วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำลดลงจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานฯสหรัฐแข็งแกร่ง

คืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลายตัว

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,240-1,250 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,241.70 -3.80 1,240/1,230 1,250/1,255

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,300 -50 19,250/19,150 19,350/19,400
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลดลงเข้าใกล้แนวรับ 1,240 ดอลลาร์   จากเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าขึ้น โดยสหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 27,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายซึ่งเป็นระดับระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 49 ปี นอกจากนี้ประธานธนาคารกลางยุโรปได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในปีนี้สู่ระดับ 1.9% จากเดิมที่ระดับ 2.0% และปีหน้าลดลงสู่ระดับ 1.7% จากเดิมที่ระดับ 1.8% ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวานติดต่อกันเป็นวันที่ 2
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว ซึ่งตลาดคาดว่าจะออกมาทั้งดีและไม่ดี โดยยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% แย่ลงจากที่เดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 0.8% ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ดีขึ้นจากที่เดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 0.1% ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนธ.ค. ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 55.1 และ 54.7 ตามลำดับ
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot ระยะสั้นคาดยังเคลื่อนไหวในกรอบ1,240-1,250 ดอลลาร์   โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1,240 ดอลลาร์และ แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,230 ดอลลาร์ ขณะที่ยังมีแนวต้านที่ 1,250 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,360 -20 19,340/19,240 19,430/19,500

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นรอบใหม่ แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,230 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,220 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,243.00 -1.90 1,242/1,232 1,252/1,257

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOZ18 ปรับลงมาที่ 1,232 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,222 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ :เงินดอลล์แข็งรับข้อมูลแรงงานสหรัฐสดใส

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ธ.ค.) หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 49 ปี ซึ่งช่วยบรรเทาความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศยุติโครงการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในช่วงสิ้นเดือนนี้ ส่วนเงินปอนด์ดีดตัวขึ้นหลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ รอดพ้นจากการลงมติไม่ไว้วางใจในพรรคอนุรักษ์นิยม

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $2.6 เหตุเงินดอลล์แข็งรับข้อมูลแรงงานสหรัฐ

           สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ธ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 49 ปี สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 2.60 ดอลลาร์ หรือ 0.21% ปิดที่ 1247.40 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 0.4 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 14.855 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTIปิดพุ่ง $1.43รับข่าวซาอุฯลดส่งออกน้ำมันดิบให้สหรัฐ

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า ซาอุดีอาระเบียเตรียมลดการส่งออกน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ และจากรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ซึ่งระบุว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงในเดือนพ.ย. สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 1.43 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 52.58 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 61.45 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 70.11 จุด รับแรงซื้อหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ธ.ค.) จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มที่สามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจ (defensive stocks) เช่นหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภค และกลุ่มสาธารณูปโภค ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณความพร้อมที่จะผลักดันให้การเจรจามีความคืบหน้ามากขึ้น ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,597.38 จุด เพิ่มขึ้น 70.11 จุด หรือ +0.29% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,650.54 จุด ลดลง 0.53 จุด หรือ -0.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,070.33 จุด ลดลง 27.98 จุด หรือ -0.39%

รมว.ต่างประเทศสหรัฐออกโรงวิจารณ์อิหร่านเหตุไม่หยุดพัฒนาขีปนาวุธ

        นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อิหร่านที่เดินหน้าพัฒนาขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการควบคุมการทดสอบอาวุธของอิหร่านอย่างเข้มงวด ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) นายปอมเปโอได้ให้สัมภาษณ์ว่า “สหรัฐพูดชัดเจนว่า การพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่านนั้นอยู่เหนือการควบคุม” “เราต้องการประสานงานร่วมกับสมาชิก UNSC เพื่อออกมาตรการควบคุมการทดสอบขีปนาวุธของอิหร่านอย่างเข้มงวด” ในระหว่างการประชุมนั้น นายปอมเปโอยังกล่าวเตือนอีกด้วยว่า “อิหร่านมีขีปนาวุธนับร้อยลูก” ที่สามารถโจมตีพันธมิตรของสหรัฐได้ “ประชาชนของเราจะตกอยู่ในความเสี่ยง หากอิหร่านยังเดินหน้าพัฒนาขีปนาวุธ” นายปอมเปโอกล่าว “ความขัดแย้งในภูมิภาคอาจทวีความรุนแรงขึ้น หากเราไม่สามารถยับยั้งอิหร่านได้” ด้านนายชีค อัล ฮาบิบ อุปทูตอิหร่าน ได้ออกมาแก้ต่างถึงความตั้งใจของอิหร่านในการพัฒนาขีปนาวุธ “การที่ขีปนาวุธของอิหร่านได้รับการออกแบบมาให้สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้นั้น ก็เพื่อปกป้องการคุกคามจากต่างชาติ” นายฮาบิบกล่าว พร้อมระบุว่า อิหร่านต้องการป้องกันตัวจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อิสราเอล

สื่อจีนแนะแคนาดาอย่าอยู่ใต้อิทธิพลสหรัฐ ขณะเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้บริหารหัวเว่ย

