วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน

สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป

แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้น

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,244.20 -4.04 1,240/1,230 1,250/1,255

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,400 19,300/19,200 19,450/19,500
  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดในรอบ5 เดือนที่ 1,250 ดอลลาร์ ราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงการคาดการณ์ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และประเด็นข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่คาดจะรุนแรงขึ้นซึ่งเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอ่อนแอ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นต่ำกว่าตลาดคาดทั้งการจ้างงานภาคเอกชน ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตร โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 155,000ตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 198,000 ตำแหน่งค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 0.2%เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.3%เมื่อเทียบรายเดือน ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 2.01ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย.จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.ดัชนี PMIภาคการผลิตและภาคบริการเดือนธ.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot เป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นอาจมีแรงเทขายทำกำไรออกมาบ้าง โดยมีแนวต้านที่ 1,250ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญ 1,255 ดอลลาร์ซึ่งเป็นแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่200 วัน ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,240 และ 1,230 ดอลลาร์ ตามลำดับ

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,450 +90 19,400/19,300 19,550/19,600

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,245.30 +4.90 1,242/1,232 1,252/1,257

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์ร่วงหนัก หลังนายกฯอังกฤษประกาศเลื่อนโหวต Brexit

          เงินปอนด์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ธ.ค.) หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาอังกฤษต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีกำหนด ทั้งนี้ สภาสามัญชนของอังกฤษมีกำหนดลงมติในวันนี้ต่อร่างข้อตกลง Brexit ที่นางเมย์ทำไว้กับสหภาพยุโรป (EU) ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี นางเมย์ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ เพื่อหารือการชะลอการลงมติดังกล่าวโดยไม่มีกำหนด เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาในการชี้แจงทำความเข้าใจต่อสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษจำนวนมากที่ยังคงมีท่าทีไม่เห็นด้วยต่อร่างข้อตกลงดังกล่าว

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $3.20 เหตุดอลล์แข็ง ขณะ Brexit ยังไร้ทิศทาง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ธ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินปอนด์ หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาอังกฤษต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีกำหนด สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 3.20 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,249.40 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 9.1 เซนต์ หรือ 0.62% ปิดที่ 14.605 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดร่วง$1.61 วิตกศก.โลกซบฉุดอุปสงค์พลังงานชะลอตัว

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการน้ำมันทั่วโลกด้วยเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ และรายงานภาวะตลาดน้ำมันรายเดือนของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 1.61 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 51.00 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. ดิ่งลง 1.70 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 59.97 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: แรงซื้อหุ้นเทคโนฯหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 34.31 จุด

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวร่วงลงตามราคาหุ้นแอปเปิลในช่วงแรก อันเนื่องมาจากข่าวที่ว่าศาลจีนได้ตัดสินให้บริษัทแอปเปิล อิงค์ แพ้คดีการละเมิดสิทธิบัตรของบริษัทควอลคอม อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวก แต่ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบต่างๆในระหว่างวัน ซึ่งรวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และการที่รัฐบาลอังกฤษประกาศเลื่อนการลงมติในรัฐสภาต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างไม่มีกำหนด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,423.26 จุด เพิ่มขึ้น 34.31 จุด หรือ +0.14% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,637.72 จุด เพิ่มขึ้น 4.64 จุด หรือ +0.18% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,020.52 จุด เพิ่มขึ้น 51.27 จุด หรือ +0.74%

