ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 8 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

การเข้าซื้อควรรอดูบริเวณ 1,635-1,629 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อทำกำไรระยะสั้น แต่หากหลุดลงมาให้ชะลอการซื้อออกไปเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา ทั้งนี้ควรคำนึงถึงความเสี่ยงจากการเหวี่ยงตัวของราคา

แนวรับ : 1,629 1,606 1,594 แนวต้าน : 1,668 1,689 1,703

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  12.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหลังจากทะยานขึ้นแรงในวันทำการก่อนหน้า  ขณะที่ความหวังว่าการระบาดของไวรัส COVID-19 0tมีแนวโน้มดีขึ้น  ทำให้ความต้องการทองคำในสินทรัพย์ถูกลดทอนลงบางส่วน  นอกจากนี้ ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้นได้กระตุ้นแรงขายพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จนหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ให้ดีดตัวสู่ระดับ 0.772% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีปรับตัวขึ้นเช่นกันสู่ระดับ 1.371% ส่งผลให้ต้นทุนการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลเชิงลบต่อราคา  ประกอบกับตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS Job Openings) ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงน้อยกว่าคาดสู่ระดับ 6.9 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ.จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่มวานนี้ +1.45 ตันสู่ระดับ 985.71 ตัน ทำให้ในปี 2020 กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้ว +92.46 ตัน สะท้อนความต้องการทองคำในภาคการลงทุน ETF ยังแข็งแกร่งจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านต่ำ(downside risk)ของราคาทองคำ  สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC Meeting Minutes

จจัยทางเทคนิค :

แม้ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลง แต่ระยะสั้นแรงขายไม่มาก โดยหากสามารถทรงตัวได้ราคาอาจพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,668-1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างมั่นคง จะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงมาเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

หากสามารถยืนเหนือ 1,635-1,629 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเปิดสถานะซื้อ โดยตัดขาดทุนหากหลุด 1,629 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรอาจพิจารณาดูบริเวณ 1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านขึ้นไปให้ชะลอการขายไปที่ 1,689ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์สหรัฐร่วง;ดอลล์ออสเตรเลีย,ปอนด์ปรับขึ้นขณะความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่ม  ดอลลาร์ร่วงลงและสกุลเงินเสี่ยงซึ่งรวมถึงดอลลาร์ออสเตรเลีย ปรับตัวโดดเด่นในวันอังคาร ขณะที่ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความหวังที่ว่า การล็อกดาวน์อาจจะชะลอการแพร่กระจายของโควิด-19 ในบางประเทศ  ปอนด์ปรับตัวขึ้นเช่นกันในช่วง 1 วันหลังจากที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ถูกย้ายไปยังห้อง ICU จากอาการโควิด-19 ที่แย่ลง  นักวิเคราะห์กล่าวว่า ปอนด์ได้ประโยชน์จากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้นซึ่งถ่วงดอลลาร์ ขณะที่ภาวะของนายกฯจอห์นสันเป็นความกังวล แต่อาจจะไม่ได้หมายความถึงการเปลี่ยนแปลงในทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการต่อสู้กับไวรัส  ในสเปนและอิตาลีซึ่งคิดเป็นกว่า 40% ของยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลก อัตราการเสียชีวิตลดลงหลายวัน และการถกเถียงในภาคสาธารณะได้เปลี่ยนไปสู่หัวข้อที่ว่า จะผ่อนคลายการควบคุมกิจกรรมส่วนบุคคลและเศรษฐกิจอย่างไรและเมื่อไร  นายแอนดรู คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กซึ่งเป็นศูนย์กลางโรคโควิด-19 ในสหรัฐ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเกือบจะทรงตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่มีความหวัง แม้แต่ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในรัฐของเขาและนิวเจอร์ซีย์แตะระดับสูงสุดในวันเดียว  ล่าสุดดอลลาร์ปรับลง 0.81% เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินที่ 99.92  ดอลลาร์ออสเตรเลียดีดตัวขึ้น 1.54% มาที่ 0.6180 ดอลลาร์  ปอนด์ปรับขึ้น 0.93% มาที่ 1.2343 ดอลลาร์  ยูโรปรับขึ้น 0.98% มาที่ 1.0897 ดอลลาร์  ดอลลาร์ปรับลง 0.40% เมื่อเทียบกับเยน มาที่ 108.76 เยน
  • (+)ทรัมป์”อัด WHO สนใจจีนมากเกินไป ขณะให้คำแนะนำผิดพลาด  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ กล่าวหาองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าให้ความสนใจต่อจีนมากเกินไป รวมทั้งมีการให้คำแนะนำที่ผิดพลาดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  “WHO ได้ทำเรื่องที่ผิดพลาด ซึ่งแม้ WHO ได้รับเงินทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จากสหรัฐ แต่ WHO ก็ได้มีความสนใจในจีนมากเกินไป และถือเป็นเรื่องดีที่เราได้ปฏิเสธคำแนะนำจาก WHO ที่ต้องการให้เราไม่ปิดกั้นผู้ที่เดินทางมาจากจีน” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ  ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. WHO แนะนำให้ประเทศต่างๆยังคงเปิดประเทศ แม้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี ในวันเดียวกัน สหรัฐประกาศไม่รับผู้ที่เดินทางมาจากจีนเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลง 130,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 130,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.9 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. 
  • (+/-) ผู้นำวุฒิฯสหรัฐคาดคองเกรสไฟเขียวกฎหมายอุ้มธุรกิจขนาดย่อม  นายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เขาหวังว่าสภาคองเกรสจะทำการอนุมัติร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่งในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  “ผมกำลังทำงานร่วมกับท่านรัฐมนตรีมนูชิน และคุณชูเมอร์ โดยหวังว่าวุฒิสภาจะอนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อมในวันพฤหัสบดีนี้” นายแมคดอนแนลกล่าว
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 26.13 จุด หลังราคาน้ำมันร่วงฉุดตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 เม.ย.) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงลงกว่า 9% เป็นปัจจัยฉุดตลาดในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระหว่างวัน ขานรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาแนวโน้มการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมถึงการให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,653.86 จุด ลดลง 26.13 จุด หรือ -0.12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,659.41 จุด ลดลง 4.27 จุด หรือ -0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,887.26 จุด ลดลง 25.98 จุด หรือ -0.33%