วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ต.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,221 1,214 1,208

แนวต้าน : 1,235 1,246 1,254

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังศึกษาเกี่ยวกับการลดภาษีสำหรับผู้มีรายได้ระดับกลางซึ่งอาจจะมีการเปิดเผยในช่วงต้นเดือนพ.ย. ก่อนการเลือกตั้งสภาคองเกรสสหรัฐ แนวโน้มดังกล่าวหนุนดอลลาร์แข็งแกร่งขึ้น จนกดดันการขยับขึ้นของราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุน จากรัฐบาลจีนเตรียมเปิดเผยร่างกฎระเบียบใหม่สำหรับการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลรายย่อย อันเป็นส่วนหนึ่งของการยกเครื่องครั้งใหญ่ในกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของจีน ทั้งนี้ การลดภาษีของจีนในปีหน้า อาจจะสูงกว่าระดับที่เทียบเท่ากับ 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยมูลค่าน่าจะอยู่ที่อย่างน้อย 8.27 แสนล้านหยวน โดยหวังว่าจะกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลบวกต่อสกุลเงินหยวนและราคาทองคำ แนะนำว่าหากราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,234-1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาทองคำทดสอบโซนดังกล่าวแต่ยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ อาจแบ่งทองคำออกขาย โดยในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวอีกครั้ง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,221-1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,234-1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,221-1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้งโดยราคายังคงแกว่งตัวในทิศทางออกด้านข้าง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,234-1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นเน้นให้เก็งกำไรจากการแกว่งตัวในทิศทางทางขาลง โดยรอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,234-1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์และเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ1,221-1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความผันผวนของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) รัสเซียขู่ตอบโต้ หลัง”ทรัมป์”เล็งถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์  ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐจะถอนตัวจากสนธิสัญญายุคสงครามเย็นที่ขจัดขีปนาวุธนิวเคลียร์จากยุโรป เนื่องจากรัสเซียละเมิดสนธิสัญญาดังกล่าว ซึ่งกระตุ้นการเตือนเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้จากรัสเซีย  สนธิสัญญากองกำลังนิวเคลียร์พิสัยกลาง ที่เจรจาโดยปธน.โรนัลด์ เรแกนในเวลานั้นกับผู้นำโซเวียต มิคาเอล กอร์บาชอฟ ในปี 1987 กำหนดให้มีการขจัดอาวุธนิวเคลียร์พิสัยสั้นและพิสัยกลางและขีปนาวุธของทั้ง 2 ประเทศ  นายเซอร์เก ราบคอฟ รมช.ต่างประเทศของรัสเซียกล่าวเมื่อวานนี้ว่า การถอนตัวแต่ฝ่ายเดียวของสหรัฐจะ”มีความเสี่ยงอย่างมาก” และจะนำไปสู่การตอบโต้”ทางทหารทางเทคนิค”
  • (+) จีนเผยร่างกฎใหม่ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  รัฐบาลจีนเปิดเผยร่างกฎระเบียบใหม่สำหรับการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลรายย่อย อันเป็นส่วนหนึ่งของการยกเครื่องครั้งใหญ่ในกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของจีน  ในเดือนส.ค.รัฐสภาจีนได้ผ่านการแก้ไขกฎหมาย, เพิ่มระดับฐานภาษี และอนุญาตการหักลดค่าใช้จ่ายบางรายการ ซึ่งร่างกฎระเบียบระบุว่า จะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายที่รวมถึงการศึกษา, การดูแลสุขภาพ และดอกเบี้ยต่อการจำนองบ้าน  นั่นเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายจีนในการลดภาษีสำหรับบริษัทและบุคคลรายย่อย โดยหวังว่าจะกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้ว่าจีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก แต่ระดับการบริโภคส่วนบุคคล เมื่อเทียบกับ GDP อยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดในโลก  ร่างกฎระเบียบดังกล่าว ซึ่งเปิดเผยในเว็บไซท์ของกรมสรรพากร เปิดกว้างสำหรับความคิดเห็นของสาธารณชน และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะมีการเปิดเผยกฎขั้นสุดท้าย
  • (-) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดพุ่ง 4.09% ขานรับรัฐบาลจีน  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากทางการจีนได้ออกมาประกาศให้การสนับสนุนภาคเอกชน ภายหลังจากที่จีนได้เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่ง 104.41 จุด หรือ 4.09% ปิดที่ 2,654.88 จุด  นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้ออกมาให้คำมั่นว่า รัฐบาลจีนจะให้การสนับสนุนภาคเอกชนอย่างจริงจัง ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่รัฐบาลจีนต้องการบรรเทากระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ  นายสีได้สนับสนุนให้ภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการพัฒนาธุรกิจและดำเนินการตามแนวทางทางที่เป็นจริงเพื่อให้ธุรกิจมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยนายสีได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวผ่านทางจดหมายที่ส่งถึงบริษัทเอกชนที่มีส่วนร่วมในโครงการบรรเทาความยากจน 
  • (-) จนท.จีนเรียกความมั่นใจตลาด,พยุงหุ้นด้วยการเร่งออกกฎ,มาตรการใหม่  บรรดาเจ้าหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบของจีนต่างพยายามเรียกความมั่นใจของตลาดด้วยการออกกฎและมาตรการใหม่ รวมทั้งมีถ้อยแถลงเพื่อคลายความวิตก  นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึงกำกับดูแลเศรษฐกิจและภาคการเงิน กล่าวว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ “สร้างโอกาสที่ดีในการลงทุน” และปัญหาทางเศรษฐกิจควรได้รับการแก้ไขอย่างสมเหตุสมผล  นอกจากนี้ นายหลิวยังกล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่า ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนมีผลกระทบต่อตลาด แต่”กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ผลกระทบทางจิตวิทยามีมากกว่าผลกระทบที่แท้จริง”  ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กำกับหลักทรัพย์, เจ้าหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบธนาคารกลางและการธนาคาร และประกันภัย ต่างก็ยืนยันที่จะออกมาตรการเพื่อหนุนความเชื่อมั่นของตลาด
  • (-) ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจทำเนียบขาวโบ้ยจีนไม่ยอมให้ความร่วมมือด้านประสานงานประเด็นการค้า  นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวโทษจีนที่ไม่ยอมเข้ามามีส่วนร่วมและให้คำตอบเกี่ยวกับประเด็นการค้า เพื่อที่จะคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้า ทั้งที่สหรัฐได้มีการให้ข้อมูลและคำถามแก่จีนไปแล้ว  นายคุดโลว์ได้ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียล ไทม์ส ว่า เราได้ให้รายละเอียดของคำถามต่างๆไปแล้ว แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีการให้คำตอบกลับมาแต่อย่างใด   ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน คาดว่า จะประชุมนอกรอบการประชุม G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ในวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้ ซึ่งการที่จีนไม่ได้ตอบสนองต่อทางสหรัฐทำให้มีการคาดการณ์ว่า สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐคงจะไม่สามารถคลี่คลายลงได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์