               โกลบอล ไทมส์ ซึ่งเป็นสื่อของจีน ได้ออกมาแนะนำให้แคนาดาออกห่างจากอิทธิพลของสหรัฐ พร้อมกับเรียกร้องให้แคนาดาปล่อยตัวนางเมิ่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ โกลบอลไทมส์ระบุว่า “แคนาดาควรออกห่างจากอิทธิพลของสหรัฐ และทำตามพันธกิจของตน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปกป้องสิทธิมนุษยชน” ทั้งนี้ นางเมิ่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทหัวเว่ย และบุตรสาวผู้ก่อตั้งบริษัท ถูกทางการแคนาดาจับกุมตัวเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ตามคำขอของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เนื่องจากคาดว่าทางบริษัทอาจลักลอบขายสินค้าให้กับอิหร่าน ซึ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตร ข่าวการจับกุมตัวผู้บริหารหัวเว่ยนี้ ได้สร้างความกังวลไปทั่วโลก เพราะคาดว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนที่ก่อนหน้านั้นดูเป็นไปในทิศทางที่ดี ทางการจีนยังได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศจีนเข้าพบ ทั้งยังได้ควบคุมตัวอดีตนักการทูตชาวแคนาดารายหนึ่ง ซึ่งคาดกันว่ามีขึ้นเพื่อตอบโต้บทบาทของแคนาดาในเรื่องนี้ล่าสุดศาลแคนาดาได้อนุญาตให้ประกันตัวนางเมิ่ง ว่านโจวแล้ว หลังจากอดีตเพื่อนร่วมงานและครอบครัวของนางเมิ่งได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดและบ้านในการขอประกันตัว อย่างไรก็ดี ยังมีความเป็นไปได้ที่นางเมิ่งจะถูกส่งตัวไปยังสหรัฐเพื่อรับการพิจารณาคดีต่อไป

สภาผู้แทนฯสหรัฐผ่านร่างกม.การเกษตรวงเงิน $8.67 แสนล้าน ก่อนส่งให้ “ทรัมป์” ลงนาม

          สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 369 ต่อ 47 เสียง ผ่านร่างกฎหมายการเกษตร วงเงิน 8.67 แสนล้านดอลลาร์ และได้ส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ในการประชุมวุฒิสภาอังคารหน้า ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร หลังจากพรรครีพับลิกันยอมลดความต้องการบางอย่างลง เช่น การเสนอกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับการรับบัตรสวัสดิการอาหาร ส่วนข้อกำหนดบางอย่าง เช่น การจัดการป่าไม้นั้น ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื้อหาของร่างกฎหมายได้รับการเห็นชอบจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เนื่องจากให้ความมั่นคงทางการเงินกับเกษตรกร ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

รมว.พาณิชย์สหรัฐเผย “ทรัมป์” ยังไม่ตัดสินใจแทรกแซงคดีผู้บริหาร “หัวเว่ย”

          นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะแทรกแซงกรณีการจับกุมตัวนางเมิ่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ซึ่งทางศาลแคนาดาเพิ่งอนุญาตให้ประกันตัวไปเมื่อวานนี้ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การจับกุมตัวนางเมิ่งนั้นเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการค้าเหมือนกับที่หลาย ๆ ฝ่ายวิจารณ์ ขณะเดียวกัน นายรอสส์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐได้ยกเลิกคำสั่งห้ามบริษัทอเมริกันขายสินค้าให้กับ ZTE ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารรายใหญ่ของจีน เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมาด้วย โดยนายรอสส์อ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นเพราะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ร้องขอเป็นการส่วนตัว อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้นอีก ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังเมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศพร้อมจะแทรกแซงกรณีการจับกุมตัวนางเมิ่ง ว่านโจว หากจะช่วยให้บรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนได้ ทรัมป์กล่าวว่า ตนพร้อมจะแทรกแซงคดีดังกล่าวถ้าหากคิดว่าเป็นผลดีต่อข้อตกลงการค้ากับจีน และความมั่นคงของประเทศ อย่างไรก็ตามทรัมป์เปิดเผยว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ทั้งนี้ นางเมิ่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทหัวเว่ย และบุตรสาวผู้ก่อตั้งบริษัท ถูกทางการแคนาดาจับกุมตัวเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ตามคำขอของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เนื่องจากคาดว่าทางบริษัทอาจลักลอบขายสินค้าให้กับอิหร่าน ซึ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตร ข่าวการจับกุมตัวผู้บริหารหัวเว่ยนี้ ได้สร้างความกังวลไปทั่วโลก เพราะคาดว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนที่ก่อนหน้านั้นดูเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยนอกเหนือจากการออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางเมิ่ง ว่านโจวแล้ว ทางการจีนยังได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศจีนเข้าพบ ทั้งยังได้ควบคุมตัวอดีตนักการทูตชาวแคนาดารายหนึ่ง ซึ่งคาดกันว่ามีขึ้นเพื่อตอบโต้บทบาทของแคนาดาในเรื่องนี้ ล่าสุดศาลแคนาดาได้อนุญาตให้ประกันตัวนางเมิ่ง ว่านโจวแล้ว หลังจากอดีตเพื่อนร่วมงานและครอบครัวของนางเมิ่งได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดและบ้านในการขอประกันตัว อย่างไรก็ดี ยังมีความเป็นไปได้ที่นางเมิ่งจะถูกส่งตัวไปยังสหรัฐเพื่อรับการพิจารณาคดีต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์