จันทร์. ธ.ค. 9th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 8 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำหลุด 1,500 ดอลลาร์จากเงินดอลลาร์แข็งค่า

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค.

แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลง แนวรับ 1,485 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลงหลุด 1,500 ดอลลาร์ หลังจากเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยนักลงทุนรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในวันที่ 10-11 ต.ค. และการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน หลังจากซื้อทองคำ 0.88 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น  0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น  1.8% เมื่อเทียบรายเดือน ใกล้เคียงกับเดือนก่อน คาดว่าไม่มีผลกระทบต่อราคาทองคำ โดยคืนพรุ่งนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย.ที่ผ่านมา
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลงต่อเนื่อง โดยทองคำมีแนวรับสำคัญที่ 1,485 ดอลลาร์ ทั้งนี้ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,470 ดอลลาร์ และ 1,460 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,500 ดอลลาร์ และ 1,512 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,493.30 -11.35 1,485/1,470 1,500/1,512

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,700 21,450/21,300 21,650/21,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,740 -50 21,580/21,410 21,760/21,880

แนะนำเปิดสถานะขายเมื่อราคาทอง Spot ลดลงหลุดแนวรับบริเวณ 1,485 ดอลลาร์  (GF 21,580 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,500 ดอลลาร์ (GF 21,760 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,509.00 -3.50 1,495/1,480 1,510/1,522

แนะนำเปิดสถานะขายเมื่อราคา GOZ19 ลดลงหลุดแนวรับบริเวณ 1,495 ดอลลาร์  โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,510 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดจะเคลื่อนไหวอ่อนค่าลง เนื่องจากเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักแข็งค่าขึ้น ซึ่งนักลงทุนรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่  30.40 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  30.50 บาท/ดอลลาร์ และ 30.53 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์ร่วง เหตุวิตก Brexit, ตลาดจับตารายงานประชุมเฟด

          เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า อังกฤษอาจจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลง หรือ “no-deal Brexit” ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธนี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เช่นดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $8.5 เหตุดอลล์แข็งกดดันตลาด,จับตาเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ต.ค.) หลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีความน่าดึงดูดน้อยลง ขณะเดียวกันนักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวัง ก่อนการเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 8.5 ดอลลาร์ หรือ 0.56% ปิดที่ 1,504.4  ดอลลาร์/ออนซ์           สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 8.5 เซนต์ หรือ 0.48% ปิดที่ 17.54 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดขยับลง 6 เซนต์ หลังนักวิเคราะห์คาดสต็อกน้ำมันดิบพุ่งต่อเนื่อง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยรายงานระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วยของสหรัฐและจีนได้เริ่มต้นการเจรจาการค้ารอบใหม่ เพื่อปูทางสำหรับการเจรจาการค้าระดับรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 6 เซนต์ หรือ 0.11% ปิดที่ 52.75 ดอลลาร์/บาร์เรล       สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 58.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดลบ 95.70 จุด เหตุวิตกผลเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนสัปดาห์นี้

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ต.ค.) ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจต่อผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานว่า จีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ โดยความวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัว ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,478.02 จุด ลดลง 95.70 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,938.79 จุด ลดลง 13.22 จุด หรือ -0.45% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,956.29 จุด ลดลง 26.18 จุด หรือ -0.33%

จีนส่งสัญญาณแข็งข้อเจรจาการค้าสหรัฐ หลังเมินปฏิรูปนโยบายให้เงินอุดหนุน

          สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ตัวแทนเจรจาการค้าของจีนไม่ต้องการนำประเด็นปฏิรูปนโยบายให้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ขึ้นสู่โต๊ะเจรจาการค้ากับสหรัฐ แม้ประเด็นดังกล่าวถูกสหรัฐเพ่งเล็งเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนต้องการปรับลดขอบเขตการเจรจาการค้า ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเจรจาอีกครั้งสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังแข็งข้อ ในช่วงเวลาที่รัฐบาลสหรัฐกำลังได้รับแรงกดดันจากกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐยืนยันว่า กระบวนการถอดถอนดังกล่าวไม่กระทบต่อการเจรจาการค้ากับจีน ทั้งนี้ สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้าในระดับรัฐมนตรีในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน ด้านนายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า “จะมีเซอร์ไพรส์” ในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ “จะมีเรื่องน่าประหลาดใจในทางที่ดีในการเจรจา ผมไม่ได้ให้คำทำนาย แต่ผมเพียงแต่กล่าวว่า อย่าได้มองข้ามความเป็นไปได้นี้ โดยอาจจะมีเซอร์ไพรส์”   “ก่อนการเจรจาในครั้งนี้ จีนได้สั่งซื้อสินค้าเกษตรหลายรายการ ถึงแม้จะเป็นจำนวนไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี” นายคุดโลว์กล่าว

