วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ต.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,180 1,171 1,160

แนวต้าน : 1,197 1,208 1,214

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ค่าเงินหยวนฟื้นตัวขึ้นในวันนี้โดยได้รับแรงหนุนจากความเห็นของนายมอริซ อ็อบส์เฟลด์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ที่แสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจีนจะสามารถปกป้องค่าเงินหยวนได้ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เชื่อว่าการฟื้นตัวจะอยู่เพียงระยะสั้นจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจีนจะผ่อนคลายนโยบายต่อไป  นอกจากนี้หยวนได้รับแรงกดดันเพิ่มหลังกระทรวงการคลังสหรัฐเผยว่ากำลังจับตาความเคลื่อนไหวของเงินหยวนอย่างใกล้ชิดและกำลังพิจารณาว่า  จะระบุว่าจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงินในรายงานรอบครึ่งปีว่าด้วยประเทศที่บิดเบือนค่าเงินซึ่งมีกำหนดการรายงานในวันที่ 15 ต.ค.หรือไม่  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลเชิงลบต่อค่าเงินหยวนซึ่งช่วยหนุนให้ดอลลาร์ยังคงทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์จนส่งผลกดดันการฟื้นตัวขึ้นของราคาทองคำ ทั้งนี้ แนะนำสำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำไว้ อาจขายเพื่อลดความเสี่ยง หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยนักลงทุนอาจรอซื้อทองคำเพื่อหวังจังหวะดีดตัวที่บริเวณ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ในระยะสั้นยังคงต้องติดตามราคาอย่างใกล้ชิดเพราะหากราคาหลุดแนวรับแรกและไม่สามารถรับความเสี่ยงได้มากนัก อาจต้องชะลอการเข้าซื้อทองคำเพิ่มเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากแนวรับแรกโซน 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังรับเอาไว้ได้ มองว่าราคาทองคำจะพยายามทรงตัวและกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่ถูกแรงขายออกมาก่อน อาจมีโอกาสขึ้นชนบริเวณ 1,208 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะเดียวกันถ้ายืนเหนือแนวรับแรกไม่ได้ ประเมินว่าอาจย่อลงมาถึงโซน 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position  หากราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนะนำให้ขายทำกำไรออกมา และรอซื้อเก็งกำไรครั้งต่อไปเมื่อราคามีการย่อตัวลงมายืนเหนือแนวรับ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  ถ้าราคาขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแรง ให้ปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากยังไม่ผ่านแนวต้านแรก แนะนำให้รอทำกำไรบริเวณ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  รอจังหวะที่ราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,197-1,208 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเสี่ยงเปิดสถานะขาย และเมื่อเกิดการปรับตัวลงมาหากรับความเสี่ยงได้มาก อาจเสี่ยงเข้าซื้อระยะสั้นที่แนวรับแรกโซน 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอทำกำไรจากจังหวะดีดตัว  ที่สำคัญถ้าหลุดโซน 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจต้องลดสถานะซื้อลงเพื่อลดความเสี่ยง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF มั่นใจจีนสามารถปกป้องเงินหยวน แม้ค่าเงินร่วงหลัก  นายมอริซ อ็อบส์เฟลด์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจีนจะสามารถปกป้องค่าเงินหยวนได้ แม้เงินหยวนร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม  อย่างไรก็ตาม นายอ็อบส์เฟลด์คาดว่า จีนอาจประสบความยากลำบากในการปรับสมดุลระหว่างการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต ควบคู่ไปกับการสร้างเสถียรภาพด้านการเงิน  การแสดงความเห็นของนายอ็อบส์เฟลด์มีขึ้นหลังจากเงินหยวนร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันนี้ ภายหลังจากธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 1% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.
