วิเคราะห์ราคาทองคำ 4 ธ.ค.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองฟื้นตัวขึ้นต่อรับประธานเฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยใกล้สูงสุดแล้ว

คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ทองยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากวันจันทร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,230.26 +8.12 1,220/1,215 1,235/1,242

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,100 18,950/18,850 19,150/19,200
  • ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายวานนี้ โดยยังคงเป็นการฟื้นตัวตอบรับคำแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐที่ส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยของสหรัฐในระดับปัจจุบันอาจเป็นระดับที่ใกล้จุดสูงสุดแล้ว ซึ่งส่งผลบวกต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระหว่างวันในปริมาณค่อนข้างมาก
  • รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงค่ำที่ผ่านมาค่อนข้างไร้ทิศทาง โดยรายงานข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน เช่นเดียวกับข้อมูลด้านการก่อสร้างที่ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3  ในขณะที่ดัชนีภาคบริการเดือนพฤศจิกายนออกมาสูงกว่าที่ตลาดประเมิน
  • คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนคืนพรุ่งนี้มีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างเข้มข้น ทั้งการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด การเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต  (Beige Book) และการจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐเดือนพ.ย. ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 196,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่ง
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot ยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยมีแนวรับบริเวณ 1,225 และ 1,220 ดอลลาร์ เป็นแนวรับที่คาดว่าจะใช้เป็นจุดดีดตัวกลับหากมีการพักตัวลง และแนวต้านของวันอยู่ที่ 1,235 และ 1,242 ดอลลาร์ ตามลำดับ

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,260 +60 19,150/19,050 19,350/19,400

การลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spotปรับลงมาที่ 1,220 ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,215 ดอลลาร์ ส่วนการลงทุนในทองแท่งแนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,220 และ 1,200 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,234.70 +1.70 1,230/1,224 1,236-1,237

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นแนะนำเมื่อราคา GOZ18 ปรับลงมาที่ 1,222-1,225 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่1,218 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ :ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก จากสหรัฐ-จีนสงบศึกการค้าชั่วคราว

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว ในการเจรจานอกรอบการประชุม G20 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดบวก $13.60 เหตุเงินดอลล์อ่อน

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 13.60 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 1,239.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ปีนี้ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 28.2 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ 14.499 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $2.02 รับสหรัฐ-จีนยุติศึกการค้าชั่วคราว

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 4% เมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) ขานรับข่าวผู้นำสหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงในการยุติข้อพิพาททางการค้าชั่วคราว นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้ปัจจัยหนุนหลังจากนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยว่า รัสเซียและซาอุดีอาระเบียได้ตกลงที่จะร่วมมือกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมัน รวมทั้งรายงานข่าวที่ว่า มณฑลอัลเบอร์ตาของแคนาดาเตรียมลดการผลิตเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันดิบในสต็อกจำนวนมาก สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 2.02 ดอลลาร์ หรือ 3.97% ปิดที่ 52.95 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.23 ดอลลาร์ หรือ 3.75% ปิดที่ 61.69 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 287.97 จุด ขานรับสหรัฐ-จีนสงบศึกการค้าชั่วคราว

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวผู้นำสหรัฐและจีนที่บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ ขณะที่หุ้นกลุ่มรถยนต์พุ่งขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า จีนได้ตกลงที่จะ “ลดและยกเลิก” การเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐ ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นเกือบ 4% นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดตลาดทะยานขึ้นกว่า 100 จุด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,826.43 จุด พุ่งขึ้น 287.97 จุด หรือ +1.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,790.37 จุด เพิ่มขึ้น 30.20 จุด หรือ +1.09% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,441.51 จุด พุ่งขึ้น 110.98 จุด หรือ +1.51%

ทรัมป์ – สี จิ้นผิง เห็นพ้องเลื่อนเวลาขึ้นภาษีออกไป 90 วัน เปิดทางเดินหน้าเจรจาการค้าต่อไป

