ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ก.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาสามารถยืนเหนือ 1,800-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ให้เปิดสถานะซื้อ โดยตัดขาดทุนหากหลุดโซน 1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,800 1,789 1,777 แนวต้าน : 1,818 1,831 1,843

สรุป  ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  13.07  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐพุ่งต่อเนื่อง  ล่าสุดJohns Hopkins University ระบุว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐพุ่งแตะ 60,021 รายในวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่  ทำให้ค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในช่วง 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 51,383 รายซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 24.5% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว  นอกจากสถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างความวิตกว่าการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่จะกระทบต่อเส้นทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแล้วนั้น  ยังก่อให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่า  ธนาคารกลางต่างๆโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ  ซึ่งนั่นส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำเช่นกัน  ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่มีความเสี่ยงแต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้น  จึงเป็นปัจจัยหนุนทองคำเพิ่มเติม  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ที่ 1,818.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และปิดตลาดเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2011 ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +3.21 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งของสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ยอดผู้ติดโควิด-19 รายใหม่ในแคลิฟอร์เนียทำสถิติสูงสุดในวันเดียว  นายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐระบุว่า รัฐแคลิฟอร์เนียรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 11,694 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในวันเดียวและสูงเหนือค่าเฉลี่ย 7 วันของการติดเชื้อรายวัน 8,116  คน ข้อมูลสำหรับเมื่อวานนี้ได้รวมถึงยอดผู้ติดเชื้อตกค้างบางส่วนจากลอสแองเจลิส เขากล่าวว่า รัฐดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 111 คน  อัตราการติดเชื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมาทะยานสู่ 7.1% เมื่อเทียบกับประมาณ 5% เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นายนิวซัมระบุว่า ทางรัฐกำลังจับตาตัวเลขนี้ “อย่างใกล้ชิดอย่างยิ่ง” และเตือนว่า ตัวเลขอาจทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเลข 2 หลัก เขาเรียกร้องให้ประชาชนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านอย่างต่อเนื่องเว้นแต่มีความจำเป็นที่สำคัญ
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นพุ่ง  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่มีความเสี่ยงแต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้น จากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี   ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.45% สู่ระดับ 96.4337 เมื่อคืนนี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1335 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1285 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2621 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2556 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6980 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6958 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.20 เยน จากระดับ 107.51 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9379 ฟรังก์ จากระดับ 0.9420 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3500 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3593 ดอลลาร์แคนาดา
  • (+) คาดสหรัฐเสียชีวิตจากโควิดมากกว่า 208,000 ราย หากไม่สวมหน้ากากอนามัย  มหาวิทยาลัยวอชิงตันเปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์แบบจำลองพบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐจะพุ่งขึ้นมากกว่า 208,000 รายภายในวันที่ 1 พ.ย. หากชาวสหรัฐส่วนใหญ่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย โดยการแพร่ระบาดจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วขณะเข้าใกล้ฤดูใบไม้ร่วง  นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยวอชิงตันยังคาดการณ์ว่า หากชาวสหรัฐจำนวน 95% สวมหน้ากากอนามัย ก็จะช่วยรักษาชีวิตได้ถึง 45,000 ราย
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 177.10 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ,คาดศก.สหรัฐฟื้นตัว ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งความหวังที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง แม้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นก็ตาม ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนซึ่งจะทยอยเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในสัปดาห์หน้า  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,067.28 จุด เพิ่มขึ้น 177.10 จุด หรือ +0.68% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,169.94 จุด เพิ่มขึ้น 24.62 จุด หรือ +0.78% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,492.50 จุด เพิ่มขึ้น 148.61 จุด หรือ +1.44%
  • (+/-) ผู้ว่าฯนิวยอร์กตอกหน้า”ทรัมป์” ยันไม่มีอำนาจสั่งเปิดโรงเรียน  นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้กดดันให้มีการเปิดโรงเรียนของรัฐภายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยนายคูโอโมยืนยันว่า ปธน.ทรัมป์ไม่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว  “การเปิดโรงเรียนเป็นการตัดสินใจภายในรัฐ นี่เป็นกฎหมาย และเป็นสิ่งที่เราจะดำเนินการ โดยไม่ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีสหรัฐ ท่านประธานาธิบดีไม่มีอำนาจในการสั่งเปิดโรงเรียน ซึ่งเราจะเปิดโรงเรียนก็ต่อเมื่อมีความปลอดภัยที่จะเปิด และทุกคนต่างก็ต้องการที่จะเปิดโรงเรียนเช่นกัน” นายคูโอโมกล่าว  ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความ โดยขู่ว่าเขาจะตัดงบของรัฐบาลกลางในการสนับสนุนโรงเรียนของรัฐ หากโรงเรียนดังกล่าวไม่เปิดการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าชั้นเรียนภายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้