เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 พ.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำขึ้นจากการเลื่อนลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐและจีน

คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานฯ

ทองคำยังมีแนวรับสำคัญ 1,480 ดอลลาร์ คาดมีแรงซื้อกลับเข้ามา

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเริ่มปรับขึ้น หลังจากปรับลงติดต่อกัน 2 สันและทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากข่าวการเลื่อนลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐและจีน โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน อาจมีการเลื่อนออกไปเป็นเดือนธ.ค. จากเดิมที่กำหนดในเดือนนี้ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายยังคงต้องเจรจาการค้ากันต่อไป รวมทั้งหารือกันเกี่ยวกับสถานที่ในการลงนามข้อตกลง ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดจะลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ  215,000 ราย นอกจากนี้จะมีการประชุมยูโรโซน (Eurogroup) ซึ่งคาดว่าจะไม่ได้มีผลต่อราคาทองคำมากนัก
  • ระยะสั้นราคาทองคำมีแนวรับสำคัญ 1,480 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าเมื่อราคาทองคำปรับลดลงมาที่แนวรับดังกล่าวจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาแต่ถ้าหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,465-1,470 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,510 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,490.40 +7.0 1,480/1,470 1,500/1,510

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,350 -200 21,300/21,200 21,500/21,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,580 +60 21,420/21,320 21,620/21,720

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,420 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์ (GF 21,320 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,501.10 +4.90 1,488/1,478 1,508/1,518

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOZ19 ปรับลงมาที่ 1,488 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,478 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเริ่มทรงตัว โดยเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อวาน หลังจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเมื่อวาน มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.25% แต่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดย USD Futures คาดจะมีแนวต้านที่  30.30 และ 30.35 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.25 บาท/ดอลลาร์

News

ดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยง และเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเงินเยนและฟรังก์สวิส ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $9.4 นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังราคาร่วงหนัก

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาทองคำร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำ ทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 9.4 ดอลลาร์ หรือ 0.63% ปิดที่ 1,493.1  ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาทองคำดีดตัวขึ้นจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากสัญญาทองคำร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สัญญาทองคำดิ่งลงอย่างหนักถึง 27.4 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ซึ่งเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่หนักสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ปีนี้ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 88 เซนต์ นักลงทุนกังวลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่ง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 พ.ย.) หลังจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นเกือบ 8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของบรรดาเจ้าหน้าที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ก่อนที่การประชุมโอเปกและชาติพันธมิตรจะเปิดฉากขึ้นในเดือนหน้า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 88 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 56.35 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค.ร่วงลง 1.22 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 61.74 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบร่วงลง หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น 7.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 พ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดทรงตัว วิตกข่าวสหรัฐ-จีนเลื่อนลงนามข้อตกลงการค้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรงตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 พ.ย.) หลังจากมีรายงานว่า การลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนอาจจะเลื่อนออกไปเป็นเดือนธ.ค. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,492.56 จุด ลดลง 0.07 จุด หรือ -0.00% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,076.78 จุด เพิ่มขึ้น 2.16 จุด หรือ +0.07% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,410.63 จุด ลดลง 24.05 จุด หรือ -0.29% สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เพื่อลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรก อาจมีการเลื่อนออกไปเป็นเดือนธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในเดือนนี้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงต้องเจรจาการค้ากันต่อไป รวมทั้งหารือกันเกี่ยวกับการหาสถานที่ในการลงนามข้อตกลง