วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำปรับลดลงจากเงินดอลลาร์แข็งค่า

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย.

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ1,240-1,250 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,242.90 -1.3 1,240/1,230 1,250/1,255

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,400 19,300/19,200 19,400/19,450
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลดลงจากเงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนของการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ทำให้เงินปอนด์อ่อนค่าลง ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น รวมทั้งสหรัฐประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือนพ.ย.สูงกว่าตลาดคาด โดยเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี แต่การปรับตัวลงของราคาทองคำมีกรอบที่จำกัดเนื่องจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 3.24 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. ตลาดคาดทรงตัวเมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวหลังจากที่เดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot ระยะสั้นคาดเคลื่อนไหวในกรอบ1,240-1,250 ดอลลาร์   โดยมีแนวต้านที่ 1,250 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญ 1,255 ดอลลาร์ซึ่งเป็นแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,240 และ 1,230 ดอลลาร์ ตามลำดับ

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,430 -60 19,380/19,300 19,500/19,550

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นรอบใหม่ แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,230 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,220 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,243.50 -4.80 1,242/1,232 1,252/1,257

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นแนะนำเมื่อราคา GOZ18 ปรับลงมาที่ 1,232 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่1,222 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ นักลงทุนกังวล Brexit ไร้ทิศทาง

          เงินปอนด์ร่วงลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ธ.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนของการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ผู้นำเยอรมนีและผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ได้ปิดทางเจรจาข้อตกลง Brexit ต่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เดินทางเข้าพบผู้นำของสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวานนี้ เพื่อหาทางออกให้กับร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำ EU ในวันที่ 13-14 ธ.ค. ทั้งนี้ นางเมย์ได้หารือกับนายมาร์ค รุทท์ นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ และนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เพื่อขอเสียงสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในข้อตกลง Brexit

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $2.20 เหตุเงินดอลล์แข็งกดดันตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ธ.ค.) เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าได้สร้างแรงกดดันต่อตลาด อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดในระหว่างวัน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 2.20 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 1,247.20 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.3 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 14.628 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 65 เซนต์ รับข่าวรัสเซียลดการผลิต

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า ลิเบียเผชิญปัญหาการผลิตน้ำมันครั้งใหญ่ หลังจากกลุ่มติดอาวุธได้เข้ายึดบ่อน้ำมันเอล ชารารา ซึ่งเป็นบ่อน้ำมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมทั้งข่าวรัสเซียวางแผนปรับลดการผลิตน้ำมันในเดือนหน้า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 65 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 51.65 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 60.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดลบ 53.02 จุด หลัง”ทรัมป์”ขู่ชัตดาวน์หน่วยงานสหรัฐ

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ธ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะปล่อยให้หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลต้องถูกปิดลง หรือชัตดาวน์ หากสภาคองเกรสไม่อนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นนิวยอร์กด้วยเช่นกัน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,370.24 จุด ลดลง 53.02 จุด หรือ -0.22% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,636.78 จุด ลดลง 0.94 จุด หรือ -0.04% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,031.83 จุด เพิ่มขึ้น 11.31 จุด หรือ +0.16%

นายกฯอังกฤษประกาศเลื่อนโหวตข้อตกลง Brexit ไม่มีกำหนด หวั่นถูกคว่ำกลางสภา

          นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกแถลงการณ์ต่อสภาสามัญชนของอังกฤษ โดยระบุว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างไม่มีกำหนด ทั้งนี้ สภาสามัญชนของอังกฤษมีกำหนดลงมติเมื่อวานนี้ต่อร่างข้อตกลง Brexit ที่นางเมย์ทำไว้กับสหภาพยุโรป (EU) ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี นางเมย์ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่บ้านพักนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือการชะลอการลงมติดังกล่าวโดยไม่มีกำหนด เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาในการชี้แจงทำความเข้าใจต่อสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษจำนวนมากที่ยังคงมีท่าทีไม่เห็นด้วยต่อร่างข้อตกลงดังกล่าว มีการคาดการณ์ในวงกว้างว่า ร่างข้อตกลง Brexit ของนางเมย์จะถูกคว่ำกลางสภา หากมีการลงมติในเมื่อวานนี้ นางเมย์กล่าวว่า ถึงแม้ร่างข้อตกลงดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนในวงกว้าง แต่กรณีของไอร์แลนด์เหนือยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความวิตก และนางเมย์จะทำการเจรจาครั้งใหม่ต่อข้อตกลง Brexit กับทาง EU “ดิฉันจะทำการเจรจาฉุกเฉินกับผู้นำ EU โดยจะหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในข้อตกลง”

รองนายกฯจีนต่อสายตรงถึงรมว.คลัง-ผู้แทนการค้าสหรัฐ มุ่งหารือประเด็นการค้าสองฝ่าย

          นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนได้โทรศัพท์หารือกับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) โดยได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสองประเทศแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า นายหลิว ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้แทนจีนในการเจรจาการค้ากับสหรัฐนั้น ได้โทรศัพท์ถึงนายมนูชินและนายไลท์ไฮเซอร์ โดยนายเหอเรียกร้องให้ทางสหรัฐดำเนินการตามฉันทามติที่ผู้นำของสหรัฐและจีนได้เห็นพ้องต้องกันเมื่อไม่นานมานี้ ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐต่างแลกเปลี่ยนความเห็นกันเกี่ยวกับกำหนดเวลาและแผนการผลักดันการเจรจาทางการค้าให้เดินหน้า

นายกฯอังกฤษเดินหน้าหารือนายกฯเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ หวังหาทางออกร่างข้อตกลง Brexit           นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมประชุมร่วมกับผู้นำของยุโรป และเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อหาทางออกให้กับร่างข้อตกลงว่าด้วยการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ทางด้านนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรป ยังยืนกรานให้ EU งดเจรจาต่อรอง แต่ผู้นำของประเทศสมาชิกอาจจะหารือเกี่ยวกับแนวทางในการสนับสนุนการรับรองของสหราชอาณาจักรได้แอมเบอร์ รัดด์ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและบำนาญ กล่าวว่า การเจรจากับ EU นั้น จะพุ่งเป้าไปที่ประเด็น Backstop หรือนโยบายที่ทั้งสองฝ่ายใช้ระบบศุลกากรร่วมกัน ครอบคลุมสินค้าเกือบทุกชนิด ยกเว้นสินค้าประมงในบริเวณชายแดนของไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเด็นที่นายกฯอังกฤษยอมรับก่อนหน้านี้ว่า ทำให้สมาชิกรัฐสภาวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างกระทันหันของนายกฯอังกฤษทำให้นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงานเตรียมจัดการประชุมฉุกเฉินขึ้น นายคอร์บิน กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่รัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงการดำเนินการต่างๆแต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการกำหนดวันที่จะมีการนำเสนอร่างข้อตกลงต่อรัฐสภา แม้ว่า นายกฯอังกฤษจะเคยพูดถึงเส้นตายของการลงคะแนนเสียงไว้ว่าเป็นวันที่ 21 ม.ค.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์