วิเคราะห์ราคาทองคำ 28 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำฟื้นตัวจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าตลาดคาด

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนธ.ค.

ราคาทองคำคาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,280 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,275.18 +8.43 1,265/1,260 1,280/1,290

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,600 19,550/19,500 19,750/19,850
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเริ่มฟื้นตัวและปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,278 ดอลลาร์ ราคาทองคำได้รับบัจจัยหนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ซึ่งมาจากการปิดหน่วยงานราชการบางส่วนของสหรัฐ (Shutdown) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนธ.ค.ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยลดลงสู่ระดับ 128.1 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 133.0
  • หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัลรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงที่ยังการปิดหน่วยงานราชการบางส่วนของสหรัฐ (Shutdown) ซึ่งได้แก่ ตัวเลขจีดีพี   อัตราเงินเฟ้อ รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล และยอดขายบ้านใหม่
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนธ.ค. ตลาดคาดลดลงสู่ระดับ 61.2 จาก 66.4 ในเดือนพ.ย. และยอดทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายเดือนพ.ย. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.9% จากเดือนต.ค.ลดลง 2.6%
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot ในระยะสั้นคาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,280 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไป 1,290 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับอยู่ที่ 1,265 และ  1,260 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,780 +10 19,660/19,610 19,860/19,960

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไปได้ (Let Profit Run) การเข้าซื้อแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,260-1,265 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 1,250 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,280.20 +1.40 1,267/1,262 1,282/1,292

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไปได้ (Let Profit Run) การเข้าซื้อแนะนำเมื่อราคา GOH19 ปรับลงมาที่ 1,262-1,267 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 1,252 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก วิตกแนวโน้มศก.สหรัฐ,สถานการณ์ชัตดาวน์

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ชัตดาวน์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงปีหน้า นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการที่หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลต้องปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือภาวะชัตดาวน์ ที่มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อไปจนถึงวันที่ 3 ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธที่จะลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณที่ไม่รวมงบประมาณการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดบวก $8.10 รับดอลล์อ่อน

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนตลาด นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐ ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ชัตดาวน์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงปีหน้า ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 8.10 ดอลลาร์ หรือ 0.64% ปิดที่ 1,281.1  ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 18.70 เซนต์ หรือ 1.24% ปิดที่ 15.310 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.61 วิตกภาวะน้ำมันล้นตลาด

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด รวมทั้งเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 1.61 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดที่ 44.61 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. ดิ่งลง 2.31 ดอลลาร์ หรือ 4.2% ปิดที่ 52.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 260.37 จุดรับแรงซื้อช่วงท้ายตลาด

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ (27 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนส่งแรงซื้อเข้าหนุนในช่วงท้ายของการซื้อขาย โดยหุ้นกลุ่มวัสดุและกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นแข็งแกร่งสุด ขานรับความหวังในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงานยังคงปิดในแดนบวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงอยู่ในท่าทีระมัดระวังการซื้อขายและจับตาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงวิกฤติชัตดาวน์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงปีหน้า  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,138.82 จุด พุ่งขึ้น 260.37 จุด หรือ +1.14% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,488.83 จุด เพิ่มขึ้น 21.13 จุด หรือ +0.86% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,579.49 จุด เพิ่มขึ้น 25.14 จุด หรือ +0.38%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์