ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 8 ก.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงโดยมีแนวรับบริเวณ 1,778-1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,798-1,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,778 1,766 1,755 แนวต้าน : 1,803 1,817 1,831

สรุป  ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  9.36  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้างจากความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐยังคงพุ่งขึ้นต่อเนื่อง  ล่าสุด The COVID Tracking Project  เผยว่า  จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 52,000 รายในวันที่ 7 ก.ค. นำโดยตัวเลขในรัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และเท็กซัส ที่คิดรวมกันเป็น 45% ของทั้งหมด  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขา  อาทิ  นางแมรี ดาลีย์ ประธานเฟดซานฟรานซิสโก และนายโธมัส บาร์กิน ประธานเฟดริชมอนด์ ที่เห็นพ้องกันว่าอัตราว่างงานยังถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก และเฟดยังคงต้องดำเนินการเพื่อทำให้อัตราว่างงานปรับตัวลดลงอีก  ส่วนนายราฟาเอล บอสติค ประธานเฟดแอตแลนตา เตือนว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 กระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสร้างความวิตกให้แก่ภาคธุรกิจต่างๆ  ปัจจัยดังกล่าวกดดันตลาดหุ้นสหรัฐให้ร่วงลง  พร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้างทั้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐ  รวมไปถึงทองคำ  ส่งผลให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ที่  1,797.53 ดอลลาร์ต่อออนซ์   แม้จะถูกสกัดช่วงบวกจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ก็ตาม  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +7.89 ตัน สู่ระดับ 1,199.36 ตัน ทำให้ในปี 2020 กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้วถึง +306.11 ตันสะท้อนกระแสเงินทุนไหลเข้า ETF ทองคำยังแข็งแกร่ง  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลชเศรษฐกิจสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐจะจำกัดวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่จีนบางรายจากประเด็นทิเบต  นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระบุว่า สหรัฐจะจำกัดวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่จีนบางรายเพราะจีนขัดขวางการเดินทางไปยังพื้นที่ทิเบตของนักการทูต, นักข่าว และนักท่องเที่ยวสหรัฐ โดยอ้างอิงถึงการที่รัฐบาลจีนละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดังกล่าว  นายปอมเปโอระบุในแถลงการณ์ว่า สหรัฐยังคงมีพันธสัญญาในการสนับสนุน “การปกครองตนเอง” สำหรับชาวทิเบตและเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพวกเขา  เขากล่าวว่า “การเข้าถึงพื้นที่ทิเบตมีความสำคัญมากขึ้นต่อเสถียรภาพระดับภูมิภาคเมื่อพิจารณาถึงการที่จีนละเมิดสิทธิมนุษยชนที่นั่น รวมทั้งความล้มเหลวของจีนในการป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อมใกล้ต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญของเอเชีย”
  • (+) ยอดผู้ติดโควิด-19 รายใหม่ในเท็กซัสทะยานขึ้นกว่า 10,000 คนเป็นครั้งแรก  รัฐเท็กซัสรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่กว่า 10,000  คนเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นรายวันทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รัฐดังกล่าวรับมือกับการระบาดและการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่สูงขึ้น  คณะกรรมาธิการสุขภาพและบริการรัฐเท็กซัสรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,028 คน ซึ่งแซงหน้าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนหน้านี้ของรัฐที่เกือบ 8,260 คนในวันที่ 4 ก.ค. นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการระบาดที่รัฐดังกล่าวรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 10,000 คนในวันเดียว
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 396.85 จุด จากแรงขายทำกำไร,วิตกโควิดฉุดศก.ซบ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 400 จุดเมื่อคืนนี้ (7 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากตลาดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนไม่มั่นใจในมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ รวมทั้งการแสดงความเห็นในด้านลบจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,890.18 จุด ลดลง 396.85 จุด หรือ -1.51% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,145.32 จุด ลดลง 34.40 จุด หรือ -1.08% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,343.89 จุด ลดลง 89.76 จุด หรือ -0.86%
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นสู่ 5.4 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 401,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 5.4 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค.  ส่วนอัตราการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.9% จากระดับ 3.7% ในเดือนเม.ย. 
  • (-) ทำเนียบขาวอัดฉีด”โนวาแวกซ์” 50,000 ล้านบาท ผลิตวัคซีนต้านโควิดในสหรัฐ  ราคาหุ้นของโนวาแวกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้นกว่า 35% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในวันนี้ หลังมีข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐประกาศให้เงินทุนแก่บริษัทจำนวน 1,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 50,000 ล้านบาท เพื่อทำการทดสอบและผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดสภายในเดือนม.ค.ปีหน้า  นอกจากนี้ เงินทุนดังกล่าวยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทดลองวัคซีนในเฟส 3 ซึ่งจะเป็นขั้นสุดท้ายสำหรับการทดลองในมนุษย์ โดยอาจอาจเริ่มขึ้นในเดือนต.ค.
  • (-) ดอลล์แข็งค่า เหตุวิตกโควิดหนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ก.ค.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดอีกครั้งของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.15% สู่ระดับ 96.80 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.51 เยน จากระดับ 107.28 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9420 ฟรังก์ จากระดับ 0.9413 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3593 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3541 ดอลลาร์สหรัฐ  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทีบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1285 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1314 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2556 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2498 ดอลลาร์
  • (+/-) สหรัฐยื่นเรื่องถอนตัวจาก WHO อย่างเป็นทางการ  เจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะบริหารสหรัฐยืนยันต่อสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า คณะบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้ยื่นเรื่องการถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ภายในวันที่ 6 ก.ค.ปี 2021 อย่างเป็นทางการต่อเลขาธิการองค์การสหประชาชาติแล้ว  การแจ้งต่อองค์การสหประชาชาติเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการที่ใช้เวลานับปี ซึ่งจะอาศัยปัจจัยหลายประการนอกเหนือการควบคุมของปธน.ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือจากสภาคองเกรสและการได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.ของปธน.ทรัมป์ ซึ่งยังไม่แน่นอนทั้ง 2 ประการ