วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำไม่สามารถผ่าน 1,249-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ ให้เสี่ยงเปิดสถานะขาย แต่หากทะลุขึ้นไป อาจต้องชะลอการเปิดสถานะขายไปก่อน

แนวรับ : 1233, 1221, 1212   แนวต้าน : 1249, 1256, 1266

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลงสู่ระดับ 56 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี  ส่วนดัชนี Empire State Index ดิ่งลงเกินคาดเช่นกัน  นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากความเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาวิจารณ์การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18-19 ธ.ค.ว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อท่ามกลางดอลลาร์ที่กำลังแข็งค่าขึ้นอย่างมากและแทบไม่มีเงินเฟ้อ ส่วนโลกภายนอกก็กำลังวุ่นวาย  ขณะที่นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษานโยบายการค้าประจำทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์กับ CNBC โจมตีเฟดเช่นกัน  โดยกล่าวว่าเฟดถือเป็นภัยคุกคามใหญ่ที่สุดต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ  และเฟดควรระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพราะว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างแข็งแกร่งแต่แทบไม่มีเงินเฟ้อ  ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรในสกุลเงินดอลลาร์จนกดดันให้ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงจากจุดสูงสุดในรอบเกือบ 19 เดือน  ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์ดิ่งกว่า 500 จุดและดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติมอีกด้วย  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้างและตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาเริ่มมีการดีดตัวกลับทุกครั้งเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้แนวรับ 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากการดีดตัวกลับของราคายังไม่สามารถกลับไปทดสอบ  หรือ  ยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,249-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  อาจเกิดแรงขายซึ่งจะกดดันให้ราคาปรับตัวลง โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,233-1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาไม่สามารถผ่าน 1,249-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ สามารถเปิดสถานะขายหรือถือสถานะขายต่อไป ทั้งนี้ หากราคาอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจปิดสถานะขายออกทำกไไรบางส่วน สำหรับการเปิดสถานะซื้ออาจรอราคาในโซน 1,233-1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นกัน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงต่ำสุดรอบกว่า 3 ปีในเดือนธ.ค.  สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลง 4 จุด สู่ระดับ 56 ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2558  เมื่อเทียบรายปี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลง 18 จุดในเดือนธ.ค.
  • (+) ที่ปรึกษาทำเนียบขาววิพากษ์เฟดเป็นภัยคุกคามใหญ่สุดต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษานโยบายการค้าประจำทำเนียบขาว กล่าวโจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ว่า เฟดถือเป็นภัยคุกคามใหญ่ที่สุดต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ  นายนาวาร์โรกล่าวว่า เฟดควรระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่ใช่เพราะว่าการขยายตัวกำลังชะลอลง แต่เป็นเพราะว่าการขยายตัวเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง โดยแทบไม่มีเงินเฟ้อ
  • (+) ทรัมป์โวยเป็นเรื่องเหลือเชื่อเฟดเตรียมขึ้นดอกเบี้ย แม้ดอลล์แข็ง,ไม่มีเงินเฟ้อ   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาคิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังคิดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง  “มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ว่า ในขณะที่ดอลลาร์กำลังแข็งค่าขึ้นอย่างมาก และแทบไม่มีเงินเฟ้อ ส่วนโลกภายนอกก็กำลังวุ่นวายรอบตัวเรา กรุงปารีสกำลังถูกคนเผา และจีนอยู่ในช่วงขาลง แต่เฟดกำลังคิดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง โดยหวังจะเอาชนะ” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ  เฟดจะจัดการประชุมในวันที่ 18-19 ธ.ค. โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 4 สำหรับปีนี้
  • (+) เฟดนิวยอร์คเผยดัชนีภาวะธุรกิจร่วงลงต่ำกว่าคาดในเดือนธ.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดิ่งลงสู่ระดับ 10.9 จุดในเดือนธ.ค. จากระดับ 23.3 ในเดือนพ.ย. โดยต่ำกว่าระดับ 20.6 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 507.53 จุด วิตกศก.ชะลอตัว,หุ้นโกลด์แมนแซค์,หุ้นกลุ่มสุขภาพดิ่งหนัก  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ที่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี หลังจากอัยการมาเลเซียสั่งฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อโกลด์แมน แซคส์ในข้อหาคอร์รัปชั่นและฟอกเงินในกองทุน 1MDB รวมทั้งการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพ หลังจากศาลสหรัฐระบุว่า กฎหมายประกันสุขภาพของรัฐบาลบารัค โอบามา หรือ “โอบามาแคร์” ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,592.98 จุด ร่วงลง 507.53 จุด หรือ -2.11% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,545.94 จุด ลดลง 54.01 จุด หรือ -2.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,753.73 จุด ลดลง 156.93 จุด หรือ -2.27%
  • (+) เงินดอลล์อ่อนจากแรงขายทำกำไร ขณะนักลงทุนจับตาประชุมเฟด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดอลลาร์พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ พร้อมกับจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 ธ.ค.นี้ ขณะที่เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศจัดการลงมติในรัฐสภาเกี่ยวกับข้อตกลง Brexit ในช่วงกลางเดือนม.ค.ปีหน้า  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 112.75 เยน จากระดับ 113.29 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9925 ฟรังก์ จากระดับ 0.9977 ฟรังก์ อย่างไรก็ตาม ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1350 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1303 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2629 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2579 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7177 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7178 ดอลลาร์สหรัฐ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์