เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 พ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,480 1,473 1,458

แนวต้าน : 1,493 1,504 1,516

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  การเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน พลิกกลับมาในทิศทางเชิงบวกอีกครั้ง หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนและสหรัฐเห็นพ้องกันที่จะยกเลิกภาษีการค้าในปัจจุบัน โดยจะแบ่งออกเป็นระยะ ส่งผลให้ Dow Jones Futures ทะยานขึ้นประมาณ 130 จุดก่อนเปิดตลาดคืนนี้ กดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ดีประเด็นดังกล่าวมีความผันผวน และยังไม่แน่ว่าผู้นำ 2 ประเทศจะนัดเจรจากันได้ในเร็วๆนี้หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าการประชุมอาจเลื่อนไปเป็นเดือนธ.ค. ล่าช้าจากกำหนดการเดิมคือเดือนพ.ย. สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมคือ 0.75% และตลาดคาดว่า นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษจะหลีกเลี่ยงการบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวอย่างไร ก่อนจะมีการเลือกตั้งของอังกฤษในวันที่ 12 ธ.ค. ในระยะสั้นยังคงต้องติดตามราคาอย่างใกล้ชิด หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจขายเพื่อลดความเสี่ยง โดยพิจารณาเข้าซื้ออีกครั้งหากราคาไม่ต่ำว่าแนวรับโซน 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอจังหวะดีดตัวเพื่อทำกำไรระสั้น แต่หากไม่สามารถรับความเสี่ยงได้มากนัก อาจชะลอการลงทุนออกไปก่อนเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น แต่หากไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ มีโอกาสขยับลงทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรตามแนวต้าน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสี่ยง แต่หากรับความเสี่ยงได้มากให้รอดูบริเวณแนวต้านดังกล่าว หากสามารถขึ้นไปยืนได้ ให้รอปิดสถานะแนวต้านถัดไป 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะบางส่วนหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New จับตาบริเวณ 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวดังกล่าวได้ อาจเปิดสถานะขายโดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่บริเวณ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดและรับความเสี่ยงได้มากอาจชะลอการทำกำไรออกไปที่แนวรับบริเวณ 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลลาร์ปรับตัวลงขณะไม่แน่ใจข้อตกลงการค้า  ดอลลาร์ปรับตัวลง เมื่อเทียบกับเยนในวันนี้ ในขณะที่ความไม่แน่ใจที่ว่า สหรัฐและจีนจะลงนามข้อตกลงการค้าเบื้องต้นเมื่อไร ทำให้เทรดเดอร์ไม่เข้าลงทุนล็อตใหญ่ ปอนด์อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดรอบ 1 สัปดาห์ก่อนการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษในช่วงต่อไปของวันนี้ โดยคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่ประเด็นที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะตอบสนองต่อความไม่แน่นอนที่เกิดจากเบร็กซิทอย่างไร  ปอนด์อยู่ที่ 1.2851 ดอลลาร์ ใกล้กับระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. และเมื่อเทียบกับยูโร ปอนด์อยู่ที่ 86.13 เพนซ์ โดยติดอยู่ในช่วงแคบ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษจะลงมติ 9-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% ในขณะที่จะมีการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 12 ธ.ค.และกำหนดเส้นตายเบร็กซิทครั้งใหม่ในวันที่ 31 ม.ค. ตลาดคาดว่า นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษจะหลีกเลี่ยงการบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวอย่างไร อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนน้อยคาดว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายรายหนึ่งจะออกเสียงครั้งแรกสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่ที่มีการปรับลดในเดือนส.ค.2016 จากความไม่แน่นอนเบร็กซิทสร้างความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ
