ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรในกรอบ 1,629-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นในโซน 1,629 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ควรตัดขาดทุนหากราคาหลุดเพื่อไปรอเปิดสถานะซื้อใหม่โซน 1,607-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,629 1,607 1,594 แนวต้าน : 1,668 1,689 1,703

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  6.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยยังคงได้รับแรงกดดันสำคัญจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ท่ามกลางความไม่แน่ใจว่าสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 จะมีแนวโน้มดีขึ้นจริงหรือไม่  ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจดูเหมือนจะเลวร้ายกว่าที่ประเมินไว้ขั้นต้นส่งผลกระตุ้นแรงซื้อสกุลเงินดอลลาร์ที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง  ทำให้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในระยะนี้ยังถูกสกัดช่วงบวกเอาไว้  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำปรับตัวลดลงในกรอบจำกัดเช่นเดียวกัน  โดยมีแรงหนุนส่งสำคัญ  คือ  การคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  ตอกย้ำการคาดการณ์ดังกล่าวด้วยรายงานการประชุมเฟด(FOMC Meeting Minutes) ประจำเดือนมี.ค. ที่สะท้อนความวิตกของกรรมการเฟดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงในไตรมาส 2 ปีนี้ และเศรษฐกิจเสี่ยงเผชิญภาวะขาลง  อีกทั้งเฟดยังยืนยันตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% จนกว่าจะพ้นวิกฤต  ซึ่งนั่นจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  แต่เนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบเข้ามาส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาจึงทำให้ราคายังคงแกว่งตัวในกรอบ 1657.50-1639.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือทองเพิ่ม +2.92 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoM

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาอ่อนตัวลงต่ำกว่าโซน 1,639 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับต่ำสุดวานนี้) จะทำให้มุมมองเชิงบวกลดลง ราคาทองคำจะเริ่มเข้าสู่สภาวะ Sideway เพื่อทำการสร้างฐานราคา  ระยะสั้นหากยืนเหนือแนวรับ 1,629  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้โอกาสเกิดการดีดตัวกลับเบื้องต้นประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,657-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านสำคัญที่ 1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,629 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด เพื่อไปรอเปิดสถานะซื้อใหม่โซน 1,607-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,657-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เฟดเผยรายงานประชุมเดือนมี.ค.ชี้กรรมการเฟดยืนยันตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% จนกว่าศก.จะพ้นวิกฤตโควิด-19  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค. ซึ่งเฟดได้จัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 15 มี.ค. เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ในการประชุมวันดังกล่าว คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 1.00% จากระดับ 1.00-1.25% สู่ระดับ 0.00-0.25% เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ  นอกจากนี้ เฟดยังได้ประกาศซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์ และได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับธนาคารพาณิชย์ลง 1.25% สู่ระดับ 0.25% และขยายอายุเงินกู้เป็นเวลา 90 วัน  รายงานการประชุมระบุว่า กรรมการเฟดทุกคนได้แสดงความกังวลว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐในระยะใกล้นี้ และก่อให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมาก 
  • (+) WTO คาดปริมาณการค้าโลกหดตัวกว่า 30% ปีนี้จากพิษโควิด-19  องค์การการค้าโลก (WTO) ออกรายงานคาดการณ์ว่า ปริมาณการค้าโลกจะหดตัวลง 13-32% ในปีนี้ ขณะที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตทั่วโลก  ทั้งนี้ ในรายงานสถิติและแนวโน้มการค้าประจำปีของ WTO ระบุว่า ผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อปริมาณการค้าโลกในปีนี้ จะมีความรุนแรงกว่าวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551-2552  นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า การฟื้นตัวในปีหน้ายังคงไม่มีความชัดเจน โดยจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการแพร่ระบาด และประสิทธิภาพของนโยบายที่ประเทศต่างๆนำมาใช้
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนจับตาสถานการณ์โควิด-19,ข้อมูลศก.สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด รวมทั้งรอดูรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค.   ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9712 ฟรังก์ จากระดับ 0.9690 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4039 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3992 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 108.81 เยน จากระดับ 108.86 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0861 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0902 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2392 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2338 ดอลลาร์
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 779.71 จุด รับความหวังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น,หุ้นธุรกิจสุขภาพหนุนตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐคาดการณ์ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะพลิกผันดีขึ้นหลังผ่านพ้นสัปดาห์นี้ และจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติม นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากนายเบอร์นี่ แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 23,433.57 จุด พุ่งขึ้น 779.71 จุด หรือ +3.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,749.98 จุด เพิ่มขึ้น 90.57 จุด หรือ +3.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,090.90 จุด เพิ่มขึ้น 203.64 จุด หรือ +2.58%
  • (+/-) “เบอร์นี่ แซนเดอร์ส”ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันเป็นตัวแทนเดโมแครตชิงตำแหน่งปธน.  นายเบอร์นี่ แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ  การถอนตัวของนายแซนเดอร์สส่งผลให้นายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตแต่เพียงคนเดียวในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐกับคู่แข่งของเขา คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ก่อนหน้านี้ นักลงทุนวิตกว่านโยบายของนายแซนเดอร์ส ซึ่งรวมถึงการให้สวัสดิการประกันสุขภาพแก่ชาวอเมริกันทั้งหมด จะทำให้มีการปรับขึ้นภาษี หากนายแซนเดอร์สคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประนาธิบดี