ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 21, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 8 ก.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ซื้อในบริเวณ 1,915-1,911 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,899 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แล้วแบ่งขายทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,950-1,951  ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่อาจชะลอการขายออกไปที่แนวต้านถัดไปหากผ่านบริเวณดังกล่าวได้

แนวรับ : 1,911 1,899 1,862  แนวต้าน : 1,951 1,976 1,992

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 3.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางปริมาณซื้อขายที่เบาบางเนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนรวมถึงตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการวานนี้เนื่องในวันแรงงานสหรัฐ(Labor Day) อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำอ่อนตัวลงโดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ทั้งนี้  ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินปอนด์  หลังอังกฤษเตือนสหภาพยุโรป (EU) ว่า อาจถอนตัวออกจาก EU แบบไม่มีข้อตกลง (No-deal Brexit) หาก EU ไม่ทำข้อตกลงการค้าเสรีภายในวันที่ 15 ต.ค.นี้  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่ม  จากข่าวดีเรื่องของวัคซีนต้าน COVID-19    โดยออสเตรเลียคาดว่าจะเริ่มได้รับวัคซีนชุดแรกในเดือนม.ค.ปี 2021 หลังบรรลุข้อตกลงกับบริษัท CSL เพื่อผลิตวัคซีน 2 ชนิด ได้แก่  วัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท AstraZeneca ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด  และวัคซีนที่ผลิตของบริษัท CSL ร่วมกับมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์  ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐส่งสัญญาณวานนี้ว่า สหรัฐอาจอนุมัติวัคซีนต้านCOVID-19 ในเดือนต.ค. ก่อนการเลือกตั้งเดือนพ.ย. สถานการณ์ดังกล่าวลดทอนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  จึงส่งผลให้ราคาทองคำวานนี้แกว่งตัวในทิศทางค่อยๆอ่อนตัวลง  และลงไปทดสอบระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,924.08 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB และการสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,950-1,951 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ (ระดับสูงสุดของวันพุธและวันพฤหัสบดี) ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซนดังกล่าว หากผ่านไปได้แนวต้านสำคัญจะอยู่ในบริเวณ 1,976 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซน 1,915-1,911 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยพิจารณาเปิดสถานะซื้อบริเวณ 1,915-1,911 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดบริเวณแนวรับโซน 1,899 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ตัดขาดทุน และทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,950-1,951 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้อาจชะลอการขายออกไปที่แนวต้านถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO เตือนทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือโควิดระบาดรอบใหม่ แนะเพิ่มลงทุนด้านสาธารณสุข  นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของการอนามัยโลก (WHO) เตือนให้ประเทศทั่วโลกเตรียมความพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลงทุนด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น  “สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ใช่การแพร่ระบาดครั้งสุดท้าย  ประวัติศาสตร์สอนเราว่า การแพร่ระบาดเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่เมื่อการแพร่ระบาดครั้งใหม่เกิดขึ้น ทั่วโลกจะเตรียมตัวให้พร้อม และต้องเป็นความพร้อมที่ดีกว่าในขณะนี้” นายแพทย์กีบรีเยซุส กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงเจนีวาเมื่อวานนี้  ทั้งนี้ WHO คาดการณ์ว่า การใช้วัคซีนโควิด-19 ในวงกว้างอาจต้องรอไปจนถึงกลางปี 2564 พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนอย่างเข้มงวด
  • (+) “ทรัมป์” ยืนยันเตรียมลดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เขามุ่งหมายจะจำกัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐกับจีน โดยเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างเขากับนายโจ ไบเดนด้วยการขู่ลงโทษบริษัทอเมริกันใดๆที่สร้างงานในต่างประเทศและเตรียมห้ามบริษัทเหล่านั้นซึ่งทำธุรกิจในจีนทำสัญญากับรัฐบาลกลางสหรัฐ  เมื่อวานนี้เขากล่าวว่า “เราจะผลิตอุปทานการผลิตที่สำคัญของเราในสหรัฐ เราจะให้การลดหย่อนภาษีสำหรับสินค้าที่ ‘ผลิตในอเมริกา’ และจะนำงานของเรากลับมาสู่สหรัฐ และเราจะจัดเก็บภาษีต่อบริษัทที่ทอดทิ้งอเมริกาไปสร้างงานในจีนและประเทศอื่นๆ”  เขาระบุว่า “หากพวกเขาไม่ดำเนินการเช่นนั้นที่นี่ ก็ปล่อยให้พวกเขาจ่ายภาษีก้อนโตเพื่อทำธุรกิจที่อื่นและส่งเข้าประเทศของเรา เราจะสกัดกั้นสัญญาของรัฐบาลกลางจากบริษัทที่จัดจ้างในจีนและเราจะให้จีนรับผิดชอบฐานปล่อยให้โควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วโลก”
  • (-) หุ้นยุโรปปิดบวก รับความหวังวัคซีนโควิด-เศรษฐกิจฟื้นตัว  ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (7 ก.ย.) โดยฟื้นตัวขึ้นหลังจากติดลบ 3 วันติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19  ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 1.67% ปิดที่ 367.97 จุด  ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,100.28 จุด เพิ่มขึ้น 257.62 จุด หรือ +2.01%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,053.72 จุด เพิ่มขึ้น 88.65 จุด หรือ +1.79% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,937.40 จุด เพิ่มขึ้น 138.32 จุด หรือ +2.39%
  • (-) ฟุตซี่ปิดบวก 138.32 จุด รับข่าววัคซีนโควิด-ปอนด์อ่อน  ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (7 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นขานรับข่าวเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 และเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออก  ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,937.40 จุด เพิ่มขึ้น 138.32 จุด หรือ +2.39%
  • (-) “ทรัมป์”ส่งสัญญาณเซอร์ไพรส์อาจไฟเขียววัคซีนโควิด-19 ในต.ค.  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐส่งสัญญาณว่า สหรัฐอาจอนุมัติวัคซีนโควิด-19 ในเดือนต.ค. ก่อนการเลือกตั้งเดือนพ.ย. ขณะที่นายโจ ไบเดนเรียกร้องความโปร่งใสจากรัฐบาลขณะที่รัฐบาลศึกษาวัคซีนดังกล่าว  ปธน.ทรัมป์ระบุว่า “การดำเนินการนี้อาจจะต้องใช้เวลา 2 หรือ 3 ปี แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น การดำเนินการอาจเสร็จในระยะเวลาสั้นอย่างยิ่ง” โดยปธน.ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่เขาวิจารณ์นายไบเดนที่ไม่แน่ใจว่า องค์การอาหารและยาดำเนินการโดยปราศจากแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่   “อาจแม้แต่มีวัคซีนดังกล่าวระหว่างเดือนต.ค.” และปธน.ทรัมป์ระบุว่า ความสงสัยของนายโจ ไบเดนเป็น “การโกหกทางการเมือง”
  • (+/-) ตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ปิดตลาดปิดทำการ  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวันจันทร์ ที่ 7 ก.ย. เนื่องในวันแรงงาน
  • (+/-) ตลาดโลหะมีค่านิวยอร์ก: ตลาดปิดทำการ  ตลาดโลหะมีค่านิวยอร์กปิดทำการในวันจันทร์ ที่ 7 ก.ย. เนื่องในวันแรงงาน
  • (+/-) ตลาดเงินนิวยอร์ก: ตลาดปิดทำการ  ตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการในวันจันทร์ ที่ 7 ก.ย. เนื่องในวันแรงงาน