วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลงแรงหนุนราคาทองคำ

คืนนี้สหรัฐจะประกาศการอนุญาตก่อสร้าง การเริ่มสร้างบ้าน

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,245.56 +6.98 1,235/1,230 1,250/1,255

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,250 -50 19,250/19,200 19,400/19,450
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับเพิ่มขึ้นเข้าใกล้แนวต้าน 1,250 ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับลงแรงจากความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยสหรัฐประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านเดือนธ.ค.ลดลงสู่ระดับ 56 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดและเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2558 รวมทั้งดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนธ.ค.ออกมาลดลงสู่ระดับ 10.9 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 20.1
  • การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มขึ้นในวันนี้และจะทราบผลในคืนพรุ่งนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.25-2.50% ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศการอนุญาตก่อสร้างเดือนพ.ย. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.27 ล้านยูนิตจาก 1.26 ล้านยูนิตในเดือนต.ค. การเริ่มสร้างบ้านเดือนพ.ย. ตลาดคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.23 ล้านยูนิต
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหว Sideways up การปรับขึ้นของราคาทองคำคาดมีกรอบที่จำกัด ซึ่งส่วนหนึ่งนักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยมีแนวต้านที่ 1,250 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญที่ 1,254 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,235 และ 1,230 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,390 +80 19,320/19,220 19,500/19,540

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไปได้ แต่ถ้าต้องการขายทำกำไรระยะสั้นอาจขายทำกำไรที่ราคาทองคำ Spot 1,254 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,243.00 +4.40 1,237/1,232 1,252/1,256

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไปได้ แต่ถ้าต้องการขายทำกำไรระยะสั้นอาจขายทำกำไรที่ราคา GOZ18 1,256 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินดอลล์อ่อนจากแรงขายทำกำไร ขณะนักลงทุนจับตาประชุมเฟด

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดอลลาร์พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ พร้อมกับจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 ธ.ค.นี้ ขณะที่เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศจัดการลงมติในรัฐสภาเกี่ยวกับข้อตกลง Brexit ในช่วงกลางเดือนม.ค.ปีหน้า

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดพุ่ง $10.40 รับเงินดอลล์อ่อน

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 10.40 ดอลลาร์ หรือ 0.8% ปิดที่ 1,251.80 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 12.20 เซนต์ หรือ 0.83% ปิดที่ 14.759 ดอลลาร์/ออนซ์     

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.32 วิตกอุปทานน้ำมันสหรัฐพุ่ง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) หลังจากมีรายงานว่า ปริมาณสต็อกน้ำมันในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงนั้นอาจส่งผลให้ความต้องการน้ำมันซบเซาลงด้วย สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 1.32 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 49.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. 2560 สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 67 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 59.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.ปีนี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดร่วง 507.53 จุด วิตกศก.ชะลอตัว

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ที่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี หลังจากอัยการมาเลเซียสั่งฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อโกลด์แมน แซคส์ในข้อหาคอร์รัปชั่นและฟอกเงินในกองทุน 1MDB รวมทั้งการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพ หลังจากศาลสหรัฐระบุว่า กฎหมายประกันสุขภาพของรัฐบาลบารัค โอบามา หรือ “โอบามาแคร์” ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,592.98 จุด ร่วงลง 507.53 จุด หรือ -2.11% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,545.94 จุด ลดลง 54.01 จุด หรือ -2.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,753.73 จุด ลดลง 156.93 จุด หรือ -2.27%

