วิเคราะห์ราคาทองคำ 8 พ.ย.61(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

คาดเฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม 2.00-2.25%

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways down

ราคาทองคำ Gold Spot

Close chg. Support Resistance
1,226.34 -0.18 1,220/1,210 1,235/1,240

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,200 -50 19,050/18,950 19,200/19,250
  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเคลื่อนไหวผันผวนโดยในช่วงบ่ายปรับขึ้นแตะ 1,235 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ในช่วงกลางคืนเริ่มมีแรงเทขายทองคำออกมา          หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นร้อนแรงตอบรับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐซึ่งเป็นการปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณพร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทางด้านกองทุนSPDR ขายทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยเมื่อวานขาย 1.47 ตัน
  • ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร โดยพรรคเดโมแครตได้คะแนนเสียง 222ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันได้ 196 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียง51 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ 44ที่นั่ง อิสระ 2 ที่นั่ง
  • คืนนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)คาดการณ์ว่าการประชุมเฟดรอบนี้จะมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม 2.00-2.25% ซึ่งคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ตลาดคาดทรงตัวที่ระดับ 214,000 ราย
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways down โดยระยะสั้นทองคำมีแนวรับที่1,220 และ 1,210 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,235และ 1,240 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,230 -80 19,150/19,050 19,300/19,340

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาทองSpot ปรับลงมาที่ 1,220 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,210 ดอลลาร์ ส่วนการลงทุนในทองแท่งการเข้าซื้อรอบใหม่รอให้ราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,220 และ 1,210 ดอลลาร์

Gold-D เดือน ธ.ค. 61

Close chg Support Resistance
1,229.90 -5.50 1,222/1,217 1,242/1,247

กลยุทธ์การลงทุนในGoldonline Futures แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรเมื่อราคา GOZ18 ปรับลงมาที่ 1,222 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,212 ดอลลาร์ และขายทำกำไรที่ราคา1,242 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ :ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลังเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯสหรัฐ

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 พ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จะสร้างความยากลำบากต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการผ่านนโยบายต่างๆ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันหลังจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตสามารถกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ขณะที่พรรครีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : เงินดอลล์อ่อน หนุนทองปิดบวก 2.40 ดอลลาร์

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1228.70 ดอลลาร์/ออนซ์      สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 6.9 เซนต์ หรือ 0.48% ปิดที่ 14.569 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ: น้ำมัน WTI ปิดลบ 54 เซนต์ วิตกสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งต่อเนื่อง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 พ.ย.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 และสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นสวนทางกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมระหว่างสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 54 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 61.67 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 6 เซนต์ หรือประมาณ 0.09% ปิดที่ 72.07 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 545.29 จุด ขานรับผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 พ.ย.) หลังจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับมุมมองที่ว่า การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะสามารถขัดขวางนโยบายกีดกันการค้าของปธน.ทรัมป์ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,180.30 จุด พุ่งขึ้น 545.29 จุด หรือ +2.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,813.89 จุด เพิ่มขึ้น 58.44 จุด หรือ +2.12% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,570.75 จุด เพิ่มขึ้น 194.79 จุด หรือ +2.64%

“เยลเลน” ชี้การจ้างงานเต็มอัตราจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอเมริกา

          นางเจเน็ต เยลเลน อดีตผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า การจ้างงานเต็มอัตราจะช่วยให้แรงงานที่ไม่เน้นทักษะมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอเมริกา นางเยลเลนกล่าวในการประชุม Bloomberg New Economy Forum ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ ว่า เศรษฐกิจจะแข็งแกร่งได้นั้น ต้องมีการจ้างงานเต็มอัตรา รวมถึงให้ความสำคัญกับแรงงานที่มีค่าแรงต่ำซึ่งเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาส พร้อมระบุว่า อัตราการจ้างงานในกลุ่มคนผิวสีลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในปี 2553 นางเยลเลนเปิดเผยว่า ความไม่พอใจในระบบทุนนิยมของสหรัฐนั้น มีรากฐานมาจากความไม่เท่าเทียมในสังคมและค่าแรงที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ สหรัฐควรรักษาระเบียบข้อบังคับอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตการทางการเงินอีกครั้ง ส่วนในช่วงปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา นางเยลเลนได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม “Charles Schwab Impact 2018” ที่กรุงวอชิงตัน โดยนางเยลเลนแสดงความเห็นว่า เฟดควรยึดมั่นในแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ แม้ตลาดผันผวนอย่างหนักในเดือนนี้ก็ตาม ทั้งนี้ นางเยลเลนกล่าวว่า การที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเล็กน้อยนั้น ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม และยังกล่าวด้วยว่า ภาวะทางการเงินในสหรัฐยังคงอยู่ในลักษณะผ่อนคลาย แม้ตลาดเข้าสู่ระยะพักฐานเมื่อเร็วๆนี้ก็ตาม นอกจากนี้ อดีตประธานเฟดกล่าวว่า เฟดได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนับตั้งแต่ปี 2552 และขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่เฟดจะต้องชะลอการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับเดินหน้าควบคุมเงินเฟ้อ

“ทรัมป์”ออกโรงแสดงความยินดี”แนนซี เพโลซี”หลังเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งส.ส.

          นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้แสดงความยินดีกับนางแนนซี เพโลซี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเดโมแครต ที่พรรคเดโมแครตสามารถคว้าชัยชนะด้วยการกวาดเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ในศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ

ซีเอ็นเอ็นฟันธง”เดโมแครต”คว้าชัยสภาผู้แทนฯ “รีพับลิกัน”กวาดเสียงข้างมากในวุฒิสภา           สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นคาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตจะสามารถคว้าชัยชนะในการครองคะแนนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ในศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ซึ่งล่าสุด เดโมแครตสามารถกวาดคะแนนเสียงสภาผู้แทนฯไปได้ 155 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันสามารถกวาดคะแนนเสียงไป 153 ที่นั่ง ส่วนในวุฒิสภานั้น พรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะไปด้วยคะแนนเสียง 50 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตกวาดคะแนนเสียงไป 40 ที่นั่ง  การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 435 ที่นั่ง และสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 35 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์