พุธ. พ.ค. 27th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรฝั่งซื้อโดยมีแนวรับบริเวณ 1,652-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,679-1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,646 1,626 1,607 แนวต้าน : 1,689 1,703 1,723

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้นกว่า 42.39  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวอย่างรุนแรงจากพิษ COVID-19 ซึ่งจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับอานิสงค์เชิงบวกจากดัชนีดาวโจนส์, ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 7%วานนี้  ขานรับความหวังว่าการระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐและยุโรปเริ่มทรงตัว  หลังผู้ติดเชื้อรายใหม่และอัตราการเสียชีวิตเริ่มชะลอตัวลง  ทั้งนี้  ข้อมูลจาก Deutsche Bank ระบุว่า  อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐลดลงสู่ระดับ 8.2% จากระดับ 12.3% ส่วนสถานการณ์ในยุโรปก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นเช่นกัน  โดยอิตาลีมีผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์  ด้านสเปนมีผู้เสียชีวิตลดลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน  สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงและทองคำไปพร้อมๆกัน เนื่องจากนักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องมากน้อยเพียงใด  จึงเข้าซื้อทองคำเอาไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +5.27 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่ และการสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากวานนี้ราคาปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,652-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดยการขยับขึ้นจะมีแนวต้านที่ 1,679-1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นระดับสูงสุดของเดือนก.พ.) ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคามีการแกวง่ตัวผัวผวน ดังนั้นควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาใกล้ชิด

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,652-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,679-1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัวแต่ ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) อัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ในสเปนชะลอลงเป็นวันที่ 4  อัตราผู้เสียชีวิตรายใหม่ในสเปนชะลอลงเป็นวันที่ 4 ในวันจันทร์ แต่เมรุเผาศพที่ยังท่วมท้นในบาร์เซโลนาและการเสียชีวิตของมารดาโค้ชฟุตบอลเป็ป การ์ดิโอลาแสดงว่า สถานการณ์ที่รุนแรงยังไม่ใกล้ที่จะจบสิ้นลง  สเปนมียอดผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอิตาลี แต่ข้อมูลสร้างความหวังที่ว่า ภาวะย่ำแย่ที่สุดอาจจะผ่านไปแล้ว โดยเมื่อวานนี้สเปนรายงานผู้เสียชีวิต 637 คนในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 5%  และน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของอัตราของเมื่อสัปดาห์ก่อน   “อัตราการเพิ่มขึ้นของการระบาดกำลังชะลอลงในเกือบทุกภูมิภาค” นางมาเรีย โฮเซ เซียร์รา รองประธานคณะกรรมการภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพของสเปนกล่าวในการแถลงข่าว
  • (+) อิตาลีรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์  อิตาลีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ ซึ่งกระตุ้นให้มีการถกเถียงกันว่า อิตาลีควรเริ่มผ่อนคลายการล็อกดาวน์ทั่วประเทศอย่างไรและเมื่อไร  สำนักงานปกป้องพลเรือนรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 3,599 คนในวันจันทร์ เมื่อเทียบกับ 4,316 คนในวันก่อนหน้า อิตาลีมีผู้เสียชีวิตรายใหม่จากโควิด-19 จำนวน636 คน เมื่อเทียบกับ 525 คนในวันก่อนหน้า ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 16,523 คน
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก เหตุสถานการณ์โควิด-19 หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.05 เยน จากระดับ 108.27 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9782 ฟรังก์ จากระดับ 0.9760 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.4118 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4154 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0797 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0811 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2300 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2272 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6090 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.5998 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) นายกฯอังกฤษถูกย้ายตัวเข้าห้องไอซียู หลังอาการแย่ลงจากการติดเชื้อโควิด-19  รัฐบาลอังกฤษออกแถลงการณ์ล่าสุดว่า คณะแพทย์ของโรงพยาบาลเซนต์โทมัสในกรุงลอนดอน ได้ย้ายตัวนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เข้ารับการรักษาในห้องไอซียูเมื่อวานนี้ หลังจากนายจอห์นสันมีอาการแย่ลง อันเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  แถลงการณ์ระบุว่า นายจอห์นสันยังคงรู้สึกตัวในระหว่างที่ถูกย้ายเข้าไปยังห้องไอซียูเพื่อเป็นการเฝ้าระวังหากนายจอห์นสันจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยขณะนี้นายจอห์นสันได้รับการรักษาเป็นอย่างดี  นอกจากนี้ แถลงการณ์ระบุว่า นายโดมินิก ร้าบ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว ในระหว่างที่นายจอห์นสันเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,627.46 จุด รับความหวังสถานการณ์โควิด-19 ใกล้ถึงจุดสูงสุด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 1,600 จุดเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใกล้จะถึงจุดสูงสุด หลังจากข้อมูลเผยให้เห็นว่า จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐและหลายประเทศในยุโรป ชะลอตัวลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,679.99 จุด พุ่งขึ้น 1,627.46 จุด หรือ +7.73% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,663.68 จุด เพิ่มขึ้น 175.03 จุด หรือ +7.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,913.24 จุด เพิ่มขึ้น 540.15 จุด หรือ +7.33%