วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ธ.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,249 1,237 1,226

แนวต้าน : 1,266 1,278 1,287

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอาจสั่นคลอน ภายหลังจากที่สหรัฐได้ประกาศดำเนินคดีแฮกเกอร์ชาวจีน 2 ราย ในข้อหาทำการโจรกรรมข้อมูลจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐอย่างน้อย 45 แห่ง และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐหลายแห่ง โดยระบุว่าแฮกเกอร์ทั้ง 2 รายได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลจีน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐ ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายโดยรวมทั้งตลาดเงินตลาดทุน และตลาดทองคำอาจเบาบางลงเพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการเข้าตลาดก่อนช่วงวันหยุดยาวปลายปี ทำให้ราคาทองคำอาจแกว่งตัวแคบลง แนะนำรอดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำว่าจะสามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้าน 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่งหรือไม่ หากสามารถยืนได้ประเมินว่าราคาทองคำจะขยับขึ้นชนแนวต้านถัดในโซน 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำแบ่งทองคำออกขายตามบริเวณแนวต้านเพื่อทำกำไร ทั้งนี้ หากราคาทองคำอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,256-1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้นักลงทุนสามารถเข้าซื้อทำกำไรระยะสั้น อย่างไรก็ตามการอ่อนตัวลงของราคาทองคำไม่ควรหลุดแนวรับบริเวณ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยืนเหนือโซน 1,256-1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้แข็งแกร่งทำให้ยังมีลุ้นในการทดสอบแนวต้าน 1,266-1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากว่าราคาขยับต่ำกว่า 1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีแนวโน้มที่ราคาอาจอ่อนตัวมาถึงบริเวณ 1,237ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position หากราคาสามารถขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,266-1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ขายทำกำไร เพราะหากยืนเหนือบริเวณดังกล่าวไม่ได้ อาจมีแรงขายทำกำไรออกมา

Short Position หากว่าราคาทองคำหลุดโซน 1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา น่าจะมีโอกาสในการปิดสถานะทำกำไรตรงแถวๆแนวรับ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 Open New สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้แนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในบริเวณ 1,256-1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และนักลงทุนที่มีทองคำแนะนำให้ขายแบ่งขายทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้าน 1,266-1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) รัฐบาลจีนออกโรงปฏิเสธข้อกล่าวหาสหรัฐประเด็นความมั่นคงไซเบอร์  นางหัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวแถลงการณ์วันนี้ว่า รัฐบาลจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์และการโจรกรรมข้อมูลไซเบอร์ของ 2 แฮกเกอร์ชาวจีน  โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า สหรัฐมักมีท่าทีประสงค์ร้าย ซึ่งเป็นการละเมิดหลักพื้นฐานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างรุนแรง และเป็นการทำลายความร่วมมือระหว่างสองประเทศ   นางหัว กล่าวว่า “จีนขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและขอแสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐอย่างจริงจัง”  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ประกาศดำเนินคดีต่อนายจู หัว และนายจ้าง ชิหลง ซึ่งเป็นแฮกเกอร์ชาวจีน ในข้อหาทำการโจรกรรมข้อมูลโดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลจีน 
  • (+) ดอลลาร์เคลื่อนตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือ  ดอลลาร์ร่วงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนในวันนี้จากแรงกดดันจากสถานการณ์ในช่วงสิ้นปีของตลาดเงินที่เกิดจากราคาน้ำมันร่วง, การเทขายหุ้นและความเสี่ยงของการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐ  หนึ่งวันหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและแสดงการคาดการณ์เชิงผ่อนคลายน้อยกว่าที่เทรดเดอร์คาดหมาย การลดการซื้อดอลลาร์ในช่วงตลาดเบาบางก่อนถึงเทศกาลวันหยุดดูเหมือนจะเป็นคำอธิบายเดียวสำหรับความอ่อนแอของดอลลาร์  สกุลเงินเยน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้ประโยชน์จากทัศนะเปราะบางดังกล่าว ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุลอยู่ที่ 96.421 หลังร่วงสู่ 96.168 ในคืนที่ผ่านมา ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. ดัชนีดังกล่าวร่วงประมาณ 1% ในสัปดาห์นี้  นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงตลอดทั้งสัปดาห์จากความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น พร้อมด้วยราคาน้ำมันปรับลดลงทำให้เกิดการร่วงเพิ่มเติมของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล  นั่นทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าแม้แต่ในขณะที่เฟดแสดงความเห็นเชิงผ่อนคลายน้อยกว่าที่คาด ซึ่งช่วยยับยั้งการเทขายมากกว่านี้  สกุลเงินสหรัฐทำผลงานอ่อนแอเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเยนในขณะที่ ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วง หลังนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแผนการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟดแม้มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากขึ้น  ดัชนี MSCI ร่วงเกือบ 4% ในสัปดาห์นี้และแตะระดับต่ำสุด อีกปัจจัยกดดันดอลลาร์คือข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐปฏิเสธลงนามร่างงบประมาณรัฐบาลกลางสหรัฐยกเว้นว่าเขาจะได้เงินสำหรับก่อสร้างกำแพง สร้างความเสี่ยงว่าจะเกิดภาวะชัตดาวน์รัฐบาลบางส่วนในวันเสาร์นี้  เงินยูโรปรับขึ้น 0.05% สู่ 1.1449 ดอลลาร์ หลังปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 1.1486 ดอลลาร์ในวันก่อนหน้า สกุลเงินยูโรมีแนวโน้มปรับขึ้น 1.4% ในสัปดาห์นี้
  • (+) จีนวางแผนซื้อถั่วเหลืองสหรัฐเพิ่ม  เมื่อวานนี้ แหล่งข่าวระบุว่า จีนวางแผนซื้อถั่วเหลืองสหรัฐครั้งที่ 3 ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า หลังการสงบศึกทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในเดือนนี้ทำให้จีนซื้อถั่วเหลืองสหรัฐแล้ว 2 ครั้ง  จีนซื้อถั่วเหลืองสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งประเทศจีนจัดประชุมร่วมกันในวันที่ 1 ธ.ค.และตกลงระงับสงครามการค้านาน 90 วันเพื่อเจรจายุติความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางการค้า  จีนมีแนวโน้มซื้อถั่วเหลืองสหรัฐเพิ่มกว่า 2 ล้านตันก่อนถึงวันคริสต์มาส
  • (+/-) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านงบประมาณก่อสร้างกำแพงของ “ทรัมป์”  เมื่อวานนี้ สมาชิกพรรคริพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเพิ่มงบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ในร่างงบประมาณการใช้จ่ายรัฐบาลสหรัฐเพื่อช่วยให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐปฏิบัติตามคำสัญญาในการสร้างกำแพงบริเวณพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ทำให้มีโอกาสเกิดการชัตดาวน์รัฐบาลกลางบางส่วนในสัปดาห์นี้  วุฒิสภาสหรัฐมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ผ่านร่างงบประมาณดังกล่าว ซึ่งจ่ายเงินให้แก่สำนักงานต่างๆที่รับผิดชอบต่อกิจกรรมบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง, การตรวจสอบด้านความปลอดภัยสนามบิน, การสำรวจอวกาศและโครงการด้านเกษตรกรรม ภายในกำหนดเส้นตายเที่ยงคืนของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น  ปธน.ทรัมป์ระบุว่าเขาจะไม่ลงนามในร่างงบประมาณที่ผ่านวุฒิสภาเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. เพราะไม่มีงบประมาณก่อสร้างกำแพง ซึ่งเป็นคำมั่นที่เขาให้ไว้แก่ประชาชนขณะหาเสียงเลือกตั้งปี 2016

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์