นายกฯอังกฤษเรียกร้องประธานาธิบดีฝรั่งเศสร่วมผลักดันข้อตกลง Brexit

          นายบอริส จอห์นสัน เรียกร้องให้นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้ช่วยผลักดันข้อตกลง Brexit และกล่าวว่า สหภาพยุโรป (EU) ไม่ควรหลงเข้าใจว่าอังกฤษจะอยู่กับ EU ต่อไปหลังจากวันที่ 31 ต.ค. แล้ว ทั้งนี้ นายจอห์นสันได้หารือเกี่ยวกับข้อตกลง Brexit กับนายมาครง และนายอันโตนิโอ คอสตา นายกรัฐมนตรีโปรตุเกสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับ Brexit ที่นายจอห์นสันยื่นต่อ EU เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ยังคงมีปัญหาหลายประการที่ต้องแก้ไข และทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีการเจรจากันต่อไป   “ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้งหมดของนโยบาย backstop ซึ่งก็คือ การป้องกันไม่ให้มีการกลับไปใช้มาตรการควบคุมชายแดนไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์อย่างเข้มงวด, การรักษาไว้ซึ่งความร่วมมือระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์, การรักษาเศรษฐกิจบนเกาะไอร์แลนด์, การปกป้องระบบตลาดเดี่ยวของ EU และการให้ไอร์แลนด์ยังคงอยู่ในตลาดเดี่ยวต่อไป” แถลงการณ์ระบุ  ทั้งนี้ นโยบาย backstop ถือเป็นประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดในข้อตกลง Brexit โดยกลุ่มผู้สนับสนุนให้อังกฤษแยกตัวจาก EU ต่างมีความกังวลว่า การใช้นโยบาย backstop จะเป็นการผูกมัดให้อังกฤษจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ EU อย่างไม่มีกำหนด

กระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือเผยการเจรจากับสหรัฐครั้งใหม่ขึ้นอยู่กับท่าทีของสหรัฐ

          กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือเปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือครั้งใหม่นั้น ขึ้นอยู่กับท่าทีของสหรัฐ แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือระบุว่า เกาหลีเหนือขอตำหนิสหรัฐที่ทำให้การเจรจาในสวีเดนประสบความล้มเหลว พร้อมกล่าวว่า เกาหลีเหนือไม่มีความประสงค์ที่จะเจรจาต่อไป หากสหรัฐยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าเกาหลีเหนือเป็นศัตรู แถลงการณ์ยังระบุอีกด้วยว่า เกาหลีเหนือเจรจา “ด้วยความคาดหวังและปรารถนาดี” เนื่องจากสหรัฐบอกอยู่ตลอดเวลาว่า ทางการสหรัฐพร้อมที่จะเจรจาด้วย “หนทางใหม่ ๆ” และ “การแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์” “อย่างไรก็ตาม ท่าทีของตัวแทนฝั่งสหรัฐในการเจรจาทำให้เรารู้สึกว่า ความคาดหวังของเราคือความสูญเปล่า และรู้สึกสงสัยว่าสหรัฐมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาผ่านการเจรจาหรือไม่” นอกจากนี้ โฆษกของเกาหลีเหนือยังกล่าวอีกด้วยว่า “การเจรจาครั้งล่าสุดได้ทำให้เราสงสัยในความตั้งใจของสหรัฐที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี และทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าสหรัฐมีความตั้งใจที่จะทำลายความสัมพันธ์นี้เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับบุคคลที่สาม”  ทั้งนี้ คณะผู้แทนจากเกาหลีเหนือและสหรัฐได้เจรจากันกว่า 8 ขั่วโมงในสวีเดนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยหวังที่จะแก้ไขปัญหาการใช้อาวุธนิวเคลียร์ หลังจากที่นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปิดฉากการประชุมกันครั้งที่ 2 โดยไม่มีการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน