พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 8 ส.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

กองทุน SPDR ซื้อทองคำสูงถึง 8.50 ตัน

วันนี้ติดตามดุลการค้าจีนเดือนก.ค.

ราคาทองคำเป็นขาขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

  • ราคาทองคำเมื่อวานยังคงปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3  และทะลุแนวต้านสำคัญ 1,500 ดอลลาร์ เนื่องจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ตึงเครียดและเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ทำให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพื่อกระจายความเสี่ยงจากพอร์ตลงทุน สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.50% ผิดจากที่ตลาดคาด มีผลทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงและส่งผลบวกต่อราคาทองแท่งในประเทศ นอกจากนี้กองทุน SPDR ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยเมื่อวานซื้อทองคำสูงถึง 8.50 ตัน
  • วันนี้จีนจะประกาศดุลการค้าเดือนก.ค. ตลาดคาดเกินดุลลดลงสู่ระดับ 310 พันล้านหยวนเนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดทรงตัวที่ระดับ 217,000 ราย นอกจากนี้ยังต้องติดตามประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่จะทำให้ราคาทองคำมีความผันผวน
  • หลังจากที่ราคาทองคำทะลุแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ ทำให้มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นได้ต่ออีก เนื่องจากทิศทางราคาทองคำเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยทองคำมีแนวต้านที่ 1,510 ดอลลาร์ และ 1,520 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ และ 1,470 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,501.00 +26.6 1,480/1,470 1,510/1,520

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,650 +350 21,600/21,500 22,000/22,100

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,100 +290 21,740/21,640 22,120/22,210

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,740 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์ (GF 21,640 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,511.60 +19.50 1,485/1,475 1,515/1,525

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,485 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,475 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ เหตุวิตกผลกระทบ Brexit ไร้ข้อตกลง

          เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่อังกฤษอาจแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีข้อตกลงในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เงินปอนด์ได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า อังกฤษอาจแยกตัวจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลงในวันที่ 31 ต.ค. นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาจะทำข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่กับสหภาพยุโรป (EU)ซึ่งหาก EU ปฏิเสธที่จะทำการเจรจา เขาก็จะนำอังกฤษแยกตัวจาก EU ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $35.40 ทำนิวไฮรอบ 6 ปี

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มแรงดึงดูดให้กับทองคำ เนื่องจากทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 35.40 ดอลลาร์ หรือ 2.39% ปิดที่ 1,519.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2556 สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 75.1 เซนต์ หรือ 4.57% ปิดที่ 17.196 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.54 วิตกสต็อกน้ำมันพุ่ง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลง 4.7% เมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ส.ค.) หลังจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 2.54 ดอลลาร์ หรือ 4.7% ปิดที่ 51.09 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ดิ่งลง 2.71 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 56.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดลบ 22.45 จุด ขณะ S&P500 ปิดแดนบวกหลังนลท.ช้อนซื้อหุ้น

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ปิดขยับลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวัน และจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงแรกและเป็นเหตุให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,007.07 จุด ลดลง 22.45 จุด หรือ -0.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,883.98 จุด เพิ่มขึ้น 2.21 จุด หรือ +0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,862.83 จุด เพิ่มขึ้น 29.56 จุด หรือ +0.38%