วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 ธ.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,221 1,212 1,206

แนวต้าน : 1,244 1,256 1,266

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐมีมติอนุมัติร่างงบประมาณชั่วคราวสำหรับวันที่7-21 ธ.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน หรือ ชัตดาวน์  ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะลงนามเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนที่งบประมาณสำหรับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ จะหมดอายุลงในช่วงเที่ยงคืนวันนี้ตามเวลาสหรัฐ  การผ่านร่างงบประมาณดังกล่าวทั้งจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐส่งผลให้ความตึงเครียดทางการเมืองของสหรัฐลดลงซึ่งส่งผลให้ทองคำถูกลดความน่าสนใจลงอย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวในระดับสูง และ ระหว่างวันราคาเคลื่อนไหวค่อนข้างจำกัดเบื้องต้นแนะนำนักลงทุนที่มีทองคำในมืออาจแบ่งทองคำออกขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,244ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้(หากหลุดควรชะลอการเข้าซื้อไปที่แนวรับสำคัญบริเวณ 1,212  ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้ตลาด TFEX จะปิดทำการ ในวันจันทร์นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเนื่องจากตลาดทองคำต่างประเทศยังเปิดทำการส่งผลให้เกิดความเสี่ยง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ซึ่งราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้าน 1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณโซน 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถทะลุผ่านกรอบบนไปได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ติดตามราคาทองคำอย่างใกล้ชิดบริเวณ 1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่สามารถผ่านได้ให้ทยอยขายทำกำไรโดยพยายามลดขนาดพอร์ตลง เพื่อลดความเสี่ยงจากวันหยุดต่อเนื่องของไทย

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หากไม่ต้องการรับความเสี่ยงมากนักแนะนำให้ชะลอการเปิดสถานะเพิ่มออกไปก่อน สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้แนะนำให้หาจังหวะซื้อทองคำหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,221-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากราคาดีดตัวขึ้นไปก่อนให้จับตาบริเวณแนวต้าน 1,244ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาไม่ผ่าน นักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออาจต้องปรับสถานะลง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ปธ.เฟดนิวยอร์กชี้ภาษีกระทบความเชื่อมั่น, ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว  นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กระบุเมื่อวานนี้ว่า การขึ้นภาษีการค้าส่งผลกระทบ “ค่อนข้างน้อย” ต่อเศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้ แต่ภาษีดังกล่าวกระทบความเชื่อมั่นและการลงทุนธุรกิจบางส่วน ซึ่งกระทบการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ  เขากล่าวว่า “ในขณะนี้เป็นอย่างน้อย ภาษีที่กำหนดขึ้นโดยสหรัฐและประเทศอื่นๆ เมื่อมีขึ้นกับประเทศเศรษฐกิจ 20 ล้านล้านดอลลาร์ นั่นจะไม่ส่งผลกระทบขนาดใหญ่ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้อโดยรวม”  นายวิลเลียมส์ระบุว่า ผลกระทบสำคัญและใหญ่กว่าอย่างชัดเจนคือความไม่แน่นอนมากขึ้นสำหรับธุรกิจ บางส่วนระบุว่าการลงทุนถูกระงับ นั่นส่งผลกระทบเชิงลบต่องานในระยะสั้นและเป็นปัจจัยที่ชะลอเศรษฐกิจ”
  • (+) กระทรวงพาณิชย์จีนเผยเตรียมหารือสหรัฐ, ปูทางยุติสงครามการค้า  กระทรวงพาณิชย์ของจีน (MOC) เปิดเผยว่า เป้าหมายสูงสุดของการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐคือการยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติม พร้อมกับเสริมว่า จีนจะปรึกษาหารือกับสหรัฐในประเด็นที่มีความกังวลและพยายามผลักดันให้เกิดฉันทามติร่วมกันด้วย  สำนักข่าวซินหัวรายงานอ้างถ้อยแถลงของนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนที่ระบุว่า สหรัฐและจีนมีผลประโยชน์ทับซ้อนในประเด็นด้านเศรษฐกิจและการค้าในระดับสูง และยังมีความต้องที่เสริมกันในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน โดยทั้งสองฝ่ายติดต่อและประสานงานร่วมกันอย่างราบรื่น จีนมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้ในอีก 90 วันข้างหน้า ขณะเดียวกันจีนจะดำเนินการตามมติที่ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องก่อนหน้านี้ โดยเริ่มบังคับใช้กับสินค้าเกษตร, พลังงานและยานยนต์ 
  • (+) “เมอร์ริล ลินช์” คาดเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปี 2562 จากผลกระทบสงครามการค้าและ Brexit  แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ โกลบอล รีเสิร์ช คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2562 จะชะลอตัวลงสู่ระดับ3.6% จากระดับ 3.8% ในปี 2561  ทีมวิจัยของสถาบันดังกล่าวระบุว่า “เราคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเล็กน้อย ทั้งประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศพัฒนาแล้ว โดยที่เศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ส่วนมากส่งสัญญาณชะลอตัวลงในปี 2562”  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ โกลบอล รีเสิร์ช ได้ออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2562 (Global Economics 2019 Year Ahead Outlook) โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะขยายตัว 2% ในปี 2562 ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 2.2% ในปี 2561 และคาดว่าเศรษฐกิจในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในปี 2562 จะขยายตัวที่ 4.6% ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 4.8% ของปี 2561    ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐนั้น ทีมวิจัยของสถาบันดังกล่าวคาดว่าจะขยายตัว 2.7% ในปี 2562 และขยายตัว 1.9% ในปี 2563 ชะลอตัวลงจากการประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 2.9% เนื่องจากผลกระทบของมาตรการกระตุ้นการคลังอาจลดน้อยลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเกือบเต็มศักยภาพ  ขณะเดียวกันคาดว่า เศรษฐกิจยุโรปจะขยายตัว 1.4% ในปี 2562 โดยลดลงจากระดับ 1.9% ในปี 2561นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่าสภาพแวดล้อมนโยบายที่เป็นมิตรน้อยลง จะทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงอย่างมาก รวมถึงความเสี่ยงต่างๆ เช่นความไม่แน่นอนที่เกิดจากความตึงเครียดด้านการค้าโลก และสถานการณ์ Brexit จะทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงด้วย
  • (-) เงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับขึ้นหลังดอลลาร์อ่อนค่าก่อนข้อมูลจ้างงาน  สกุลเงินเอเชียฟื้นตัวจากความสูญเสียบางส่วนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ หลังร่วงติดต่อกัน3 วัน เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับลดลงและการคาดการณ์ว่าระดับของการคุมเข้มทางการเงินสหรัฐจะชะลอตัวลงในปีหน้าได้ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง   เงินรูปีของอินเดียและรูเปียห์ของอินโดนีเซียนำการปรับขึ้นในภูมิภาคโดยเพิ่มขึ้นประมาณครึ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้  ดัชนีดอลลาร์เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่96.802 ดัชนีดังกล่าวร่วง 0.3% ในระหว่างรอบการซื้อขายก่อนหน้าโดยปิดในระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์และร่วง 0.9% จากระดับสูงสุดในรอบ 17 เดือนในวันที่ 12 พ.ย.  เงินวอนเกาหลีใต้ปรับขึ้น0.3% หลังร่วงกว่า 1% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ในขณะที่ เงินบาทไทยปรับขึ้น 0.2% ในวันดังกล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์