พฤหัส. พ.ย. 21st, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 8 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาอาจอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนได้แนะนำเข้าเสี่ยงซื้อทำกำไรระยะสั้นจากการดีดตัวขึ้น โดยรอแบ่งขายทำกำไร ถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,505-1,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,483 1,474 1,464  แนวต้าน : 1,505 1,520 1,535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  11.29  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวน  ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ  หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วยของสหรัฐและจีนได้เริ่มต้นการเจรจาการค้ารอบใหม่แล้วในวันจันทร์และอังคารนี้  ขณะรายงานข่าวระบุว่า  การเจรจาที่เกิดขึ้นวานนี้เป็นไปอย่างตึงเครียด โดยไม่มีฝ่ายใดส่งสัญญาณการประนีประนอม  ด้าน Bloomberg รายงานว่า  จีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ  นั่นสร้างความหวาดหวั่นให้กับนักลงทุนว่า  การเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าระดับรัฐมนตรีของ 2 ประเทศในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้อาจเผชิญกับอุปสรรคซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง  อย่างไรก็ดี  ราคากลับปรับตัวลดลงโดยได้รับแรงกดดันจากการฟื้นตัวของสกุลเงินดอลลาร์  รวมไปถึงรายงานข่าวจากฟ็อกซ์ บิสซิเนสส์  ที่ระบุในทวิตเตอร์ว่า กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า จีนพร้อมที่จะทำข้อตกลงกับสหรัฐในส่วนของการเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน  จนกดดันให้ราคากลับลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)ของสหรัฐ  รวมไปถึงถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ในเวลา 00.50 น. ของคืนวันนี้

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยืนเหนือ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นไปในช่วงสั้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,505-1,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์(แนวต้าน 1,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้านสำคัญ) อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญดังกล่าวได้ แนวโน้มราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบในทิศทางอ่อนตัวลง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรตามกรอบ ในทิศทางอ่อนตัวลง โดยอาจพิจารณาบริเวณ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้อาจเสี่ยงซื้อ โดยมีเป้าหมายที่ 1,505-1,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถทะลุ 1,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเปลี่ยนมาเปิดสถานะขายจะมีความเสียงน้อยกว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 95.70 จุด เหตุวิตกผลเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนสัปดาห์นี้  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจต่อผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานว่า จีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ โดยความวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัว  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,478.02 จุด ลดลง 95.70 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,938.79 จุด ลดลง 13.22 จุด หรือ -0.45% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,956.29 จุด ลดลง 26.18 จุด หรือ -0.33%
  • (+) คาดสหรัฐ-จีนเจรจาการค้าไม่คืบ ขณะเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วยถกเครียดวันนี้  เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วยของสหรัฐและจีนได้เริ่มต้นการเจรจาการค้ารอบใหม่ในวันนี้ เพื่อปูทางสำหรับการเจรจาการค้าระดับรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เจรจาการค้าของจีนราว 30 คน นำโดยนายเหลียว หมิง รมช.คลังของจีน ได้เดินทางมายังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ในวันนี้ เพื่อทำการเจรจาการค้าเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันเกี่ยวกับการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี, การขโมยสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา, การตั้งกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้งประเด็นในด้านการเกษตรและภาคบริการ และการบังคับใช้มาตรการต่างๆตามข้อตกลง  อย่างไรก็ดี การเจรจาของเจ้าหน้าที่การค้าจากทั้งสองฝ่ายในวันนี้เป็นไปอย่างตึงเครียด โดยไม่มีฝ่ายใดส่งสัญญาณการประนีประนอม  สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้าในระดับรัฐมนตรีในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน ขณะที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐนำโดยนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)  สื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ โดยนายหลิว เหอ กล่าวว่า ข้อเสนอของเขาต่อทางสหรัฐจะไม่รวมถึงคำมั่นสัญญาของรัฐบาลจีนในการปฏิรูปนโยบายอุตสาหกรรม หรือการให้เงินอุดหนุนของภาครัฐ
  • (-) เงินปอนด์ร่วง เหตุวิตก Brexit, ตลาดจับตารายงานประชุมเฟด  เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า อังกฤษอาจจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลง หรือ “no-deal Brexit” ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธนี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เช่นดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.2299 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2332 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0973 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0983 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6732 ดอลลาร์ จากระดับ 0.6770 ดอลลาร์  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.27 เยน จากระดับ 106.85 เยน แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9946 ฟรังก์ จากระดับ 0.9949 ฟรังก์
  • (+/-) “ทรัมป์”ลั่นสหรัฐจะทำลายเศรษฐกิจตุรกี หากโจมตีตอนเหนือซีเรียจนเกินขอบเขต   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า สหรัฐจะทำลายเศรษฐกิจของตุรกี หากตุรกีใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีทางตอนเหนือของซีเรียจนเกินขอบเขต  “ตามที่ผมได้พูดอย่างแข็งกร้าวก่อนหน้านี้ และขอเน้นย้ำในขณะนี้ว่า หากตุรกีทำอะไรที่ผมมองว่าเกินขอบเขต ผมก็จะทำลายและล้มล้างเศรษฐกิจตุรกี (เหมือนที่ผมได้ทำมาแล้ว)” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ   ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความดังกล่าว หลังจากที่แกนนำพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน รวมทั้งผู้นำวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ออกมาโจมตีปธน.ทรัมป์ ซึ่งได้ออกคำสั่งให้สหรัฐถอนกองกำลังออกจากทางตอนเหนือของซีเรีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ก่อนที่กองทัพตุรกีจะทำการโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดในดินแดนดังกล่าว