  • (+) รมว.กิจการยุโรปอิตาลีเชื่อมั่นจะบรรลุข้อตกลงงบประมาณกับ EU  นายเปาโล ซาโวนา รัฐมนตรีกิจการยุโรปของอิตาลีระบุเมื่อวานนี้ว่า เขาเชื่อมั่นว่า อิตาลีจะบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับแผนงบประมาณหลายปีในเชิงขยาย  เขากล่าวว่า “ตลาดมีปฏิกิริยาในระดับปานกลางเท่านั้น เราคาดการณ์ถึงปฏิกิริยาที่เลวร้ายกว่านี้มาก”  นายซาโวนาระบุว่า เขาคาดหวังถึงข้อตกลงกับ EU หากเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นนั่นอาจกระตุ้นวิกฤติทางการเงินในวงกว้าง ซึ่งไม่เป็นผลประโยชน์ต่อผู้ใด”  คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเป้าหมายงบประมาณของอิตาลี แต่เมื่อวานนี้นายปิแอร์ มอสโกวิซี คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของ EU ระบุว่า การแสดงความเห็นที่นุ่มนวลขึ้นเกี่ยวกับงบประมาณอิตาลีจะทำให้เจรจาดีขึ้น
  • (-) ยอดส่งออก,นำเข้าของเยอรมนีร่วงในเดือนส.ค.  ข้อมูลเผยในวันนี้ว่า การส่งออกของเยอรมนีร่วงอย่างไม่คาดคิดในเดือนส.ค. ภายใต้สัญญาณใหม่ว่า ผู้ผลิตในเยอรมนีได้ชะลอกิจกรรมการผลิตในช่วงฤดูร้อน  สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางเยอรมนีระบุว่า ยอดส่งออกที่ได้รับการทบทวนปรับรายฤดูกาล ลดลง 0.1% ในเดือนส.ค. ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของภาคเอกชนถึงการปรับขึ้น 0.3% ขณะที่การนำเข้าร่วง 2.7% ซึ่งต่ำกว่าความคาดหมายถึงการร่วง 0.2%  ยอดเกินดุลการค้าที่ได้รับการทบทวนปรับรายฤดูกาล ขยายกว้างขึ้นสู่ 1.83 หมื่นล้านยูโร (2.102 หมื่นล้านดอลลาร์) จาก 1.59 หมื่นล้านยูโรในเดือนก.ค.
  • (-) การใช้จ่ายผู้บริโภคชาวอังกฤษชะลอตัวในเดือนก.ย.  ผู้บริโภคชาวอังกฤษระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายในเดือนก.ย. หลังการใช้จ่ายอย่างคึกคักในช่วงฤดูร้อน ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจโดยรวมของอังกฤษไม่อาจพึ่งพาผู้บริโภคได้มากนักในการบรรเทาแรงกดดันของเบร็กซิท  สมาพันธ์ค้าปลีกอังกฤษ (BRC) ระบุว่า ร้านค้ารายงานว่า การใช้จ่ายทั้งหมดเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อคิดแบบรายปีในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่ผ่านมานอกเหนือจากการร่วงลงในเดือนเม.ย.ที่ถูกบิดเบือนโดยวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์  มาตรวัดการใช้จ่ายของผู้บริโภคในวงกว้างโดยบาร์เคลย์การ์ด ปรับขึ้นในระดับน้อยที่สุดในรอบ 5 เดือน โดยปรับขึ้น 3.9% เมื่อคิดแบบรายปี  การบริโภคภาคครัวเรือนคิดเป็นประมาณ 60% ของเศรษฐกิจอังกฤษ ซึ่งธนาคารกลางอังกฤษและนักคาดการณ์อื่นๆประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของการบริโภคภาคครัวเรือนนับตั้งแต่การทำประชามติเบร็กซิทในปี 2016 แม้ว่าการเติบโตของค่าจ้างต่ำกว่าเงินเฟ้อ  นางเอสเมอ ฮาร์วู้ด ผู้อำนวยการบาร์เคลย์การ์ดระบุว่า ผู้บริโภคเกือบครึ่งหนึ่งที่สำรวจโดยบาร์เคลย์การ์ด หรือ 46% วางแผนใช้จ่ายในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ในปีนี้น้อยกว่าในปี 2017
  • (+/-) จีนวิจารณ์ความเห็นจนท.สหรัฐเกี่ยวกับหยวนไม่มีเหตุผล  วันนี้กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินหยวน ไม่มีเหตุผลและขาดความรับผิดชอบ  นายหลู่ คัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า จีนจะไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนหยวนเป็นเครื่องมือในความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ  เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า สหรัฐยังคงกังวลเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินหยวน และกำลังจับตามองความคืบหน้าของหยวนอย่างใกล้ชิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์