  • (-) จีน-สหรัฐตกลงยกเลิกภาษีที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยแบ่งเป็นระยะ วันนี้กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า จีนตกลงกับสหรัฐในการยกเลิกภาษีที่มีอยู่ในปัจจุบันระหว่าง 2 ประเทศโดยจะแบ่งเป็นระยะ กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า หากมีการบรรลุข้อตกลงการค้า “ระยะที่ 1” ภาษีที่มีอยู่ในปัจจุบัน “ต้อง” ถูกต้องยกเลิกในเวลาเดียวกันโดยทั้งจีนและสหรัฐและในสัดส่วนเท่าเทียมกัน โดยเสริมว่า ข้อตกลงการค้าที่มีความครอบคลุมจะได้รับการลงนามก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ภาษีทั้งหมดถูกยกเลิก “พร้อมกันและในสัดส่วนที่เหมาะสมกัน”
  • (-) ดาวโจนส์ดีดขึ้นกว่า 100 จุดก่อนเปิดตลาดจากความคืบหน้าเจรจาจีน-สหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยานขึ้นประมาณ 130 จุดก่อนเปิดตลาดในวันนี้จากข่าวล่าสุดจากจีนที่ว่า จีนและสหรัฐตกลงยกเลิกภาษีการค้าในปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็นระยะ  ณ เวลา 14.47 น.ตามเวลาในไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งขึ้น 0.37% หรือ 102 จุด ดัชนี Nasdaq 100 ปรับขึ้น 0.60% ในเวลาเดียวกัน ส่วนดัชนี S&P500 ปรับขึ้น 0.43% ก่อนเปิดตลาด
  • (-) โพลล์ชี้ดอลลาร์จะยังแข็งแกร่งต่อไปอีก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย ผลสำรวจภาคเอกชนพบว่า ความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของดอลลาร์จะดำเนินไปจนถึงปีหน้า และแม้ว่าข้อตกลงการค้าบางส่วนของสหรัฐ-จีนได้รับการลงนาม นั่นจะถ่วงเงินดอลลาร์มากที่สุด 1.2% ทันทีหลังจากนั้น ความหวังครั้งใหม่ว่า สหรัฐและจีนกำลังดำเนินการมุ่งสู่การยุติสงครามการค้า 16 เดือนของพวกเขา ทำให้หุ้นทั่วโลกทะยานใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และหุ้นวอลล์สตรีทแตะระดับสูงสุดตลอดกาล ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงดังกล่าวทำให้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญอื่นๆ ร่วงลงรายเดือนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. แต่ดัชนียังคงปรับขึ้นเกือบ 2% ในปีนี้ นักเก็งกำไรค่าเงินเข้าซื้อจากทัศนะบวก และลดคาดการณ์เชิงบวกต่อเงินดอลลาร์ ซึ่งทำให้มูลค่าทั้งหมดของการเข้าซื้อดอลลาร์สุทธิปรับสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน  แต่นักวิเคราะห์ในการสำรวจของภาคเอกชนในวันที่ 31 ต.ค.-6 พ.ย.คาดว่าแนวโน้มการเทขายดอลลาร์จะไม่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง   “เราเกรงว่า ทัศนะบวกเกี่ยวกับการค้าจะไม่คงอยู่ยั่งยืน ดิฉันคิดว่า คุณจำเป็นต้องถามคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระยะที่ 2 และความยากลำบากในการทำข้อตกลงในส่วนที่มีความขัดแย้งกันมากขึ้น” นางเจน โฟลีย์ นักกลยุทธ์สกุลเงินอาวุโสของราโบแบงก์กล่าว
  • (-) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมันร่วงมากกว่าคาดในก.ย. ข้อมูลแสดงในวันนี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีปรับลดลงมากกว่าคาดในเดือนก.ย. ซึ่งบ่งชี้ถึงความอ่อนแออย่างต่อเนื่องในภาคสำคัญของเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ตัวเลขที่เผยแพร่โดยกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมันแสดงว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลง 0.6% ต่อเดือนในเดือนก.ย. ขณะที่ผลสำรวจภาคเอกชนชี้ว่าจะปรับลง 0.4% โรงงานผลิตสินค้าทุน, สินค้าขั้นกลาง และสินค้าอุปโภคบริโภคน้อยลง ตัวเลขของเดือนส.ค.ได้รับการทบทวนปรับขึ้นสู่การปรับตัวขึ้น 0.4% จากรายงานก่อนหน้าถึงการปรับขึ้น 0.3%