GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ
เพิ่มเพื่อน

เพิ่มเพื่อนบัญชีทางการของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุด

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 27 ก.ย.65 by YLG

332

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยแนะนำเปิดสถานะขายในโซน 1,649-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รอเข้าซื้อคืนหากราคาไม่หลุดแนวรับโซน 1,620-1,602 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการซื้อคืนออกไป

แนวรับ : 1,620 1,602 1,584  แนวต้าน : 1,649 1,668 1,687

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดดิ่งลง 20.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาแกว่งตัวผันผวนตั้งแต่ช่วงเช้าของตลาดเอเชีย โดยได้รับแรงกดดันจากค่าเงินปอนด์ที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.0327 ดอลลาร์เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลอังกฤษ หลังจากรัฐบาลเปิดเผยมาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ สถานการณ์ดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์ให้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ที่ 114.58 จนกดดันราคาทองคำ แม้ระหว่างวัน ราคาทองคำจะฟื้นตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,649.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ก็ถูกแรงขายกดดันให้ร่วงลงอีกครั้ง ประกอบกับดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวไม่ไกลจากระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เม.ย. 2010 ที่ 3.9% ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวเพื่อคุมเงินเฟ้อ ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวถูกตอกย้ำด้วยถ้อยแถลงในเชิง Hawkish ของเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ นางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดคลีฟแลนด์ที่กล่าววานนี้ว่า ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ “สูงในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้” ทำให้เฟดควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยและคงนโยบายเข้มงวดไว้สักระยะหนึ่ง และหากเกิดข้อผิดพลาดจะเป็นการ “ดีกว่า” ถ้าเฟดทำมากเกินไป(do too much) เมื่อเทียบกับการที่เฟดทำน้อยเกินไป(do too little)

- Advertisement -

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ทองคำปรับตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งครั้งใหม่ที่ 1,620.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -3.76 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB, ยอดขายบ้านใหม่และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์ รวมไปถึงถ้อยแถลงของประธานเฟด

จจัยทางเทคนิค

ราคาพยายามทรงตัวหลังจากช่วงก่อนหน้าอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่หากราคาปรับตัวขึ้นไม่สามารถเหนือแนวต้านระดับ 1,649 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับสูงสุดของวันก่อนหน้า)ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงช่วงสั้น ทั้งนี้ หากสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,620 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อเข้ามาพยุง และราคามีการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง แต่หากยืนเหนือแนวรับแรกไม่ได้ ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไปโซน 1,602 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน

เน้นการลงทุนระยะสั้น หาจังหวะในการเปิดสถานะขาย โดยใช้บริเวณ 1,649-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากผ่าน 1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรหากราคาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,620-1,602 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการซื้อคืนออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เฟดชิคาโกเผยดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวลงในเดือนส.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวลงสู่ระดับ 0.00 ในเดือนส.ค. จากระดับ +0.29 ในเดือนก.ค. การปรับตัวลงของดัชนีได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงานและภาคการผลิต
  • (+) ดัชนีชี้วัดความวิตกนักลงทุนพุ่ง ผวา FX ป่วน, เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย ดัชนีชี้วัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะภาวะผันผวนในตลาดปริวรรตเงินตรา และความวิตกที่ว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินไปจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย ทั้งนี้ ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้นแตะระดับ 32.88 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย.
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 329.60 จุด วิตกดอกเบี้ยขาขึ้นฉุดศก.ถดถอย ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงและเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market) แล้วในวันจันทร์ (26 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,260.81 จุด ร่วงลง 329.60 จุด หรือ -1.11%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,655.04 จุด ลดลง 38.19 จุด หรือ -1.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,802.92 จุด ลดลง 65.00 จุด หรือ -0.60%
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 2 ปี พุ่งทะลุ 4.3% นิวไฮ 15 ปี ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังคงปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี และอยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีและ 30 ปี ณ เวลา 20.15 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี อยู่ที่ระดับ 4.237% หลังแตะระดับ 4.351% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2550 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 3.749% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 3.621%
  • (-) ดอลล์แข็งค่ารับเฟดเดินหน้าขึ้นดบ. ปอนด์ร่วงเหตุวิตกการคลังอังกฤษ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (26 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลอังกฤษทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.81% แตะที่ระดับ 114.1030 ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 0.9615 ดอลลาร์ จากระดับ 0.9674 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0688 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0847 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6459 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6517 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 144.51 เยน จากระดับ 143.35 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9943 ฟรังก์ จากระดับ 0.9828 ฟรังก์
  • (-) BoE ส่งสัญญาณไม่มีแผนจัดประชุมฉุกเฉิน แม้ปอนด์ทรุดหนักเป็นประวัติการณ์ ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BoE กำลังจับตาสถานการณ์ในตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ปอนด์ทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เทียบดอลลาร์ในวันนี้ “ทางธนาคารกำลังจับตาสถานการณ์ในตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญของสินทรัพย์ในตลาดการเงิน โดยบทบาทของนโยบายการเงินคือการสร้างความมั่นใจว่าอุปสงค์จะไม่นำหน้าอุปทานจนทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นในระยะกลาง ซึ่ง BoE จะไม่ลังเลในการปรับอัตราดอกเบี้ยหากมีความจำเป็นเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืนในระยะกลาง” นายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BoE ระบุในแถลงการณ์ อย่างไรก็ดี นายเบลีย์ส่งสัญญาณว่า BoE ไม่มีแผนที่จะจัดการประชุมฉุกเฉินแต่อย่างใด “คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BoE จะทำการประเมินสถานการณ์อย่างสมบูรณ์ในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน และจะดำเนินการตามที่เห็นสมควร” แถลงการณ์ระบุ
  • (-) น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.03 เหตุดอลล์แข็ง-วิตกเศรษฐกิจถดถอย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 เดือนในวันจันทร์ (26 ก.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยตลาดได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งความกังวลว่าการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 2.03 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 76.71 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. 2565 ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 2.09 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 84.06 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่ 14 ม.ค. 2565

- Advertisement -

Comments
Loading...