วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้1,236-1,333ดอลลาร์ต่อออนซ์  หรือหากรับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจเลือกชะลอเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

แนวรับ : 1233, 1221, 1212   แนวต้าน : 1256, 1266, 1278

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  4.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากพุ่งขึ้น10.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์จากการเปิดเผยตัวเลขในตลาดแรงงานสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด  จนกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019  ขณะที่วานนี้ราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังจากนางเทเรซาเมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาอังกฤษต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป(Brexit) จากกำหนดการเดิมที่จะลงมติกันในวันนี้ออกไปโดยไม่มีกำหนด  เพื่อเลี่ยงการที่ร่างดังกล่าวจะถูกคว่ำร่างกลางสภา  สะท้อนถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็น Brexit  ที่เป็นปัจจัยกดดันค่าเงินปอนด์และยูโรให้อ่อนค่าจนหนุนดอลลาร์ให้ฟื้นตัวขึ้นซึ่งกดดันให้เกิดแรงขายในทองคำ  อย่างไรก็ดีความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากการร่วงลงของสินทรัพย์เสี่ยง  บวกรวมกับการคาดการณ์ถึงการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีหน้าเป็นประเด็นสำคัญที่หนุนให้ราคาทองคำยังคงทรงตัวอยู่ไม่ไกลจากระดับสูงสุดในรอบ5 เดือนที่ขึ้นไปทดสอบวานนี้บริเวณ 1,250.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR เพิ่มการถือครองวานนี้อีก+0.59 ตันหลังจากเพิ่มการถือครองทองคำในวันศุกร์ +1.52 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB  และดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI)ของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

แม้จะมีแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้นแต่ยังคงเห็นแรงขายกดดันสลับออกมาเช่นกัน หากการดีดตัวของราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายกดดันให้ราคาปรับตัวลงสู่ระดับ 1,236-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน :

ผู้ถือสถานะซื้ออาจปิดสถานะทำกำไรในบริเวณ1,256ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือถ้าเกิดการอ่อนตัวลงมาอาจเปิดสถานะซื้อใหม่หากราคาทองคำไม่หลุด1,236-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างไรก็ตามลดพอร์ตการลงทุนฝั่งซื้อหากราคาหลุด 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์


ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) เงินปอนด์ร่วงหนัก หลังนายกฯอังกฤษประกาศเลื่อนโหวต Brexit ไม่มีกำหนด  เงินปอนด์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ธ.ค.) หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาอังกฤษต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีกำหนด  เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2557 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2751 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1352 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1421 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7185 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7209 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.20 เยน จากระดับ 112.64 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3411 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3282 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9897 ฟรังก์ จากระดับ 0.9892 ฟรังก์
  • (-) นายกฯอังกฤษประกาศเลื่อนโหวตข้อตกลง Brexit ไม่มีกำหนด หวั่นถูกคว่ำกลางสภาวันนี้ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกแถลงการณ์ต่อสภาสามัญชนของอังกฤษเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างไม่มีกำหนด ทั้งนี้ สภาสามัญชนของอังกฤษมีกำหนดลงมติในวันนี้ต่อร่างข้อตกลง Brexit ที่นางเมย์ทำไว้กับสหภาพยุโรป (EU) ก่อนหน้านี้  อย่างไรก็ดี นางเมย์ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ เพื่อหารือการชะลอการลงมติดังกล่าวโดยไม่มีกำหนด เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาในการชี้แจงทำความเข้าใจต่อสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษจำนวนมากที่ยังคงมีท่าทีไม่เห็นด้วยต่อร่างข้อตกลงดังกล่าว มีการคาดการณ์ในวงกว้างว่า ร่างข้อตกลง Brexit ของนางเมย์จะถูกคว่ำกลางสภา หากมีการลงมติในวันนี้ นางเมย์กล่าวว่า ถึงแม้ร่างข้อตกลงดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนในวงกว้าง แต่กรณีของไอร์แลนด์เหนือยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความวิตก และนางเมย์จะทำการเจรจาครั้งใหม่ต่อข้อตกลง Brexit กับทาง EU “ดิฉันจะทำการเจรจาฉุกเฉินกับผู้นำ EU โดยจะหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในข้อตกลง” นางเมย์กล่าว
  • (-) แรงซื้อหุ้นเทคโนฯหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 34.31 จุด แต่ตลาดยังกังวลสงครามการค้า,ศก.โลกชะลอตัว ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวร่วงลงตามราคาหุ้นแอปเปิลในช่วงแรก อันเนื่องมาจากข่าวที่ว่าศาลจีนได้ตัดสินให้บริษัทแอปเปิล อิงค์ แพ้คดีการละเมิดสิทธิบัตรของบริษัทควอลคอม อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวก แต่ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบต่างๆในระหว่างวัน ซึ่งรวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และการที่รัฐบาลอังกฤษประกาศเลื่อนการลงมติในรัฐสภาต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างไม่มีกำหนด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,423.26 จุด เพิ่มขึ้น 34.31 จุด หรือ +0.14% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,637.72 จุด เพิ่มขึ้น 4.64 จุด หรือ +0.18% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,020.52 จุด เพิ่มขึ้น 51.27 จุด หรือ +0.74%
  • (+/-) ศาลสหภาพยุโรปตัดสินอังกฤษมีสิทธิเปลี่ยนใจไม่ออกจาก EU โดยไม่ต้องปรึกษาประเทศสมาชิก ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (ECJ) ตัดสินในวันนี้ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรสามารถเปลี่ยนใจไม่ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่ต้องปรึกษาหารือสมาชิกประเทศอื่นๆ คำตัดสินที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของ ECJ ระบุว่า “สหราชอาณาจักรมีอิสระที่จะเพิกถอนประกาศแจ้งเจตจำนงที่จะถอนตัวออกจาก EU แต่เพียงฝ่ายเดียว” คำตัดสินดังกล่าวนับเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับฝ่ายที่ไม่ต้องการให้อังกฤษออกจาก EU โดยเพิ่มความหวังว่าอาจมีการลงประชามติครั้งใหม่เพื่อที่จะทำให้สหราชอาณาจักรไม่ต้องพ้นจากการเป็นสมาชิก EU ในวันที่ 29 มีนาคม 2562

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์