วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ต.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,180 1,171 1,160

แนวต้าน : 1,197 1,208 1,214

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป แหล่งข่าวระดับสูงของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำกับดูแลธนาคารยุโรปได้เพิ่มการจับตาระดับสภาพคล่องของธนาคารอิตาลี หลังการเพิ่มขึ้นอย่างมากของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี ขณะที่เหล่าผู้นำพรรครัฐบาลผสมของอิตาลียืนกรานที่จะต่อต้านแรงกดดันของตลาดการเงินและเสียงวิจารณ์จากผู้สังเกตการณ์งบประมาณของรัฐสภา โดยระบุว่า พวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงแผนการเพิ่มยอดขาดดุลงบประมาณการใช้จ่าย ซึ่งความขัดแย้งเกี่ยวกับงบประมาณและความผันผวนทางเศรษฐกิจของอิตาลี ได้ส่งผลลบต่อสกุลเงินยูโร และราคาทองคำ ทั้งนี้ ระยะสั้นราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบ แนะนำรอซื้อเพื่อกำไรหากราคาทองคำอ่อนตัวลงแต่สามารถรักษาระดับเหนือโซน 1,183-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามหากราคาทะลุแนวรับ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่ถือสถานะซื้อจำเป็นต้องลดสถานะลง ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบริเวณแนวต้านโซน 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือต่อ

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันหากราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือโซน 1,183-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านแนวต้านไปได้ก็จะเห็นการย่อตัวของราคาลงมาบริเวณแนวรับ

