วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ธ.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,209 1,196 1,187

แนวต้าน : 1,237 1,244 1,256

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป แม้ว่าคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค. แต่หลังจาก นายเจอโรม พาวเวลล์ประธานเฟด กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของเฟดกำลังเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางต่อเศรษฐกิจ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงปี2019อาจน้อยลง นอกจากนี้มุมมองดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของ นายนีล แคชแครีประธานเฟดมินเนอาโพลิส และ นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานเฟด จึงทำให้นักลงทุนจับตาท่าทีของประธานเฟดท่านอื่นโดยคืนนี้แนะนำติดตาม ความเห็นของ นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานเฟด ,นายแรนดัลควาเรส ผู้ว่าการเฟด, นางลาเอล เบรนาร์ด ผู้ว่าการเฟด และนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์กว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดในทิศทางใด แนะนำลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัว  ขณะที่ราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,231-1,237ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากยังไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำขายทองคำออกมาเพื่อลดความเสี่ยง โดยพิจารณาเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวลงและไม่หลุดแนวรับ1,212-1,209 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซน1,209 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจตัดขาดทุน หรือชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคาบริเวณแนวรับถัดไป

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,231-1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,212-1,209  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

LongPosition แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,231-1,237ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้วรอจังหวะเข้าซื้อคืนหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,212-1,209  ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,209 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,244ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้ทยอยปิดสถานะขายลง

Open Newรอดูบริเวณ1,212-1,209  ดอลลาร์ต่อออนซ์หากราคาไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน1,231-1,237ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้รอดูบริเวณแนวรับถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (-) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดพุ่ง 2.57% ขานรับผลประชุม”ทรัมป์-สี จิ้นผิง”  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้พุ่งสูงขึ้น ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เห็นพ้องกันให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกไป 90 วัน จากกำหนดเวลาเดิมในวันที่ 1 ม.ค.2562 เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้าเจรจายุติข้อพิพาทการค้าระหว่างกันต่อไป   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่งขึ้น 66.61 จุด หรือ 2.57% ปิดที่ 2,654.80 จุด   ในแถลงการณ์ซึ่งทำเนียบขาวเผยแพร่ออกมาหลังเสร็จสิ้นการหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐ ระบุว่า กำหนดการเรียกเก็บภาษีจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ม.ค.2562 นี้ จะถูกเลื่อนออกไป 90 วัน
  • (-) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 500 จุด ขานรับ”ทรัมป์-สี จิ้นผิง”เห็นพ้องยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว  ดาวโจนส์ล่วงหน้าพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมีแนวโน้มทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในคืนนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ประสบความสำเร็จในการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว หลังจากที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้พบปะหารือกันนอกรอบการประชุม G20 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  ณ เวลา 15.27 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า พุ่งขึ้น 521 จุด หรือ 2.04% แตะที่ระดับ 26,060 จุด
  •  (-) อิตาลีใกล้เผชิญภาวะศก.ถดถอย ขณะจีดีพีหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปีใน Q3  ข้อมูลแสดงว่า เศรษฐกิจของอิตาลีหดตัวในไตรมาส 3 เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และกลุ่ม Confindustria ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ของนายจ้าง ระบุว่า ประเทศอาจจะกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้วสำนักงานสถิติ ISTAT เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอิตาลี ปรับลง 0.1% ในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. อันเป็นผลจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอลง ซึ่งเป็นการปรับลงครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2014  เมื่อเทียบเป็นรายปี GDP ปรับขึ้น 0.7% โดยตัวเลขทั้ง 2 ถูกปรับลดลงจากประมาณการขั้นต้นของ ISTAT ในเดือนต.ค.ซึ่งบ่งชี้ถึงตัวเลขที่ทรงตัวเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาสและการปรับขึ้นรายปี 0.8%  “นั่นเป็นตัวเลขที่น่าวิตกที่อาจจะนำเราไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคในไตรมาสสุดท้ายของปี” นางแอนเดรีย มอนตานิโน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของนายจ้างของกลุ่ม Confindustria กล่าว   นักเศรษฐศาสตร์ให้คำจำกัดความภาวะเศรษฐกิจถดถอยว่าเป็นการร่วงลงของ GDP เป็นเวลา 2 ไตรมาสติดต่อกัน “เราคาดถึงไตรมาส 4 ที่ทรงตัว ในขณะที่ความเสี่ยงอยู่ในช่วงขาลง อันเป็นผลจากดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับลง” นางมอนตานิโนกล่าว
  • (+/-) สื่อจีนเผยการยุติสงครามการค้าอย่างยั่งยืนขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ของสหรัฐ  หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลีของจีนรายงานว่า ข้อตกลงระงับข้อพิพาทการค้าชั่วคราวที่เห็นพ้องระหว่างนายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐและนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นอาจช่วยแก้ปัญหาความคิดเห็นที่แตกต่างได้แต่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืนนั้นจะขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ของสหรัฐ   อย่างไรก็ดีบทความในหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี ระบุว่า ในขณะที่ “ฉันทามติใหม่”ถือเป็นพัฒนาการที่น่ายินดีและทำให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสในการแก้ไขปัญหาความแตกต่างนั้นแต่ทั้งจีนและสหรัฐต่างก็ไม่มี “คฑาวิเศษ”ที่จะช่วยทำให้ความขุ่นข้องหมองใจระหว่างกันหายไปได้ในทันทีนอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า “เมื่อพิจารณาถึงความซับซ้อนของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศแล้วจะเห็นได้ว่าประชาคมโลกยังคงจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”   บทบรรณาธิการหนังสือพิม์ไชน่า เดลีระบุว่าฉันทามติใหม่แสดงให้เห็นว่า ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายมีความจริงใจต่อกันก็ย่อมมีทางออกเสมอ นอกจากนี้ ไชน่าเดลียังเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการมาตรการที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหาความวิตกกังวลตลอดจนปรับปรุงความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดแม้ว่าหนทางยังอีกยาวไกลก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์