“ทรัมป์”โวยเป็นเรื่องเหลือเชื่อเฟดเตรียมขึ้นดอกเบี้ย แม้ดอลล์แข็ง,ไม่มีเงินเฟ้อ

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาคิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังคิดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง  “มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ว่า ในขณะที่ดอลลาร์กำลังแข็งค่าขึ้นอย่างมาก และแทบไม่มีเงินเฟ้อ ส่วนโลกภายนอกก็กำลังวุ่นวายรอบตัวเรา กรุงปารีสกำลังถูกคนเผา และจีนอยู่ในช่วงขาลง แต่เฟดกำลังคิดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง โดยหวังจะเอาชนะ” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ  เฟดจะจัดการประชุมในวันที่ 18-19 ธ.ค. โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 4 สำหรับปีนี้ ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวในเดือนที่แล้วว่า “ผมคิดว่าเรามีปัญหากับเฟดมากกว่ามีปัญหากับคนอื่น”    ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เข้มงวดเกินไปในการใช้นโยบายการเงิน และกำลังดำเนินการผิดพลาด ปธน.ทรัมป์กล่าวโจมตีเฟดว่า “ผมมีปัญหากับเฟด โดยเฟดได้บ้าไปแล้ว ผมไม่รู้ว่าพวกเขามีปัญหาอะไรถึงได้เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นเรื่องน่าขันสิ้นดี ไม่มีเหตุผลอะไรที่เฟดจะต้องทำอย่างนั้น ซึ่งผมไม่ชอบเลย”

“ทรัมป์”ชูคำตัดสินศาลสหรัฐ หลังชี้”โอบามาแคร์”ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวสนับสนุนคำวินิจฉัยของศาลแขวงสหรัฐซึ่งระบุว่า กฎหมายประกันสุขภาพของรัฐบาลบารัค โอบามา หรือ “โอบามาแคร์” ขัดต่อรัฐธรรมนูญ “นี่เป็นคำตัดสินที่ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศของเรา ซึ่งจะทำให้ชาวสหรัฐได้รับการประกันสุขภาพที่ดี และเราจะนั่งลงหารือกับเดโมแครต ถ้าศาลฎีกายืนคำตัดสินดังกล่าว” ปธน.ทรัมป์กล่าว อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหารือในประเด็นดังกล่าวกับพรรคเดโมแครต ทั้งนี้ ผู้พิพากษารีด โอคอนเนอร์จากศาลแขวงสหรัฐ ระบุว่า โครงการโอบามาแคร์ หรือ Affordable Care Act (ACA) ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการบังคับให้ประชาชนซื้อการประกันสุขภาพ ผู้พิพากษาโอคอนเนอร์เห็นพ้องกับรัฐจำนวน 20 รัฐในสหรัฐที่ระบุว่า การกำหนดให้ประชาชนซื้อการประกันสุขภาพเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายภาษีในปีที่แล้ว ซึ่งได้ยกเลิกคำสั่งปรับต่อผู้ที่ไม่ได้ทำประกันสุขภาพ

ผู้เชี่ยวชาญชี้นักลงทุนตราสารหนี้จีนเสี่ยงได้ผลตอบแทนน้อยลง หลังมีบริษัทล้มละลายมากขึ้น

          ผู้เชี่ยวชาญจากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประจำฮ่องกง เปิดเผยว่า ผู้ถือครองตราสารหนี้ของจีนอาจได้รับผลตอบแทนน้อยลง หลังจากมีบริษัทจำนวนมากเตรียมเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่มีรายงานออกมาว่า ศาลท้องถิ่นของจีนได้รับคำร้องขอล้มละลายจากบริษัทต่างๆ ที่ผิดนัดการชำระหนี้เมื่อครบกำหนดอย่างน้อย 5 แห่ง ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการวางแผนระดับประเทศก็ออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจัดการกับปัญหาหนี้สินของบริษัทที่ประสบภาวะล้มละลายทางบัญชีงดดุลให้เรียบร้อยภายในปี 2563 ความเคลื่อนไหวเหล่านี้นับเป็นข่าวร้ายของนักลงทุนที่ถือครองพันธบัตรอยู่ในมือ เพราะพวกเขาอาจต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะได้รับผลตอบแทนน้อยลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ปัญหาดังกล่าวก็มีแนวโน้มที่จะได้รับการแก้ไขได้เร็วขึ้น เมื่อศาลอนุญาตให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยเฉพาะกิจ เพื่อให้เจ้าหนี้และลูกหนี้มีโอกาสได้รับการปรับโครงสร้างหนี้อย่างน้อย 4 ปี


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์