วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ธ.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,260 1,249 1,237

แนวต้าน : 1,278 1,287 1,296

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ, ภาวะชัตดาวน์บางส่วนของรัฐบาลสหรัฐยังยืดเยื้อ, การเผชิญหน้ากันอย่างเปิดเผยระหว่าง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชัดเจนขึ้น เมื่อทำเนียบขาวได้หารือเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับการปลดประธานเฟด แนวโน้มดังกล่าวกดดันตลาดหุ้นวอลล์สตรีทให้เผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดัชนี S&P 500 ทรุดลงเกือบ 15% ในเดือนธันวาคม ,ดัชนีปรับตัวลดลงไปแตะระดับ 21,792.20 จุด ส่วนดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดดิ่งลง แตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 เดือน ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำเคลื่อนไหวไม่มากนักเนื่องจากหลายตลาดหยุดทำการในวันคริสต์มาส(25 ธ.ค.) และบางประเทศปิดทำการต่อเนื่องจนถึงวัน Boxing Day (26 ธ.ค.) ทั้งนี้ ระยะสั้นหากราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนหากราคาไม่ผ่านโซนดังกล่าว และหากราคาปรับตัวลดลงไม่หลุดแนวรับสามารถเข้าซื้อเก็งกำไร โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับยังมีโอกาสเกิดแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ถ้าราคายังสามารถทรงตัวอยู่บนโซน 1,260  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ยังมีลุ้นในการทดสอบแนวต้าน 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากว่าราคาผ่านไปได้ มีแนวโน้มที่ราคาอาจดีดตัวขึ้นถึงแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ปิดสถานะหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่หากราคาทองคำสามารถผ่านไปได้ นักลงทุนอาจชะลอการปิดสถานะไปบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

Short Position  สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากราคาสามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,278ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้ปิดสถานะเพื่อควบคุมความเสี่ยง

Open New  แนะนำให้เก็งกำไรในกรอบ 1,260-1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยหาจังหวะเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดโซนบริเวณแนวรับ 1,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดรอบ 4 เดือนเทียบเยน ท่ามกลางความยุ่งเหยิงในสหรัฐ  ดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเทียบกับเยน และฟรังก์สวิสในวันนี้ ในขณะที่นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางภาวะชัตดาวน์บางส่วนของรัฐบาลสหรัฐและการเผชิญหน้ากันอย่างเปิดเผยระหว่างทำเนียบขาวและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ดอลลาร์ร่วงลง 0.39% สู่ 110.00 เยน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนส.ค.และมีแนวโน้มร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 เมื่อเทียบกับเยน ในขณะที่ตลาดอังกฤษและสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส  เยนแตะระดับสูงสุดรอบ 16 เดือน เมื่อเทียบกับปอนด์ โดยอยู่ที่ 139.90 เยน และจุดสูงสุดรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับยูโร ที่ 125.60 เยน  ฟรังก์สวิสปรับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สู่ระดับสูงสุดรอบ 12 เดือน ที่ 0.98355 ต่อดอลลาร์ ต่อเนื่องจากการปรับขึ้น 0.9% เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 11 เดือน  ทองปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 6 เดือน ที่ 1,269.30 ดอลลาร์/ออนซ์เมื่อวานนี้  หุ้นสหรัฐร่วงลงกว่า 2% ขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 6% ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ที่สิ้นสุดเร็วกว่าปกติ ในขณะที่ความคืบหน้าในวอชิงตันเพิ่มเติมต่อความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า  ดัชนีความผันผวนของตลาดวอลล์สตรีท ซึ่งวัดความผันผวนของหุ้นและมักได้รับการพิจารณาว่า เป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุน ดีดขึ้นสู่ 36.10 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เมื่อดัชนีพุ่งขึ้นในช่วงสั้นๆสูงถึง 50.30 
  • (+) นักวิเคราะห์มองการเรียกประชุมของรมว.คลังสหรัฐสร้างความวิตกให้ตลาดมากกว่าเรียกความมั่นใจ  นักวิเคราะห์มองว่า การที่นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบการเงินร่วมกับกระทรวงการคลังเมื่อวานนี้ สร้างความวิตกให้กับตลาดมากกว่าที่เรียกความมั่นใจ ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ นายมนูชินได้หารือกับนักการธนาคารสหรัฐระดับสูงและสร้างความมั่นใจว่า ธนาคารยังสามารถให้เงินกู้  นักวิเคราะห์กล่าวว่า ถ้าความพยายามของนายมนูชินคือเพื่อทำให้ตลาดคลายวิตก เราพบว่าไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อวานนี้  ตลาดวอลล์สตรีทจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อรายงานที่ว่า ปธน.ทรัมป์ได้หารือเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปลดนายพาวเวลล์ ประธานเฟด ซึ่งเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมาหลังการแต่งตั้งของปธน.ทรัมป์ และยังคงดำเนินแนวทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อไปตามที่เริ่มขึ้นโดยนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนก่อน  นายมนูชินกล่าวในวันเสาร์ว่า ปธน.ทรัมป์บอกกับเขาว่า ปธน.ทรัมป์”ไม่เคยเสนอการปลดนายพาวเวลล์”  อย่างไรก็ตาม เพียงแค่มีกระแสข่าวว่า ปธน.ทรัมป์อาจจะพยายามแทรกแซงเฟดอย่างหนัก ได้สร้างความวิตกให้กับตลาดการเงินต่างๆที่ดำเนินการมายาวนานจากข้อสันนิษฐานว่า เฟดมีอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง  สิ่งที่สร้างความปั่นป่วนคือ การขาดความชัดเจนว่า อันที่จริงแล้วปธน.ทรัมป์สามารถปลดนายพาวเวลล์หรือไม่  นางซาราห์ บินเดอร์ ศาสตราจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน กล่าวว่า ประเด็นที่ว่า ปธน.ทรัมป์สามารถถอดถอนนายพาวเวลล์จากตำแหน่งประธานเฟดหรือไม่นั้น “มีความคลุมเครือทางกฎหมาย”  กฎของธนาคารกลางสหรัฐระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นายพาวเวลล์จะสามารถถูกถอดถอนจากคณะกรรมการผู้ว่าการของเฟดได้”เมื่อมีสาเหตุ”ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเข้าใจว่าหมายความถึงความประพฤติมิชอบ แทนที่จะเป็นเพราะความขัดแย้งเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย  แต่นางบินเดอร์กล่าวว่า อาจจะถูกต้องตามกฎหมายสำหรับปธน.ทรัมป์ในการถอดถอนนายพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งประธาน โดยเมื่อครั้งล่าสุดที่สภาคองเกรสแก้ไขกฎหมายในปี 1977 ไม่ได้มีการระบุว่า การถอดถอนจากบทบาทประธานจะต้อง”มีสาเหตุ”
  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 22.19 จุด สอดคล้องภูมิภาค  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง อย่างไรก็ดี แรงซื้อจากกองทุนรัฐในภาคบ่ายได้ช่วยลดช่วงลบลง  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวลง 22.19 จุด หรือ 0.88% ปิดที่ 2,504.82 จุด  สำหรับความเคลื่อนไหวในด้านนโยบายนั้น ผลการประชุมของคณะผู้บริหารของคณะมนตรีแห่งรัฐจีน (State Council) หรือคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเป็นประธานการประชุม ระบุว่า จีนจะใช้มาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจเอกชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของจีนมากยิ่งขึ้น 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์