มีนาคม 5, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ต.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เสี่ยงเปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 1,910 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากรับความเสี่ยงได้น้อยเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรบริเวณแนวรับ 1,886-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากหลุดชะลอการเข้าซื้อคืนไปที่แนวรับถัดไป

แนวรับ : 1,881 1,863 1,847  แนวต้าน : 1,910 1,921 1,932

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  5.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวไปตามข่าวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ของสหรัฐอย่างชัดเจน  ทั้งนี้  ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับ Fox Business Network ว่า  การเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ระหว่างสมาชิกพรรคเดโมแครตและทำเนียบขาว “กลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง”  พร้อมระบุว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี  ส่งผลให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  จนหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในระหว่างวัน  ก่อนที่ราคาจะร่วงลงในเวลาต่อมาจากแรงขายทำกำไร  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่ม  หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยืนยันว่า จะไม่ให้การสนับสนุนร่างกฎหมายที่ให้ความช่วยเหลือเป็นรายมาตรการ  หากรัฐบาลไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับรวมที่มีวงเงินสูงและครอบคลุม  แม้ข่าวดังกล่าวจะกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายวานนี้  แต่การกลับมาเดินหน้าเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปมากพอที่จะกระตุ้นความหวังในตลาด  จนส่งผลให้เช้านี้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง  ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำให้ฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงเช้าวันนี้ของตลาดเอเชีย  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนส.ค.  รวมไปถึงเกาะติดความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ของสหรัฐอย่างใกล้ชิด

จจัยทางเทคนิค :

ราคาเริ่มมีการดีดตัวกลับทุกครั้งเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้ระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้า แต่หากการดีดตัวกลับราคายังไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,910 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจเกิดแรงขายซึ่งจะกดดันให้ราคาปรับตัวลง โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,886-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปโซน 1,872-1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ( Low ของสัปดาห์นี้ และ Low เดือนสิงหาคม)

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาการดีดตัวขึ้นเสี่ยงเปิดสถานะขายโซนใกล้ 1,910  ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,910  ดอลลาร์ต่อออนซ์) สำหรับการเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรรอดูบริเวณ 1,886-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าวแนะนำให้ถือสถานะขายต่อ  เพื่อปิดสถานะขายในโซน 1,872-1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “เพโลซี”-“มนูชิน”พยายามหาจุดยืนร่วมกันขณะฟื้นคืนเจรจามาตรการเยียวยาโควิด-19  เมื่อวานนี้นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐระบุว่า ร่างกฎหมายเพื่อช่วยเหลือให้บริษัทสายการบินอยู่รอดจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 จะสามารถดำเนินการผ่านสภาคองเกรสก็ต่อเมื่อมีการรับประกันว่า จะมีร่างกฎหมายเยียวยาแบบเบ็ดเสร็จเช่นกัน  ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Bloomberg TV นางเพโลซียังแสดงความเชื่อมั่นว่า เธอและนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับวงเงินความช่วยเหลือในร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อ “ยับยั้ง” ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งยังรุนแรงในสหรัฐ  เธอระบุว่า มีความ “เข้าใจอย่างชัดเจน” ว่า การช่วยเหลือสายการบิน “ต้องอยู่ในเนื้อหาร่างกฎหมายที่ครบถ้วนมากขึ้น” นั่นไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในคราวเดียวกัน แต่จะต้องเกิดขึ้นด้วยการรับประกันว่า เราจะมอบความช่วยเหลือมากกว่าแค่สายการบิน”
  • (+) “ทรัมป์”กลับลำเริ่มเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่เจรจาเรื่องมาตรการกระตุ้น “เริ่มจะมีการเจรจาที่มีผลเชิงบวกบ้างแล้ว” ในช่วงไม่กี่วันหลังจากที่เขาตัดสินใจระงับการเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคเดโมแครต  เขากล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ Fox Business ว่า “ผมระงับการเจรจาเมื่อ 2 วันก่อนเพราะว่าการเจรจาดังกล่าวไม่สำเร็จ ตอนนี้เริ่มได้ผลแล้ว เราเริ่มจะมีการเจรจาที่มีผลในเชิงบวกอย่างมากบ้างแล้ว”  ปธน.ทรัมป์ระบุว่า “ผมบอกว่า เราไปไม่ถึงไหนเลย: หยุดเถอะ ผมไม่ต้องการเสียเวลา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรากลับมาอีกครั้ง ทั้ง 2 ฝ่ายทำได้ดีอย่างยิ่ง เราหวนกลับมาอีกครั้ง เราเริ่มเจรจาอีกครั้ง และเรากำลังเจรจาเกี่ยวกับสายการบินและเรากำลังเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงที่มีขนาดใหญ่กว่าเรื่องสายการบิน เราเจรจาข้อตกลงเรื่องแจกเงินประชาชน 1,200 ดอลลาร์ต่อคน เราเจรจาเรื่องอื่นๆอีก”
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังข้อมูลแรงงานสหรัฐซบเซา  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่ซบเซา ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.04% แตะที่ 93.6040   ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.01 เยน จากระดับ 106.03 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9171 ฟรังก์ จากระดับ 0.9172 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3199 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3267 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1758 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1765 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2933 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2910 ดอลลาร์
  • (-) “เพโลซี”ขวางอุ้มสายการบิน หาก”ทรัมป์”ไม่ออกมาตรการกระตุ้นศก.ฉบับรวม  นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ยืนยันในวันนี้ว่า ตนจะไม่ให้การสนับสนุนร่างกฎหมายจากทำเนียบขาวที่ให้ความช่วยเหลือเป็นการเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมการบิน หากรัฐบาลไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับรวมที่มีวงเงินสูง และครอบคลุมถึงการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 840,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 825,000 ราย หลังจากอยู่ที่ระดับ 849,000 รายในสัปดาห์ก่อน
  • (-) “ทรัมป์”ตอบตกลงดีเบตรอบ 2 กับ”ไบเดน”วันที่ 22 ต.ค.  ทีมงานรณรงค์หาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกแถลงการณ์ระบุว่า ปธน.ทรัมป์พร้อมที่จะเข้าร่วมการดีเบตรอบ 2 กับนายโจ ไบเดน หากมีการเลื่อนการดีเบตในวันที่ 15 ต.ค.เป็นวันที่ 22 ต.ค. หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ยืนยันก่อนหน้านี้ว่าจะไม่เข้าร่วมการดีเบตในวันที่ 15 ต.ค. หากมีการจัดดีเบตแบบออนไลน์  แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ทีมงานรณรงค์หาเสียงของนายไบเดนเสนอให้มีการเลื่อนการดีเบตในวันที่ 15 ต.ค.เป็นวันที่ 22 ต.ค.
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวก 122.05 จุด ขานรับทรัมป์หนุนมาตรการกระตุ้นศก.  ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่แสดงมุมมองบวกว่า มีแนวโน้มสูงที่ทำเนียบขาวจะบรรลุข้อตกลงกับพรรคเดโมแครตเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินปรับตัวขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมสายการบิน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,425.51 จุด เพิ่มขึ้น 122.05 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,446.83 จุด เพิ่มขึ้น 27.38 จุด หรือ +0.80% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,420.98 จุด เพิ่มขึ้น 56.38 จุด หรือ +0.50%