วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 ส.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำขึ้นต่อจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเปิดกว้างในการทำข้อตกลงการค้ากับจีน

ทองคำคาดเริ่มมีแรงเทขายเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน 1,490-1,500 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานยังคงปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2  ถึงแม้ว่าในช่วงกลางวันมีการปรับลงบ้างก็ตาม หลังจากมีข่าวว่าธนาคารกลางจีนยืนยันว่าจีนจะไม่ใช้เงินหยวนเป็นเครื่องมือในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ ทั้งนี้ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ตึงเครียด ทำให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดีมีข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงเปิดกว้างในการทำข้อตกลงการค้ากับจีน ซึ่งจะทำให้สหรัฐใช้ความยืดหยุ่นในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ส่วนกองทุน SPDR ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 อีก 1.76 ตัน
  • วันนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธปท.  คาดการณ์ว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม 1.75% นอกจากนี้ยังต้องติดตามประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่จะทำให้ราคาทองคำมีความผันผวน
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มมีแรงเทขายออกมาบ้าง เมื่อปรับขึ้นเข้าใกล้ 1,490 ดอลลาร์ และ 1,500 ดอลลาร์ แต่ทิศทางราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยทองคำมีแนวต้านที่ 1,490 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 1,500 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,460 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,450 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,474.40 +11.4 1,460/1,450 1,490/1,500

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,300 +100 21,250/21,150 21,600/21,700

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,530 +130 21,410/21,300 21,730/21,850

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,450 ดอลลาร์ (GF 21,300 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,435 ดอลลาร์ (GF 21,150 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,476.00 +8.60 1,465/1,455 1,485/1,505

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,455 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,440 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งค่า หลังจีนยืนยันไม่ใช้เงินหยวนทำสงครามการค้า

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ส.ค.) ขานรับธนาคารกลางจีนที่ออกมายืนยันว่า จีนจะไม่ใช้เงินหยวนเป็นเครื่องมือในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค. ดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนยืนยันว่า จีนจะไม่ใช้เงินหยวนเป็นเครื่องมือในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $7.70 เหตุวิตกสงครามการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สกัดแรงบวกของทองคำ เนื่องจากทำให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีความน่าดึงดูดน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 7.70 ดอลลาร์ หรือ 0.52% ปิดที่ 1,484.20 ดอลลาร์/ออนซ์       สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.2 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 16.445 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.06 หวั่นสงครามการค้าฉุดอุปสงค์พลังงาน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 53.63 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 87 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 58.94 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 311.78 จุด ขานรับจีนสร้างเสถียรภาพเงินหยวน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ส.ค.) หลังจากจีนได้ออกมาเคลื่อนไหวในเชิงบวกด้วยการสร้างเสถียรภาพเงินหยวน ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนจะใช้หยวนเป็นเครื่องมือในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงเปิดกว้างในการทำข้อตกลงการค้ากับจีน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,029.52 จุด พุ่งขึ้น 311.78 จุด หรือ +1.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,881.77 จุด เพิ่มขึ้น 37.03 จุด หรือ +1.30% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,833.27 จุด พุ่งขึ้น 107.23 จุด หรือ +1.39%

สหรัฐตราหน้าจีน “ปั่นค่าเงิน” หลังปล่อยเงินหยวนอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดรอบ 11 ปี

          กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่า จีนปั่นค่าเงิน และทางสหรัฐจะร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขจัดการแข่งขันที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรมของจีน แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่าจีนได้กระทำการปั่นค่าเงิน ด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ แตะที่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี “จีนมีประวัติอันยาวนานในการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการปล่อยให้เงินหยวนมีมูลค่าต่ำเกินจริง และเมื่อไม่กี่วันมานี้ จีนได้ใช้มาตรการเชิงรุกด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงอีก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเม็ดเงินจำนวนมากในระบบทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ แม้ว่าจีนได้ใช้เครื่องมือต่างๆเหล่านั้นในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม” กระทรวงการคลังสหรัฐมองว่า ธนาคารกลางจีนได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ทางการจีนได้เข้าควบคุมความเคลื่อนไหวของสกุลเงินหยวนครั้งใหญ่ แม้จีนได้ปฏิเสธทุกคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับการปั่นค่าเงินก็ตาม  นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ธนาคารกลางจีนได้รับรู้มาโดยตลอดว่ามีการปั่นค่าเงินเกิดขึ้น และยังคงเตรียมพร้อมที่จะกระทำการดังกล่าวอีกในอนาคต ซึ่งการทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาณที่จีนเคยให้ไว้ว่าจะไม่ใช้วิธีการลดค่าเงินเพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน ในฐานะที่จีนเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม G20 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐคาดหวังว่า จีนจะยึดมั่นในคำมั่นสัญญา และไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือในการแข่งขัน

สื่อจีนฉะสหรัฐจงใจก่อความวุ่นวายทั่วโลก หลังถูกตราหน้าปั่นค่าเงิน

          หนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี ได้วิจารณ์สหรัฐอย่างเผ็ดร้อนในบทบรรณาธิการว่า คนบางกลุ่มในสหรัฐจงใจ “ทำลายความสงบเรียบร้อยของโลก” และกำลังจับพลเมืองของตัวเองไว้เป็นตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่ หลังกระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่า จีนปั่นค่าเงิน และทางสหรัฐจะร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขจัดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากจีน นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่า จีนได้กระทำการปั่นค่าเงิน ด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 ดอลลาร์ แตะที่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี บทบรรณาธิการระบุว่า ประเทศมหาอำนาจของโลกมีหน้าที่รักษาเสถียรภาพ และเปิดโอกาสให้ทุกประเทศก้าวหน้าไปด้วยกัน แต่สหรัฐกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม

สหรัฐประกาศยกเลิกให้วีซ่ากับผู้ที่มีประวัติเดินทางไปเกาหลีเหนือ           กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ประกาศว่า สหรัฐยกเลิกการให้วีซ่ากับชาวเกาหลีใต้และประเทศอื่นๆทีมีประวัติเดินทางไปยังเกาหลีเหนือนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2554 อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงฯระบุว่า ประชาชนยังสามารถเดินทางไปยังสหรัฐได้ หลังจากได้รับวีซ่าตามวัตถุประสงค์ที่เดินทางไปยังสหรัฐ โดยผู้ขอวีซ่าจะต้องผ่านขั้นตอนพิเศษ ซึ่งรวมถึงการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มีชาวเกาหลีใต้กว่า 37,000 คนที่เคยเดินทางไปยังเกาหลีเหนือนับตั้งแต่ 1 มี.ค. 2554 สำหรับชาวเกาหลีใต้นั้น ในกรณีที่ต้องเดินทางด่วนพิเศษ ประชาชนสามารถ “เร่งการนัดหมาย” กับสถานทูตสหรัฐประจำเกาหลีใต้ เพื่อผ่านขั้นตอนต่างๆให้เร็วขึ้น