ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 มี.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,657 1,642 1,634

แนวต้าน : 1,687 1,703 1,712

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  โกลด์แมนแซคส์ลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 สู่ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยให้เหตุผลเรื่องสงครามราคาระหว่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบียและการลดลงอย่างหนักของอุปสงค์น้ำมันจากไวรัสโคโรนา นักลงทุนที่ตื่นตระหนกแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่น ทองคำ และ พันธบัตรรัฐบาล ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีของสหรัฐร่วงต่ำสู่ระดับต่ำกว่า 1% และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีร่วงต่ำกว่า 0.5% ซึ่งบั่นทอนดอลลาร์สหรัฐให้อ่อนค่าลง ขณะที่รูเบิลของรัสเซียและเปโซเม็กซิโกร่วง 6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ โครนนอร์เวย์ลบ 3% สู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ดอลลาร์แคนาดาดิ่ง 1.6% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2017 ความผัวผวนในตลาดเงิน กระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาทองคำจะมีปรับตัวขึ้นแรงแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาอย่างมากเช่นกัน จึงส่งผลให้ราคามีลักษณะแกว่งตัวผันผวน ในระยะสั้นแนะนำนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,687-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ หากไม่สามารถผ่านไปได้ แนะนำให้ลดการถือครองทองคำลงเพื่อควบคุมความเสี่ยงและหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับนักลงทุนสามารถซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,657-1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากความเสี่ยงได้น้อยอาจชะลอการลงทุนไปก่อนเพื่อรอความชัดเจนอีกครั้งหากราคาหลุดโซน 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: แม้ราคาทองคำพยายามชะลอการอ่อนตัวลงและเกิดแรงดีดกลับ แต่หากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ น่าจะมีแรงขายทำกำไรกลับเข้ามาอีกครั้ง ทั้งนี้ ประเมินโซนแนวรับบริเวณ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์

หากยืนได้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน บริเวณ 1,687-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,687-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยให้ลดสถานะลง เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา

Short Position ให้ปิดสถานะทำกำไร เมื่อราคาทองคำย่อตัวลงสู่แนวรับช่วง 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคายืนไม่อยู่ ให้ชะลอการปิดสถานะไปที่แนวรับ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้ทำกำไรจากการแกว่งตัว เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,657-1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,687-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความผันผวน หากราคาหลุดแนวรับ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 3.01% เหตุวิตกราคาน้ำมัน,โควิด-19  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ร่วงลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่ร่วงลง รวมทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 91.22 จุด หรือ 3.01% ปิดที่ 2,943.29 จุด  คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงวันนี้ว่า ณ วันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในจีน เพิ่มขึ้นอีก 22 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั่วประเทศจีน เพิ่มเป็น 3,119 ราย  ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 40 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 80,735 ราย
  • (+) ฮั่งเส็งดิ่ง 1,106.21 จุด วิตกราคาน้ำมันทรุดหนัก  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลง หลังซาอุดีอาระเบียประกาศลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (OSP) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเริ่มต้นของการทำสงครามราคาน้ำมัน หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตรที่นำโดยรัสเซีย ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในการประชุมที่กรุงเวียนนาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลง 1,106.21 จุด หรือ -4.23% ปิดวันนี้ที่ 25,040.46 จุด  ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลกในขณะนี้ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก เพิ่มขึ้นมากกว่า 100,000 ราย และในบรรดาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวนั้น เสียชีวิตแล้ว 3,484 ราย
  • (-) เยอรมนีเตรียมกระตุ้นการลงทุนเพื่อหนุนเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 ทำเศรษฐกิจทรุด  รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เตรียมใช้มาตรการช่วยเหลือบริษัทและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และจะลงทุนเพิ่มเติมวงเงิน 1.24 หมื่นล้านยูโร (1.41 พันล้านดอลลาร์) ในระหว่างปี 2564-2567  นอกจากนี้ รัฐบาลเยอรมนีจะผ่อนปรนกฎข้อบังคับสำหรับค่าชดเชยการทำงานระยะสั้น เพื่อให้บริษัทที่ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรง เช่น สายการบินลุฟต์ฮันซา สามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือส่วนต่างค่าจ้างพนักงานได้ หลังจากที่พนักงานต้องหยุดงานบางส่วนชั่วคราวเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนีต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังจากที่มีรายงานการเสียชีวิตของชาวเยอรมนี อายุ 60 ปี ซึ่งนับเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศ โดยชายคนดังกล่าวมีประวัติการเดินทางไปยังอียิปต์  โดยรัฐบาลเยอรมนีต้องการเรียกคืนความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ
  • (-) คณะทำงานรัฐบาลสหรัฐเล็งนำเสนอร่างมาตรการกระตุ้นศก. หลังหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบจากโควิด-19  รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงแนวทางในการชะลอการแพร่ระบาดของโรคในสหรัฐ ภายหลังจากที่บริษัทต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19   มาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการขยายวันลาป่วยให้กับพนักงาน และนโยบายช่วยเหลือบริษัทที่ได้รับผลกระทบ  อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ร่างมาตรการดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างหารือกันของทีมงาน และยังไม่ได้มีการนำเสนอต่อประธานาธิบดี ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่บางมาตรการก็ต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส  แม้ว่าจะยังไม่มีกำหนดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดเผยมาตรการเหล่านี้ แต่ในภาพรวมแล้วจะมีการปรับใช้ตามความเร่งด่วน โดยเริ่มจากมาตรการที่มีเป้าหมายที่กลุ่มผู้ติดเชื้อไวรัส ก่อนที่จะขยายขอบเขตความช่วยเหลือไปยังธุรกิจและประชาชนที่สูญเสียรายได้
  • (+/-) โกลด์แมนลดคาดการณ์ราคาเบรนท์สู่ 30 ดอลลาร์จากสงครามราคา,ผลกระทบไวรัส  โกลด์แมนแซคส์ลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 สู่ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยให้เหตุผลเรื่องสงครามราคาระหว่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบียและการลดลงอย่างหนักในอุปสงค์น้ำมันจากไวรัสโคโรนา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,500 คนทั่วโลก  ราคาน้ำมันร่วงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 ในวันนี้หลังซาอุดิอาระเบียเปิดฉากสงครามราคากับรัสเซียด้วยการลดราคาขายและประกาศยกระดับอุปทานสู่ตลาดที่เผชิญแรงกดดันอยู่แล้วจากอุปสงค์ที่ลดลงเพราะการระบาดของไวรัสโคโรนา