สิงหาคม 9, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,453 1,445 1,434

แนวต้าน : 1,471 1,484 1,493

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  จีนหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจต่อทั้ง 2 ฝ่ายโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สอดคล้อง นายแลร์รีย์ คัดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาวระบุว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์พอใจในจุดที่การเจรจาการค้ากับจีนกำลังดำเนินไป ทั้งนี้ ข้อมูลกรมศุลกากรแสดงว่า จีนซื้อถั่วเหลือง 8.28 ล้านตันในเดือนพ.ย. ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. ทัศนะบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนก่อนถึงกำหนดเส้นตาย สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางการค้าที่ดำเนินมายาวนาน ทำให้นักลงทุนมุ่งความสนใจอยู่ที่กำหนดเส้นตายวันที่ 15 ธ.ค.เมื่อภาษีสหรัฐต่อสินค้าจีนมีผลบังคับใช้ เว้นแต่ว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงประนีประนอม ประเด็นดังกล่าวอาจทำให้ราคาทองคำเกิดความผันผวน จึงแนะนำนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการสะสมทองคำเพิ่มเติม ดังนั้นก่อนมีความชัดเจในประเด็นดังกล่าว ราคาทองคำระหว่างวันจึงเคลื่อนไหวค่อนข้างจำกัด เบื้องต้นแนะนำนักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจแบ่งทองคำออกขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,453-1,445  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้(หากหลุดควรชะลอการเข้าซื้อออกไป)ทั้งนี้ ตลาด TFEX จะปิดทำการในวันอังคาร นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเนื่องจากตลาดทองคำต่างประเทศยังเปิดทำการส่งผลให้เกิดความเสี่ยง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันราคาทองคำเคลื่อนไหวไม่มาก หากราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้าน 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณโซน 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถทะลุผ่านกรอบบนไปได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ติดตามราคาทองคำอย่างใกล้ชิดบริเวณ 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่สามารถผ่านให้ทยอยขายทำกำไรโดยพยายามลดขนาดพอร์ตลง เพื่อลดความเสี่ยงจากวันหยุดของไทย

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หากไม่ต้องการรับความเสี่ยงมากนัก แนะนำให้ชะลอการเปิดสถานะเพิ่มออกไปก่อน สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้แนะนำให้หาจังหวะขายทองคำที่ถืออยู่ หากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาอ่อนตัวลงให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,453-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาหลุด นักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออาจต้องปรับสถานะการลงทุนอีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) พรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษมีคะแนนนำเหนือพรรคแรงงานมากขึ้น  ผลสำรวจความคิดเห็นโดย Survation สำหรับรายการ Good Morning Britain ของสถานีโทรทัศน์ ITV แสดงในวันนี้ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษมีคะแนนนิยมนำเหนือพรรคแรงงานมากขึ้นสู่ 14% ซึ่งปรับขึ้นจาก 9% เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า  ผลสำรวจระบุว่า คะแนนนิยมของพรรคอนุรักษ์นิยมอยู่ที่ 45% ซึ่งปรับขึ้น 2% เทียบกับ 31% ของพรรคแรงงาน ซึ่งลดลง 2% ก่อนการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดี  การสำรวจผู้ตอบคำถาม 1,012 คนทางโทรศัพท์ดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ธ.ค.
  • (-) จีนหวังบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  นายเริ่น หงปิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีนระบุในวันนี้ว่า จีนหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ซึ่งสร้างความพึงพอใจต่อทั้ง 2 ฝ่ายโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  จีนและสหรัฐอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลง “ระยะที่ 1” ที่มุ่งหวังเพื่อยุติความขัดแย้งทางการค้าที่ดำเนินมายาวนาน แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะสามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวในระยะใกล้หรือไม่  ภาษีรอบต่อไปของสหรัฐต่อสินค้าจีนมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค.
  • (-) สื่อนอกเผยส.ส.พรรคเดโมแครต-ผู้แทนการค้าใกล้บรรลุข้อตกลงสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดาแล้ว  หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในสังกัดพรรคเดโมแครต และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ใกล้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับประเด็นที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) แล้ว โดยแหล่งข่าวระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจปรากฏให้เห็นภายในช่วงคริสต์มาสนี้  รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ส.ส.พรรคเดโมแครต กำลังพิจารณาข้อเสนอจากสำนักงานผู้แทนการค้า โดยทั้งสองฝ่ายมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับกฎด้านแรงงาน  ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคเดโมแครตได้ใช้เวลาในการเจรจาต่อรองเป็นเวลาหลายเดือนกับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐเกี่ยวกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆในข้อตกลง USMCA ในสาขาหลักๆ 4 สาขา ได้แก่ แรงงาน สิ่งแวดล้อม การบังคับใช้ และข้อกำหนดในการสั่งยา  ข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา หรือ USMCA เป็นข้อตกลงที่จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) โดยมีการลงนามไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังต้องได้รับการอนุมัติจากสมาชิกสภานิติบัญญัติของทั้งสามประเทศก่อนที่จะมีผลบังคับใช้  นับจนถึงขณะนี้ เม็กซิโกได้อนุมัติข้อตกลงดังกล่าวไปแล้ว โดยยังเหลือแคนาดาและสหรัฐที่ยังไม่ได้ให้การรับรอง
  • (-) สนง.สถิติเผยเศรษฐกิจอิตาลีมีแนวโน้มยังคงอ่อนแอในระยะใกล้  สำนักงานสถิติ ISTAT รายงานโดยอ้างอิงสิ่งบ่งชี้สำคัญสำหรับเดือนพ.ย.ว่า เศรษฐกิจของอิตาลีมีแนวโน้มจะยังคงอ่อนแอในระยะใกล้  ข้อมูลแสดงในเดือนที่ผ่านมาว่า อิตาลี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ลำดับ 3 ของยูโรโซน อยู่ในภาวะซบเซาเป็นส่วนใหญ่ในช่วง 7 ไตรมาสที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปรับขึ้น 0.1% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายไตรมาส หลังตัวเลขเท่ากันในไตรมาส 2  ISTAT ระบุว่า “ดัชนีสำคัญบ่งชี้ถึงความอ่อนแออย่างต่อเนื่องของกิจกรรมเศรษฐกิจ”   เมื่อวันพุธ ISTAT ทบทวนปรับคาดการณ์สำหรับการเติบโตของจีดีพีอิตาลีในปี 2019 สู่ 0.2% จากคาดการณ์ที่ 0.3% ในเดือนพ.ค.
  • (-) เทรดเดอร์คาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยหลังรายงานจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง  สัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐปรับลงในวันศุกร์ หลังรายงานของรัฐบาลสหรัฐแสดงว่า การจ้างงานเดือนพ.ย.ปรับขึ้นแข็งแกร่งกว่าที่คาด ซึ่งทำให้เทรดเดอร์เชื่อมั่นมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยต่อไปอีกสักพัก  ก่อนหน้านี้เฟด ซึ่งได้รับการคาดหมายอยู่แล้วว่าจะคงดอกเบี้ยที่กรอบ 1.5% – 1.75% ที่การประชุมสัปดาห์นี้ ส่งสัญญาณว่า มีเพียงการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มเศรษฐกิจไปสู่ภาวะที่ย่ำแย่ลงเท่านั้นที่จะจุดชนวนการผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น  หลังรายงานดังกล่าว ซึ่งแสดงว่านายจ้างสหรัฐจ้างงานเพิ่ม 266,000 ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา มีคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยถึงครึ่งหลังของปีหน้า โดยอิงตามสัญญาล่วงหน้าที่ซื้อขายที่ CME Group

ข้ามไปยังทูลบาร์