วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือน

คืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 3 และดัชนีราคา PCE พื้นฐาน

แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้น

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,259.80 +17.1 1,250/1,240 1,266/1,270

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,400 +50 19,350/19,250 19,550/19,600
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการซื้อขายในช่วงกลางคืน ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือนที่  1,266 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับลงแรง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2561-2562 สู่ระดับ 3.0% และ 2.3% รวมทั้งความกังวลการปิดหน่วยงานราชการของสหรัฐ (U.S. government shutdown) ทำให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 3 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งสุดท้าย ตลาดคาดขยายตัว 3.5% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน ดัชนีราคา PCE พื้นฐานเดือนพ.ย. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้จะประกาศยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเป็นขาขึ้น โดยคาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,266 ดอลลาร์อีกครั้ง และมีแนวต้านถัดไปที่ 1,270 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,250 และ 1,240 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,560 +40 19,430/19,340 19,620/19,670

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไปได้ (Let Profit Run) การเข้าซื้อแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,250 และ 1,240 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 1,235 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,258.80 +1.90 1,252/1,242 1,268/1,272

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไปได้ (Let Profit Run) การเข้าซื้อแนะนำเมื่อราคา GOZ18 ปรับลงมาที่ 1,252 และ 1,242 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 1,237 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ :ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมกับปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้และปีหน้า ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากเฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 3.0% จากเดิมที่ 3.1% และปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้าสู่ระดับ 2.3% จากเดิมที่ 2.5% นอกจากนี้ เฟดยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ และปีหน้าสู่ระดับ 1.9% ขณะที่คงตัวเลขเงินเฟ้อในปี 2563 และ 2564 ที่ระดับ 2.1% และคงตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวที่ระดับ 2.0%

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดพุ่ง $11.50 นลท.แห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังเฟดขึ้นดบ.

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในปีหน้า นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ด้วยเช่นกัน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 11.50 ดอลลาร์ หรือ 0.9% ปิดที่ 1,267.90 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 5.10 เซนต์ หรือ 0.34% ปิดที่ 14.869 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.29 ตามตลาดหุ้นสหรัฐ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือนเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ธ.ค.) โดยสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงตามตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด และแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันที่อ่อนแอ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 2.29 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 45.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2560 สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 2.89 ดอลลาร์ หรือ 5.1% ปิดที่ 54.35 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 2560

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดร่วง 464.06 จุด หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย,วิตกชัตดาวน์

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลที่ว่า หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐอาจต้องปิดทำการเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะไม่ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อตอบโต้พรรคเดโมแครตที่ไม่ให้ความสำคัญต่อการจัดสรรงบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,859.60 จุด ร่วงลง 464.06 จุด หรือ -1.99% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,467.42 จุด ลดลง 39.54 จุด หรือ -1.58% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,528.41 จุด ลดลง 108.42 จุด หรือ -1.63%

เฟดมีมติขึ้นดบ. 0.25% ตามคาด ขณะลดคาดการณ์ปรับขึ้นปีหน้าเหลือ 2 ครั้ง

          คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุม ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม เป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 9 นับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติในเดือนธ.ค.2558 นอกจากนี้ เฟดยังได้ปรับลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าเหลือเพียง 2 ครั้ง จากเดิมที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ทั้งนี้ เฟดได้คงตัวเลขคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของปี 2561 อยู่ที่ระดับ 2.38% ส่วนปี 2562 ปรับลดลง 0.25% สู่ระดับ 2.88%, และปี 2563 ปรับลดลง 0.25% สู่ระดับ 3.13% ส่วนอัตราดอกเบี้ยในปี 2564 ปรับลดลง 0.25% สู่ระดับ 3.13% และเฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวลง 0.25% สู่ระดับ 2.75%  ขณะเดียวกัน เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 3.0% จากเดิมที่ 3.1% และปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้าสู่ระดับ 2.3% จากเดิมที่ 2.5% ส่วนการขยายตัวในปี 2563 ยังคงอยู่ที่ระดับ 2% ขณะที่คงตัวเลขคาดการณ์อัตราการขยายตัวในปี 2564 ที่ระดับ 1.8% และปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวในระยะยาว สู่ระดับ 1.9% นอกจากนี้ เฟดประกาศคงตัวเลขอัตราการว่างงานในปีนี้ที่ระดับ 3.7% และคงตัวเลขอัตราว่างงานในปี 2562 ที่ระดับ 3.5% ส่วนตัวเลขในปี 2563 และ 2564 ได้ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.6% และ 3.8% ตามลำดับ ขณะที่ปรับลดตัวเลขว่างงานในระยะยาวสู่ระดับ 4.4% และสุดท้าย เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ และปีหน้าสู่ระดับ 1.9% ขณะที่คงตัวเลขเงินเฟ้อในปี 2563 และ 2564 ที่ระดับ 2.1% และคงตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวที่ระดับ 2.0%

วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงชัตดาวน์แล้ว

          วุฒิสภาสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบางแห่ง หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “ภาวะชัตดาวน์” แล้ว เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานของรัฐบาลหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการดำเนินงานไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ.ปีหน้า โดยไม่ได้พิจารณางบประมาณก่อสร้างกำแพงกั้นระหว่างชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเรียกร้อง ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในสัดส่วน 1 ใน 4 ของงบประมาณการดำเนินงานของรัฐบาล และคาดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐจะผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวได้ภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่งบประมาณจะหมดอายุลงในช่วงเที่ยงคืนของวันศุกร์ ก่อนหน้านี้นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวจะทำให้หน่วยงานของรัฐบาลมีงบประมาณในการดำเนินงานจนถึงวันที่ 8 ก.พ.ปีหน้า และจะส่งผลให้การอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นการควบคุมคนเข้าเมืองตามแนวชายแดน และการรักษาความปลอดภัยตามชายแดนถูกเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า”เราต้องการให้หน่วยงานรัฐบาลเปิดทำการสำหรับชาวอเมริกัน”

ผู้ว่าฯ BOJ ชี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังสดใสแม้เผชิญแรงกดดันสงครามการค้า           นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมนโยบายการเงิน โดยนายคุโรดะยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น แม้ว่าความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และความผันผวนในตลาดการเงินจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์