โอเปกยังไม่ประกาศปรับลดการผลิตน้ำมันในการประชุมวานนี้ ขณะรอคำตอบรัสเซีย

             แหล่งข่าวจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าวว่า สมาชิก 15 ชาติของโอเปกเห็นพ้องกันในหลักการเกี่ยวกับการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน แต่โอเปกจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงกับรัสเซีย ทั้งนี้ สมาชิกโอเปกจัดการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับช่วงครึ่งปีหน้าในการประชุม นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รมว.พลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า โอเปกจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากรัสเซียในการปรับลดกำลังการผลิต นายอัล-ฟาลีห์กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับตัวเลขการปรับลดกำลังการผลิตจะมีขึ้นในวันนี้ หลังการหารือกับนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รมว.พลังงานรัสเซีย นายอัล-ฟาลีห์กล่าวว่า โอเปกและประเทศพันธมิตรกำลังดำเนินการเพื่อปรับลดกำลังการผลิต แต่โอเปกอาจประสบความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลง ถ้าหากไม่สามารถประนีประนอมกับรัสเซีย ต่อข้อถามที่ว่า มีความเป็นจริงหรือไม่เกี่ยวกับความเสี่ยงที่ว่า โอเปกและประเทศพันธมิตรจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการประชุมวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ นายอัล-ฟาลีห์กล่าวว่า “มีความเป็นจริง” โอเปกระบุว่า ทางกลุ่มกำลังรอคำตอบจากรัสเซียเกี่ยวกับข้อเสนอตัวเลขการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของรัสเซีย ทั้งนี้ นายโนวัคได้บินจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย กลับไปยังรัสเซียเมื่อวานนี้ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เกี่ยวกับความร่วมมือของรัสเซียในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ก่อนที่นายโนวัคจะบินกลับมายังกรุงเวียนนาเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับกลุ่มโอเปกในวันนี้ โอเปกต้องการให้รัสเซียให้ความร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันอย่างน้อย 250,000-300,000 บาร์เรล/วัน อย่างไรก็ดี รัสเซียยืนกรานว่าสามารถให้ความร่วมมือลดกำลังการผลิตได้เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว นายโนวัคกล่าวว่า รัสเซียไม่สามารถปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันได้มากนักเมื่อเทียบกับผู้ผลิตน้ำมันรายอื่น เนื่องจากรัสเซียจำเป็นต้องผลิตน้ำมันจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว

สภาคองเกรสสหรัฐผ่านร่างกม.งบประมาณชั่วคราวเพื่อเลี่ยงชัตดาวน์ ก่อนส่งให้ “ทรัมป์” ลงนาม

          สภาคองเกรสสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาล หรือชัตดาวน์  สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐมีมติให้ผ่านการให้งบประมาณสำหรับวันที่ 7-21 ธ.ค. และจะส่งไปยังทำเนียบขาวเป็นลำดับต่อไป ขณะที่มีการคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย ก่อนที่งบประมาณสำหรับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ จะหมดอายุลงในช่วงเที่ยงคืนวันนี้ตามเวลาสหรัฐ การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในครั้งนี้ช่วยคลี่คลายความขัดแย้งในประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐเสนองบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก เมื่อช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาเต็มใจที่จะให้หน่วยงานรัฐบาลกลางต้องถูกชัตดาวน์ ถ้าหากสภาคองเกรสไม่อนุมัติงบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า งบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ เป็นเพียงงบประมาณสำหรับการก่อสร้างตัวกำแพง แต่เขายังคงต้องของบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน อย่างไรก็ดี ในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ก่อนหน้านั้น ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาสามารถหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล และยังคงสามารถสร้างกำแพงได้ ด้วยการขอความร่วมมือจากทางกองทัพ ซึ่งเขาได้ส่งกำลังทหารเข้าประจำการตามแนวชายแดนเม็กซิโก พร้อมกับการสร้างรั้ว และติดตั้งรั้วลวดหนาม ทั้งนี้ สภาคองเกรสได้ให้การอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณภายในวันที่ 7 ธ.ค.เพื่อเป็นงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งรวมถึงกระทรวงความมั่งคงมาตุภูมิ ซึ่งดูแลชายแดน และคนเข้าเมือง

จีนเดินหน้าผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างประเทศ           หนังสือพิมพ์ Economic Information Daily ของซินหัวรายงานว่า จีนเพิ่มความพยายามในการดำเนินนโยบายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ หนังสือพิมพ์ระบุ ทางการจีนได้เริ่มปรับแก้ระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดในด้านการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือจากรายการประเภทกิจการต้องห้าม (Negative List) ของทางการ นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน (MOC) กล่าวว่า ทางกระทรวงจะประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อตรวจสอบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน และจะเสร็จสิ้นการแก้ไขหรือยกเลิกภายในปลายปี 2562 ทั้งนี้ นายตั่ง เวินหง เจ้าหน้าที่ MOC แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อต้นเดือนพ.ย. ที่ผ่านมาว่า ภายในปลายเดือนมี.ค. 2562 จีนจะยกเลิกข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดที่ไม่ได้อยู่ในบัญชี Negative List และจะมีการตรวจสอบเป็นพิเศษเพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนต่างชาติได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมในกระบวนการจัดซื้อ การสนับสนุนทางการเงิน และการผ่านคุณสมบัติของรัฐบาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์