ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ชะลอการซื้อหากราคาหลุดโซน 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาดีดตัวขึ้นแนะนำเปิดสถานะขายในโซน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

แนวรับ : 1,453 1,445 1,434  แนวต้าน : 1,471 1,484 1,493

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดดิ่งลง  15.92  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดถึง 266,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.5% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี  นอกจากนี้  ราคายังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ทะยานขึ้นขานรับการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีเกินคาด  ประกอบกับเกิดสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีนและสหรัฐ  หลังจากจีนระบุว่า จะมีการยกเว้นภาษีถั่วเหลืองและเนื้อหมูบางส่วนที่นำเข้าจากสหรัฐ  ขณะที่นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวเปิดเผยในวันศุกร์ว่า สหรัฐและจีน “ใกล้” ที่จะบรรลุข้อตกลงทางการค้า ขณะที่การเจรจาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และไม่มีการกำหนดเส้นตายในการเจรจาการค้า  ดังนั้น  การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์บวกกับการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ  จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นแรงขายในตลาดทองคำ  อย่างไรก็ดี  นายคุดโลว์  ระบุเอาไว้ว่าวันที่ 15 ธ.ค.นี้เป็นวันสำคัญที่สหรัฐกำหนดจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มขึ้น  จึงถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาเป็นพิเศษในสัปดาห์นี้  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง  -2.34 ตัน  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้ง หากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะขายหากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เพื่อรอทยอยปิดสถานะทำกำไรหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,453-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์  สำหรับผู้ถือสถานะซื้อหากราคาหลุดแนวรับ 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ควรตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐพุ่งเกินคาดในเดือนธ.ค.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 99.2 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 97.0 หลังจากแตะระดับ 96.8 ในเดือนพ.ย.
  • (-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งเกินคาด ขณะอัตราว่างงานต่ำสุด 50 ปี  กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 266,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 187,000 ตำแหน่ง  ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.5% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี จากระดับ 3.6% ในเดือนต.ค.  ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนพ.ย.พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน โดยได้ปัจจัยหนุนจากการกลับเข้าทำงานของพนักงานบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) ที่ได้ผละงานก่อนหน้านี้  ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ย.  เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 3.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.0%  ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นเกินคาด  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.29% สู่ระดับ 97.7009 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9897 ฟรังก์ จากระดับ 0.9869 ฟรังก์ และเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าสู่ระดับ 1.3263 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3173 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.56 เยน จากระดับ 108.74 เยน  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1056 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1099 ดอลลาร์ และเงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3136 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3159 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 0.6838 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6831 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 337.27 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,015.06 จุด พุ่งขึ้น 337.27 จุด หรือ +1.22%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,145.91 จุด เพิ่มขึ้น 28.48 จุด หรือ +0.91% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,656.53 จุด พุ่งขึ้น 85.83 จุด หรือ +1.00%
  • (+/-) หัวหน้าที่ปรึกษาทำเนียบขาวเผยสหรัฐ-จีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า  นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงทางการค้า แต่รัฐบาลสหรัฐก็พร้อมที่จะยุติการเจรจา หากไม่ได้รับเงื่อนไขตามที่ต้องการ  “ทั้งสองฝ่ายใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลง โดยใกล้กว่าการเจรจาในช่วงกลางเดือนพ.ย. ขณะที่การเจรจาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และไม่มีการกำหนดเส้นตาย แต่วันที่ 15 ธ.ค.จะเป็นวันสำคัญที่จะมีการเรียกเก็บ หรือไม่เรียกเก็บภาษีต่อสินค้าจีน”  “ท่านประธานาธิบดีกล่าวหลายครั้งว่า ถ้าข้อตกลงไม่ดี หรือถ้าไม่มีการรับประกันว่าจีนจะไม่ทำการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากสหรัฐอีก หรือถ้าไม่มีกระบวนการบังคับใช้ข้อตกลงที่ดี เราก็จะไม่ยอมรับข้อตกลงนี้ และจะเดินออกมา” นายคุดโลว์กล่าว  “การเจรจาเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากนี่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก โดยมีเดิมพันสูง เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศใดๆมาขโมยความสำเร็จทางเทคโนโลยี และความก้าวหน้าที่เกี่ยวข้องกับ 5G” เขากล่าว