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เห็นพ้องกันให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกไป 90 วัน จากกำหนดเวลาเดิมในวันที่ 1 ม.ค.2562 เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้าเจรจายุติข้อพิพาทการค้าระหว่างกันต่อไป ในแถลงการณ์ซึ่งทำเนียบขาวเผยแพร่ออกมาหลังเสร็จสิ้นการหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐ ระบุว่า กำหนดการเรียกเก็บภาษีจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ม.ค.2562 นี้ จะถูกเลื่อนออกไป 90 วัน “หากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ ก็จะมีการขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 25%” ทำเนียบขาวระบุ ทำเนียบขาวยังเปิดเผยอีกว่า จีนได้รับปากที่จะสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐ ทั้งผลิตภัณฑ์จากภาคการเกษตร, พลังงาน, สินค้าอุตสาหกรรม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ด้านสถานีโทรทัศน์ของการทางการจีนรายงานว่า หลังจากวันที่ 1 ม.ค.2562 ไปแล้ว จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีใดๆเกิดขึ้นอีก และการเจรจาการค้าระหว่างทั้งสองประเทศก็จะดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ และปธน.สีได้พูดคุยกันระหว่างการรับประทานอาหารค่ำที่กรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินาในช่วงค่ำวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลจีนได้ออกมาเปิดเผยว่า วาระสำคัญที่จีนจะหยิบยกขึ้นมาหารือกันสหรัฐ คือการโน้มน้าวให้รัฐบาลสหรัฐ ยอมระงับแผนปรับขึ้นภาษีนำเข้าอีก 15% ต่อสินค้าจีนในวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์  อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า แทบเป็นไปไม่ได้ที่สหรัฐจะชะลอการปรับขึ้นอัตราภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนสู่ระดับ 25% ในวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า จากในขณะนี้ที่ระดับ 10% นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเก็บภาษีสินค้าจีนในวงเงินเพิ่มอีก 2.67 แสนล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันในวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ หากเขาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับปธน.สี จิ้นผิง ในการหารือนอกรอบการประชุม G20 อีกด้วย

“ทรัมป” เผยจีนตกลง “ลดและยกเลิก” ภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐ

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า จีนได้ตกลงที่จะ “ลดและยกเลิก” การเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐ จากระดับปัจจุบันที่ 40% สื่อรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในการทวีตข้อความเมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิงของจีนได้บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว ในการเจรจานอกรอบการประชุม G20 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

รัสเซียเผย “ปูติน-เออร์โดกัน” เห็นพ้องจัดตั้งเขตปลอดทหารในซีเรีย

          นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีรัสเซียและตุรกีเห็นพ้องที่จะดำเนินการตามข้อตกลงว่าด้วยเขตปลอดทหารในเมืองอิดลิบ ของซีเรีย กระทรวงต่างประเทศรัฐเซียระบุ นายลาฟรอฟกล่าวว่า ผู้นำรัสเซียและตุรกีเห็นพ้องที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงในการจัดตั้งเขตปลอดทหาร รวมถึงใช้มาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มหัวรุนแรงทำลาย “ข้อตกลงอันสำคัญ” ที่ได้รับการเห็นชอบจากทุกฝ่าย นายลาฟรอฟกล่าวว่า แม้จะมีการจัดการจากฝ่ายตุรกีอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มคนหัวรุนแรงยังไม่ปฎิบัติตามข้อเรียกร้องในการออกจากเขตปลอดทหาร ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 20 กิโลเมตร

“ทรัมป” เผยจีนตกลง “ลดและยกเลิก” ภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐ           ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า จีนได้ตกลงที่จะ “ลดและยกเลิก” การเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิงของจีน ได้ได้บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว ในการเจรจานอกรอบการประชุม G20 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ปัจจุบันจีนได้เรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐในอัตรา 40% โดยเพิ่มขึ้น 25% จากเดือนก.ค. เพื่อตอบโต้สหรัฐที่เรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากจีน หลังสหรัฐกล่าวหาว่าจีนได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีจากสหรัฐ ทั้งนี้ ในการเจรจานอกรอบการประชุม G20 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง เห็นพ้องกันให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกไป 90 วัน จากกำหนดเวลาเดิมในวันที่ 1 ม.ค.2562 เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้าเจรจายุติข้อพิพาทการค้าระหว่างกันต่อไป ในแถลงการณ์ซึ่งทำเนียบขาวเผยแพร่ออกมาหลังเสร็จสิ้นการหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐ ระบุว่า กำหนดการเรียกเก็บภาษีจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ม.ค.2562 นี้ จะถูกเลื่อนออกไป 90 วัน  “หากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ ก็จะมีการขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 25%” ทำเนียบขาวยังเปิดเผยอีกว่า จีนได้รับปากที่จะสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐ ทั้งผลิตภัณฑ์จากภาคการเกษตร, พลังงาน, สินค้าอุตสาหกรรม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์