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยปิดสถานะบริเวณแนวต้าน 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอซื้อคืนหากราคาไม่หลุดแนวรับโซน 1,183-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะหากราคาทองคำลงมาบริเวณ 1,183-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากหลุดแนวดังกล่าว ก็สามารถรอทำกำไรในแนวรับต่อไปบริเวณ 1,171-1,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นได้และแนะนำให้ลงทุนในกรอบโดยรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาปรับตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,183-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าว อาจชะลอการเข้าซื้อออกไปเป็นบริเวณ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอขายบริเวณแนวต้าน 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านสามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวสูงกว่าคาดช่วง 3 เดือนถึงเดือนส.ค.  ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงในวันนี้ว่า การพุ่งขึ้นของเศรษฐกิจอังกฤษในช่วงฤดูร้อนมีความแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ในขณะที่อากาศที่อบอุ่นกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการก่อสร้างบ้าน  ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในช่วง 3 เดือนถึงเดือนส.ค.ขยายตัว 0.7% เมื่อเทียบกับช่วง 3 เดือนก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ถึงการขยายตัว 0.6%  นอกจากนี้ การขยายตัวในช่วง 3 เดือนถึงเดือนก.ค.ได้รับการปรับขึ้นสู่ 0.7%  เฉพาะในเดือนส.ค.เดือนเดียว เศรษฐกิจไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับคาดการณ์ถึงการขยายตัว 0.1%  เมื่อเทียบเป็นรายปี การขยายตัวชะลอลงในเดือนส.ค.สู่ 1.5% จาก 1.7% ในเดือนก.ค.
  • (-) รมว.คลังสหรัฐออกโรงเตือนจีนปล่อยเงินหยวนอ่อนค่า ขณะจับตาผลกระทบการค้า  นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ออกมาเตือนจีนเกี่ยวกับการที่เงินหยวนอ่อนค่าลง ซึ่งทำให้จีนมีข้อได้เปรียบด้านการค้า อย่างไรก็ตาม นายมนูชินไม่ได้กล่าวหาว่า จีนจงใจกดดันเงินหยวนให้อ่อนค่า  นายมนูชินเปิดเผยกับไฟแนนเชียล ไทม์ส ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุม G20, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยกล่าวว่า สหรัฐกำลังจับตาประเด็นการค้า และต้องการความมั่นใจว่าจีนไม่ได้กำลังกดดันเงินหยวนให้อ่อนค่าเพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน  ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมออกรายงานรอบครึ่งปีในประเด็นค่าเงิน ในวันที่ 15 ต.ค.นี้  รายงานดังกล่าวจะพิจารณาจากข้อมูลการดำเนินการของรัฐบาลต่างๆต่อสกุลเงินของประเทศในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. สำหรับในกรณีของจีนนั้น สหรัฐจะพิจารณาการอ่อนค่าของหยวนในการทบทวนสถานะของจีนในรายงานดังกล่าว
  • (-) สกุลเงินเอเชียได้แรงหนุน ขณะบอนด์ยีลด์สหรัฐร่วง  การปรับตัวลงของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเป็นแรงหนุนสกุลเงินเอเชียในวันนี้ แต่สกุลเงินเอเชียอาจจะยังคงถูกกดดันต่อไป อันเป็นผลจากแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐ ลงจากระดับสูงสุดรอบ 7 ปีครึ่งเมื่อคืนนี้ แม้ว่านักลงทุนยังคงคาดว่า เฟดจะยังคงอยู่ในแนวทางการคุมเข้มนโยบาย แม้ว่าปธน.โดนัลด์ ทรัมป์วิจารณ์เฟดเมื่อวานนี้สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป  นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่จะมีการเปิดผยในวันพรุ่งนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยคาดว่าข้อมูลจะแสดงว่า เงินเฟ้อชะลอตัวสู่ 2.4%  บาทเป็นสกุลเงินที่ปรับตัวได้ดีที่สุดในเอเชีย โดยแข็งค่า 0.5% มาที่ 32.860 บาทต่อดอลลาร์ ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ในไม่ช้าอัตราดอกเบี้ยของไทยจะเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ไม่มีการปรับขึ้นนับตั้งแต่ปี 2011  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประชุมกันในวันที่ 14 พ.ย. และสมาชิกคณะกรรมการมีความคิดเห็นแตกต่างกันเมื่อธปท.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนที่ผ่านมา  “แนวโน้มการเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยสู่ภาวะปกติในไทย ยังคงดูค่อนข้างแข็งแกร่งสำหรับเรา” นายเวย เหลียง ชาง นักวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารมิซูโฮกล่าว
  • (-) รัฐบาลอิตาลีปฏิเสธเปลี่ยนแผนงบประมาณแม้ถูกกดดัน  วันนี้เหล่าผู้นำพรรครัฐบาลผสมของอิตาลียืนกรานต่อต้านแรงกดดันของตลาดการเงินและเสียงวิจารณ์จากผู้สังเกตการณ์งบประมาณของรัฐสภา โดยระบุว่า พวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงแผนการเพิ่มยอดขาดดุลงบประมาณการใช้จ่าย  นายลุยจิ ดิ ไมโอ หัวหน้าพรรคต่อต้านขั้วอำนาจเก่า 5-Star Movement ระบุว่า เขาจะไม่ทรยศชาวอิตาลีด้วยการเปลี่ยนแปลงแผนงบประมาณ  ในเวลาเดียวกัน นายมัตเตโอ ซาลวินี หัวหน้าพรรคฝ่ายขวาจัด League เตือนนักเก็งกำไรจากการคาดการณ์ว่า รัฐบาลอิตาลีจะเปลี่ยนแผนดังกล่าว ในการกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ RAI ของทางการอิตาลี 
  • (+/-) เฟดนิวยอร์กเผยคาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐช่วง 3 ปีข้างหน้าทรงตัวในเดือนก.ย.  ผลสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กระบุว่า คาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐสำหรับ 1 ปีและ 3 ปีในอนาคตไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ถึงเสถียรภาพของราคาในกลุ่มผู้บริโภค  ผลสำรวจเดือนก.ย.พบว่า ค่าคาดการณ์เฉลี่ยเงินเฟ้อสำหรับทั้งสองกรอบเวลาอยู่ที่ 3% เช่นเดียวกับคาดการณ์ในเดือนส.ค. โดยคาดการณ์ยังคงมีเสถียรภาพเป็นส่วนใหญ่นับตั้งแต่เดือนเม.ย. แม้ว่าปรับสูงขึ้นนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์