงานว่า ปธน.ทรัมป์กล่าวให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ว่า “เราไม่มีทางเลือก เราจะต้องมีความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน และกำแพงเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัยนั้น”  นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า แม้ชาวอเมริกันจำนวนมากต่างก็รอคอยค่าจ้างที่ยังคงค้างจ่ายอันเนื่องมาจากหน่วยงานถูกชัตดาวน์ แต่เขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับนายชัค ชูเมอร์ แกนนำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐ และนางแนนซี เพโลซี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเดโมแครตซึ่งจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปลายสัปดาห์นี้ 
  • (-) นักวิเคราะห์คาดวอลล์สตรีทดีดตัวขึ้นในปีนี้ แม้ทรุดตัวปีที่แล้ว  นายจอห์น สโตลท์ฟัส หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านการลงทุนของออพเพนไฮเมอร์ แอสเซท แมเนจเมนท์ แสดงความคาดหวังว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมีแนวโน้มสร้างความประหลาดใจต่อนักลงทุนด้วยการดีดตัวขึ้นในปี 2562 แม้ว่าทรุดตัวลงในปีที่แล้ว  “เราเชื่อว่าปัจจัยลบต่างๆได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นในขณะนี้แล้ว และเรามองเห็นโอกาสที่ราคาหุ้นจะดีดตัวกลับสู่ระดับที่เราเห็นในช่วงสิ้นไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นในปีใหม่นี้” นายสโตลท์ฟัสระบุในรายงาน  นายสโตลท์ฟัสไม่ได้คาดว่าตลาดหุ้นจะพุ่งขึ้นอย่างมากจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 โดยนักลงทุนจะยังคงถูกกดดันในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ จนกระทั่งมีปัจจัยกระตุ้นตลาดปรากฎขึ้น  ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดในวันทำการสุดท้ายของปี 2561  อย่างไรก็ดี ดาวโจนส์ยังคงทำสถิติปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในปีที่แล้ว นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านี้  เมื่อพิจารณาทั้งปี 2561 ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 5.6%, ดัชนี S&P 500 ทรุดตัวลง 6.2% และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 3.9% โดยดัชนีทั้ง 3 ต่างปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งในปีดังกล่าว ดัชนีดาวโจนส์, ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq รูดลง 33.8%, 38.5% และ 40% ตามลำดับ  นอกจากนี้ ปี 2561 ยังเป็นปีที่ดัชนีดาวโจนส์ และดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และดัชนี Nasdaq ร่วงลงเป็นครั้งแรก หลังจากดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 6 ปี  นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนพากันเทขายหุ้นในเดือนธ.ค. ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์