วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 พ.ย.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,219 1,211 1,197

แนวต้าน : 1,232 1,243 1,254

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป คณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอิตาลีอาจเติบโตชะลอตัวมากกว่าที่อิตาลีคาดหมายในช่วง2 ปีข้างหน้า ทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสูงกว่าที่คาดหมายเช่นกัน ซึ่งปัญหางบประมาณของอิตาลีส่งผลให้ราคาทองคำได้รับแรงกดดัน จากสกุลเงินยูโรที่ยังคงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ขณะที่ความขัดแย้งระหว่าง EUและอิตาลีเรื่องยอดขาดดุลงบประมาณอิตาลีและความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของยุโรปได้ฉุดเงินยูโรให้ร่วง 4.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และปัจจัยดังกล่าวกดดันราคาทองคำโดยสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้อาจเข้าซื้อเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณ1,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำให้รอดูบริเวณแนวรับ1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,232 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่บริเวณ1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากในระหว่างวันราคาทองคำยังไม่สามารถทะลุแนวต้านโซน 1,232 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ จึงมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,219-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ จะเห็นแรงซื้อทำกำไรซึ่งจะทำให้ราคามีการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,232-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ลงทุนในกรอบ โดยสามารถถือสถานะซื้อต่อหากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 1,219-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์และให้ปิดสถานะทำกำไรทันทีหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,232-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะทำกำไร แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมืออาจซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในบริเวณ 1,219-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ผู้ที่มีทองคำอยู่แล้วแนะนำให้แบ่งขายทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้านโซน 1,232-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ภาวะตลาดหุ้นจีน:เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 1.39% เหตุวิตกจีนกำหนดโควต้าสินเชื่อ  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ร่วงลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการกำหนดโควต้าการปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทเอกชนของทางการจีนซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่า จะทำให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้น   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 36.76 จุด หรือ 1.39% ปิดที่ 2,598.87 จุด   สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญขยายตัว 2.5% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปีซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับการขยายตัวในเดือนก.ย. ส่วนในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 2.1% เมื่อเทียบเป็นรายปีซึ่งต่ำกว่าเพดานเป้าหมายของรัฐบาลที่ระดับ 3% สำหรับปี 2561  ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ขยายตัว 3.3% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปีซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก.ย.ที่มีการขยายตัว 3.6%
  • (+) ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง:ฮั่งเส็งปิดร่วง 625.80 จุดหลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเดือนหน้า  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลงหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาดและได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลง 625.80 จุด หรือ 2.39% ปิดวันนี้ที่ 25,601.92 จุด   คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ โดยขณะนี้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.00-2.25% ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2551 ซึ่งเฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 8ครั้งนับตั้งแต่ที่เริ่มปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติในเดือนธ.ค.2558  นอกจากนี้เฟดยังได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.,มิ.ย. และก.ย.ซึ่งจะส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4 ครั้งในปีนี้ส่วนปีหน้า เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งและอีก 1 ครั้งในปี 2563
  • (+) ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดอ่อนตัวลงนลท.จับตาผลประกอบการ-ศก.อิตาลี  ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดอ่อนตัวลงภายหลังจากที่รับทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงรอดูการรายงานผลประกอบการของหลายบริษัทรวมถึงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ-การเงินในอิตาลี ดัชนี Stoxx Europe 600 เปิดลบ 0.4% แตะ 365.57 จุด   ดัชนี CAC-40ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 5,103.43 จุด ลดลง 28.02 จุด, -0.55% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดที่11,489.19 จุด ลดลง 38.13 จุด,-0.33%

  • (+) เงินเอเชียอ่อนค่าหลังเฟดคงแนวทางเชิงรุก  สกุลเงินส่วนใหญ่ของเอเชียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันจุดยืนนโยบายการเงินเชิงรุกและคงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.  สกุลเงินท้องถิ่นต่างๆถูกเทขายอย่างชัดเจนในปีนี้เนื่องจากนักลงทุนถูกดึงดูดเข้าสู่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่สูงขึ้นหลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้งในปีนี้ท่ามกลางเศรษฐกิจอันแข็งแกร่งของสหรัฐ  OCBC ระบุว่า ทัศนะดอลลาร์อ่อนค่าหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐลดลงเร็วกว่าที่คาดหมายจากการกลับมาสนใจการตัดสินใจของธนาคารกลาง ในขณะที่ ดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและประเทศอื่นๆกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ดอลลาร์ร่วงในวันพุธเนื่องจากเทรดเดอร์ชะลอความคาดการณ์เรื่องการเคลื่อนไหวสนับสนุนนโยบายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ หลังพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในศึกเลือกตั้งกลางเทอม  เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียนำความสูญเสียโดยร่วงเกือบ 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ระหว่างรอบการซื้อขาย เงินวอนของเกาหลีใต้ร่วง 0.9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์และมีแนวโน้มร่วง 0.6% ในสัปดาห์นี้  เงินรูปีของอินเดียปรับขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังการซื้อขายในตลาดออนชอร์ปิดทำการในวันพุธและวันพฤหัสบดีเนื่องในวันหยุดของประเทศ  เงินหยวนของจีนร่วง 0.2% ในระหว่างวันและเข้าใกล้ระดับสำคัญทางจิตวิทยา 7 หยวนต่อดอลลาร์  เงินเฟ้อผู้ผลิตจีนชะลอตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในเดือนต.ค. สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศชะลอตัวและกิจกรรมการผลิตชะลอตัวท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์