วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 ธ.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,233 1,221 1,212

แนวต้าน : 1,249 1,256 1,266

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ธนาคาร OCBC ระบุในบทวิจัยว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะยืนยันถึงจุดยืนที่ระมัดระวังมากขึ้นอีกครั้งหลังการประชุมเดือนธ.ค. นั่นอาจจะเป็นการคลายวิตกสำหรับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวกดดันดอลลาร์ นอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินหยวนของจีนที่ฟื้นตัวขึ้น ตอบรับ ปธน.สี จิ้นผิงของจีน ที่กล่าวว่า จีนจะขยายความพยายามในการเปิดตลาด และรับประกันถึงการใช้มาตรการปฏิรูปที่สำคัญในวาระครบรอบ 40 ปีของการเปิดเศรษฐกิจจีน  อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าสำหรับผู้ที่รอซื้อทองคำยังคงต้องรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,233-1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,249-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าว หากราคาไม่สามารถผ่านไปได้น่าจะเห็นการอ่อนตัวลงของราคาทองคำ

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ จึงอาจเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านแรกบริเวณดังกล่าวได้ จะทำให้ราคายังคงปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ปิดสถานะหากราคาดีดตัวขึ้นมาและไม่ผ่านแนวต้าน 1,249 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะบริเวณแนวต้านสำคัญที่ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และไปรอลุ้นปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,221 ดอลลาร์ต่ออออนซ์

Open New แนะนำให้เก็งกำไรในกรอบ โดยรอจังหวะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงหรือบริเวณแนวรับ 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,249-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์สถานะซื้อควรตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นักลงทุนดอลลาร์ระมัดระวังก่อนประชุมเฟด ขณะจับตาแนวโน้มนโยบาย  ดอลลาร์เปราะบางในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียในวันนี้ ในขณะที่ตลาดคาดว่า ความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณการยุติวงจรการคุมเข้มทางการเงินในการประชุมสัปดาห์นี้  ตลาดหุ้นเอเชียถูกกระแทกอย่างหนัก หลังการเทขายในตลาดวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ หลังการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนแอทั่วโลกที่สนับสนุนคาดการณ์ที่ว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่คาดไว้ในวันพรุ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มขึ้นของการชะลอลง หรือแม้แต่การยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องที่ดำเนินมา 3 ปี  เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดซึ่งรวมถึงนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เมื่อไม่นานมานี้มีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายที่เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อมั่นของตลาดจาก 2-3 เดือนก่อนจากสัญญาณมากขึ้นถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก  ในขณะที่คาดการณ์เฉลี่ยล่าสุดของเฟดจากเดือนก.ย.บ่งชี้ถึงความเต็มใจของเฟดในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2019 แต่ตลาดสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยปรับตัวรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งสำหรับปี 2019  เป็นผลจากความเชื่อที่ว่า ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นของสหรัฐอาจจะสร้างความเสียหายต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และในที่สุดจะทำให้เฟดต้องยุติแนวทางการคุมเข้มทางการเงิน  เศรษฐกิจสหรัฐซึ่งขยายตัวแข็งแกร่งในปีนี้ เริ่มแสดงสัญญาณความอ่อนล้า เพิ่มเติมต่อหลักฐานที่เพิ่มขึ้นที่อื่น ซึ่งรวมถึงในยุโรปและจีน เกี่ยวกับแรงผลักดันที่ชะลอลง  แต่ดอลลาร์อาจจะไม่ซบเซา นักวิเคราะห์บางรายคิดว่า ดอลลาร์จะสามารถกลับมาแข็งแกร่ง ถ้าเฟดยังคงมั่นใจเกี่ยวกับแนวทางการคุมเข้มทางการเงินในปีหน้า  ดัชนีดอลลาร์ปรับลงเล็กน้อย มาที่ 97.08 หลังร่วงลง 0.4% เมื่อวานนี้
  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 21.32 จุด เหตุวิตกเศรษฐกิจ  เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดร่วงลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าของจีนภายหลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมครบรอบ 40 ปีแห่งการเปิดประเทศและการปฏิรูปในวันนี้ โดยปธน.สีได้ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้านโยบายปฏิรูปและเปิดกว้าง ท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ พร้อมกับย้ำว่า จีนได้พัฒนาวิสาหกิจในระบอบสังคมนิยมตามแบบของจีนเอง   ซินหัวรายงานว่าเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 12.32 จุด หรือ 0.82% ปิดที่ 2,576.65 จุด
  • (-) เงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งแกร่งนำโดยรูเปียห์  สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งแกร่งในวันนี้ ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงจากคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะผ่อนคลายจุดยืนด้านนโยบายการเงิน ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง  รูเปียห์นำการปรับตัวขึ้นในภูมิภาค โดยแข็งค่า 0.6% และรูปีบวก 0.4% ในขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลง ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับอุปทานล้นตลาด  ดอลลาร์ยังคงถูกกดดัน หลังข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาเน้นย้ำคาดการณ์ที่ว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่คาดไว้ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 4 ของปีนี้ จะเป็นจุดเริ่มขึ้นของการชะลอลง หรือแม้แต่การยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องที่ดำเนินมา 3 ปี  หยวนทรงตัว  วอน, ริงกิต และดอลลาร์สิงคโปร์ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับดอลลาร์  บาทแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก่อนการประชุมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันพรุ่งนี้  นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ธปท.จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จากระดับต่ำเกือบเป็นประวัติการณ์ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 7 ปี  การปรับขึ้นจะสะท้อนว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายมีความระมัดระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงิน และจะทำให้พวกเขามีโอกาสมากขึ้นในการปรับลดในภายหลัง ถ้าภาวะเศรษฐกิจโลกย่ำแย่ลง
  • (+/-) EC ชี้อิตาลีจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย 2.5-3.0 พันล้านยูโรก่อนได้รับอนุมัติงบประมาณ  อิตาลีหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงกับคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ในการเจรจาเรื่องงบประมาณปี 2019 หลังจากรัฐบาลอิตาลีส่งข้อตกลงฉบับแก้ไขให้แก่สหภาพยุโรป (EU) ด้านคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เรียกร้องให้อิตาลีลดค่าใช้จ่ายอีก 2.5-3.0 พันล้านยูโร (3.40 พันล้านดอลลาร์) ก่อนที่จะอนุมัติงบประมาณปี 2019 ของประเทศ  ข้อตกลงดังกล่าวจะยุติความขัดแย้งนานหลายสัปดาห์ระหว่างคณะกรรมาธิการยุโรปและพรรครัฐบาลผสมของอิตาลี ซึ่งประกอบด้วยพรรคต่อต้านขั้วอำนาจเก่า “5-Star Movement” และพรรฝ่ายขวาจัด “League”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์