พฤหัส. ธ.ค. 12th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,509-1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านได้ แนะนำขายทองคำออกมา เพื่อรอเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,483 1,474 1,464  แนวต้าน : 1,512 1,520 1,535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  12.10  ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากเกิดทัศนะเชิงลบเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างต่อเนื่อง  ไล่เรียงจากการที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนจากการปฏิบัติของจีนต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม  ด้านนายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนเตรียมตอบโต้การกระทำดังกล่าวของสหรัฐ    นอกจากนี้  South China Morning Post (SCMP)รายงานว่าคณะผู้แทนจีนอาจเดินทางออกจากกรุงวอชิงตันเร็วกว่าที่วางแผนไว้ 1 วัน  พร้อมกันนี้  SCMP ยังระบุอีกว่าจีนได้ลดระดับความสำคัญของการเจรจาการค้ากับสหรัฐในสัปดาห์นี้  ล่าสุดสหรัฐประกาศระงับการออกวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่จีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดขี่ชาวมุสลิมในมณฑลซินเจียง  ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าการเจรจาการค้ารอบที่ 13 ระหว่าง 2 ประเทศแนวโน้มจะจบลงแบบไร้ข้อตกลง  ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจนทำให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 300 จุดพร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำถูกสกัดไว้จากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์  ท่ามกลางการร่วงลงของค่าเงินปอนด์และยูโรจากความวิตกกี่ยวกับสถานการณ์ Brexit  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง, JOLTS Job Openings และ Fed Chair Powell Speaks

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังคงมีการแกว่งตัวและแรงซื้อค่อนข้างจำกัด แต่หากระยะสั้นมีแรงดีดกลับและพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,509-1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวอาจจะเกิดแรงขายสลับออกมา  โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เข้าซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น  โดยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัว หรือ อาจเปิดสถานะขายบริเวณแนวต้าน 1,509-1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เมื่อราคาอ่อนตัวลงรอดูบริเวณ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดอาจปิดสถานะขายเพื่อทำกำไร  และสามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยดัชนี PPI ชะลอตัวในเดือนก.ย.  ลดลง 0.3% ในเดือนก.ย.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้นเพียง 1.4% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2559 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนส.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนก.ย.เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายปี  ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร, พลังงาน และภาคบริการ ทรงตัวในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.7% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนส.ค.
  • (+) สหรัฐประกาศแบนวีซ่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนที่เกี่ยวข้องกับการกดขี่ชาวมุสลิมในซินเจียง  คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการออกวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่จีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดขี่ข่มเหงและจับกุมชาวมุสลิมเป็นจำนวนมากในมณฑลซินเจียง 
  • (+) เจรจาการค้าส่อล่ม คณะตัวแทนจีนเตรียมกลับก่อนกำหนด หลังบริษัทถูกแบล็คลิสต์  นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนเตรียมตอบโต้สหรัฐ หลังจากที่สหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำต่อบริษัทเทคโนโลยีของจีน 28 แห่ง โดยอ้างว่าบริษัทเหล่านี้ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวมุสลิม ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียง  ทางด้านกระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่า จีนขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้สหรัฐยุติการแทรกแซงกิจการภายในของจีน หลังจากที่สหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำต่อบริษัทเทคโนโลยีของจีน 
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 313.98 จุด วิตกสหรัฐแบนวีซ่าจนท.จีนกระทบเจรจาการค้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้อาจประสบความล้มเหลว หลังจากสหรัฐประกาศระงับการออกวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่จีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดขี่ชาวมุสลิมในมณฑลซินเจียง โดยความกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงเมื่อคืนนี้ว่า เฟดจะเริ่มขยายงบดุลบัญชี ผ่านการซื้อพันธบัตรระยะสั้นของรัฐบาลสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,164.04 จุด ร่วงลง 313.98 จุด หรือ -1.19% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,893.06 จุด ลดลง 45.73 จุด ลดลง -1.56% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,823.78 จุด ลดลง 132.52 จุด หรือ -1.67%
  • (+) สื่อเผยทำเนียบขาวเตรียมขวางกองทุนบำนาญรัฐบาลสหรัฐเข้าลงทุนในจีน  สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานในวันนี้ว่า ทำเนียบขาวกำลังหารือเกี่ยวกับการปิดกั้นมิให้กองทุนบำนาญของรัฐบาลสหรัฐเข้าลงทุนในจีน  แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้หารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  บลูมเบิร์กยังรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาแนวทางจำกัดบริษัทที่รับจัดทำดัชนีหุ้นมิให้รวมหุ้นจีนเข้าในการคำนวณดัชนี
  • (+/-) ความตึงเครียดการค้าถ่วงดอลลาร์ร่วงเทียบเยน  ดอลลาร์ร่วงลง เมื่อเทียบกับเยน ในวันอังคาร โดยถูกกดดันจากความวิตกครั้งใหม่เกี่ยวกับการค้า แต่ดอลลาร์แข็งแกร่งขึ้น เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ในขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด หลีกเลี่ยงจากการให้พันธสัญญาถึงการลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น แม้แต่หลังจากที่ข้อมูลแสดงถึงการลดลงอย่างไม่คาดคิดของเงินเฟ้อจากผู้ผลิตสหรัฐ  ดอลลาร์ถูกกดดัน หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า ทางกระทรวงได้ออกข้อจำกัดด้านวีซ่าต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เชื่อว่ารับผิดชอบสำหรับการคุมตัวหรือการใช้อำนาจในทางที่ผิดต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในซินเจียง  เมื่อวานนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนจากการปฏิบัติของจีนต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม และปธน.โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีแนวโน้มมีข้อตกลงการค้าโดยเร็ว  ดอลลาร์ร่วงลง 0.18% มาที่ 107.09 เยน  เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุล ดอลลาร์ปรับขึ้น 0.15% หลังจากที่นายพาวเวลล์กล่าวต่อสมาคมนักเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติ โดยไม่ได้ให้พันธสัญญาถึงการลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมครั้งหน้าของเฟดยังอยู่ห่างอีกหลายสัปดาห์